ลูกหนี้ถืกใจคัก!!แก้กฎหมายลดดอกเบี้ยผิดนัดคิดจากเงินต้นเฉพาะงวดเท่านั้น

ครม.เห็นชอบร่าง ‘แก้กฎหมาย’ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้เป็นธรรมแก่ลูกหนี้ 7.5% เป็น 5% ต่อปี รวมถึงให้คิดจากเงินต้นเฉพาะงวดที่ผิดนัดเท่านั้น

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … (แก้ไขเพิ่มเติมอัตราดอกเบี้ยในกฎหมาย) เพื่อปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมาย ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยที่มิได้กำหนดโดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง จากอัตราคงที่ร้อยละ 7.5 ต่อปี เป็นร้อยละ 3 ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยผิดนัด โดยปรับจากร้อยละ 7.5 เป็นร้อยละ 5 ต่อปี และกำหนดฐานการคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ในหนี้ที่เจ้าหนี้กำหนดให้ลูกหนี้ผ่อนชำระเป็นงวด โดยกำหนดให้เมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้งวดใด เจ้าหนี้อาจคำนวณจำนวนดอกเบี้ยผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดแล้วเท่านั้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์และสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยลดภาระของลูกหนี้จากการชำระดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเกินควร และปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย ครม.จึงมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.)ทั้งนี้ สาระสำคัญเป็นการปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมาย ประกอบด้วย

1.ดอกเบี้ยที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ก่อน มาตรา 7 เดิมคิด 7.5% ต่อปี ปรับใหม่เป็น 3% ต่อปี และให้กระทรวงการคลังประเมินทุก 3 ปี หากจำเป็นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอาจต้องออกพระราชกฤษฎีกาต่อไป
2.ดอกเบี้ยเมื่อลูกหนี้ผิดนัด มาตรา 224 เดิมคิด 7.5% ต่อปี ปรับใหม่เป็น 5% ต่อปี มาจากดอกเบี้ย 3% จากมาตรา 7 และเพิ่มอีก 2%
3.ส่วนการคิดดอกเบี้ยผิดนัดเวลาผ่อนส่งเป็นงวด เดิมคิดจากเงินต้นที่ค้างทั้งหมด ของใหม่คิดเฉพาะเงินต้นที่ผิดนัดเท่านั้น
ทั้งนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาได้รับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยขั้นตอนจากนี้ เมื่อสภาฯ เปิดประชุมสมัยสามัญแล้ว จะเสนอให้สภาฯ รับร่างฯ ฉบับนี้ พิจารณาและคาดว่าจะประกาศและบังคับใช้ภายในปี 2564
ทั้งนี้ ประชาชนจะได้รับประโยชน์ดังนี้
1.อัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ
2.ป้องกันไม่ให้เจ้าหนี้ประวิงเวลาฟ้องคดีเพื่อเรียกดอกเบี้ยตามกฎหมายที่สูงเกินควร
3.ป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ต้องแบกภาระดอกเบี้ยเกินสมควรในหนี้ที่ยังไม่เกิดการผิดนัดและอัตราดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่อยู่ในอัตราที่ต่ำกว่า 7.5%
แสดงความคิดเห็น