ใกล้ถึงการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล ซึ่งกำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 28 มีนาคมนี้ โดยในจังหวัดใหญ่อย่างขอนแก่นมีผู้สมัครนายกเทศมนตรีลงชิงเก้าอี้ถึง 5 คน โดยในเขตเมืองเริ่มมีป้ายหาเสียงเพื่อประชาสัมพันธ์หน้าตาผู้สมัครลงชิงชัย พร้อมหมายเลขที่จับได้ โดยเฉพาะหมายเลข 2 คือ   นายชัชวาล พรอมรธรรม หรือ รองโด่งอดีตรองนายกเทศมนตรีที่ประกาศลงชิงเก้าอี้ พร้อมชูนโยบายขอนแก่นต้องเปลี่ยนเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ในขณะที่หมายเลข 3 คือนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ อดีตนายกเทศมนตรีที่เพิ่งหมดวาระและนั่งเก้าอี้มานานถึง 8 ปี ก็ชูนโยบายพร้อมสานต่อเรื่องเก่าที่ทำค้างเอาไว้ โดยเฉพาะรถไฟรางเบาและน้ำไหล ไฟสะดวกในทุกพื้นที่

 

ในขณะที่อีสานโพลของศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น   โดย ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในเขตเทศบาลนครขอนแก่นทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 955 ราย พบว่า คนเมืองขอนแก่นจะออกไปใช้สิทธิ์การเลือกตั้งคิดเป็นร้อยละ 48.8 นอกจากนี้พบว่าแนวโน้มที่คนเมืองขอนแก่นเกินครึ่ง จำนวนร้อยละ 56.0  จะโหวตเลือกผู้สมัครนายกเทศมนตรีหน้าใหม่ ปัจจัยสำคัญในการเลือกนายกเทศมนตรี 3 ปัจจัยแรก คือ ปัจจัยด้านนโยบายหาเสียงของผู้สมัคร ปัจจัยด้านประวัติและผลงานของผู้สมัคร และด้านสังกัดกลุ่มการเมืองที่ชอบ สำหรับนโยบายและประเด็นการพัฒนาที่คนเมืองขอนแก่นให้ความสำคัญมากที่สุดต่อการเลือกนายกเทศมนตรี คือ นโยบายด้านการแก้ปัญหาแหล่งมั่วสุม ยาเสพติด โจรขโมย และด้านการจราจรติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน

“จากการสำรวจพบว่าคนเมืองขอนแก่นจะเลือกผู้สมัครหน้าใหม่มานั่งเก้าอี้ ซึ่งมีสัดส่วนมากถึง 56 เปอร์เซ็นต์ แต่คำว่าหน้าใหม่หมายถึงผู้สมัครถึง 4 คนที่ไม่ใช่อดีตนายกเทศมนตรี ซึ่งนั่นหมายถึงว่า 56 เปอร์เซ็นต์ที่สำรวจมาคะแนนจะต้องไปเฉลี่ยอยู่กับคนหน้าใหม่ 4 คนแต่ต้องดูว่าคะแนนที่ได้จะชนะ 48 เปอร์เซ็นต์ที่จะออกไปเลือกตั้งไหม เพราะจากการสำรวจใน 4 เขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะเขต 1และ2 ซึ่งอยู่ในเมืองพบว่าคะแนนเสียงหน้าเก่าและหน้าใหม่ค่อนข้างสูสี แต่ในพื้นที่เขต 3 บึงแก่นนครและเขต 4 ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นพบว่าคะแนนของคนใหม่มาแรงมาก แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าผลสำรวจคะแนนเสียงคนหน้าใหม่จะมาแรงแต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงอยู่ที่ว่าคนเขต 3 และ 4 จะออกไปเลือกตั้งมากน้อยแค่ไหน หากเขาออกไปเลือกตั้งมากพอนั่นหมายถึงคนหน้าใหม่จะชนะทันที”ผศ.ดร.สุทิน กล่าว

คนรุ่นใหม่ที่เคยมีโอกาสไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งส.ส.มาก่อนและเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผู้สมัครพรรคน้องใหม่อย่างอนาคตใหม่ได้รับการเลือกตั้งไปบอกว่า ได้มีโอกาสไปใช้สิทธิ์แล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกคือการเลือกตั้งส.ส.ที่ผ่านมาและเลือกคนที่เข้าถึงประชาชนโดยเฉพาะให้ความสนใจใส่ใจกับคนรุ่นใหม่ เดินเข้ามาหาเสียงถึงในมหาวิทยาลัย ในขณะที่ผู้สมัครส.ส.ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม ไม่เคยออกมาหาเสียงและพบปะคนรุ่นใหม่ในมหาวิทยาลัยเลยทำให้นักศึกษาไม่เลือกและทำให้แพ้การเลือกตั้งไป ในขณะที่การเลือกตั้งนายกอบจ.ที่ผ่านไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ค่อนข้างสับสนว่าเขาทำหน้าที่อะไร บทบาทในการทำงานคืออะไร และประวัติ ผลงานของแต่ละคนคืออะไร นโยบายหาเสียงคืออะไร เพราะป้ายหาเสียงส่วนใหญ่จะเน้นเพียงหน้าตา และเบอร์ที่ได้รับในการลงสมัครเท่านั้น ไม่มีนโยบายหรือวิสัยทัศน์ติดมาด้วยเลย ทำให้ตัดสินใจเลือกค่อนข้างยากและคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่กาช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน