ขอนแก่นปังไม่หยุด!!จับมืออังกฤษ ‘พัฒนาเมืองอัจฉริยะ’ชูจุดแข็ง “3M”พื้นที่นำร่องเมืองอัจฉริยะของไทย

ขอนแก่น ร่วมกับ ดีป้า พร้อมพันธมิตรสถานเอกอัคราชฑูตอังกฤษประจำประเทศไทย เปิดตัวหนังสือคู่มือเมืองอัจฉริยะ ในพื้นที่ภาคอีสาน พร้อมกับเวริค์ช็อปเชิงรุกถอดรหัสแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ชูจุดแข็ง “3M”เป็นพื้นที่นำร่องของโครงการเมืองอัจฉริยประเทศไทย
11 มีนาคม 2564 — ณ โรงแรมอวานี จังหวัดขอนแก่น ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย ดร.ศุภกร สิทธิไชย ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ ด้านโครงการพิเศษและศูนย์พัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรม และ นายธวัชชัย โคตรวงษ์ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ภาคอีสาน ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ “ดีป้า” ให้การต้อนรับ Ms. Alexandra McKenzie ซึ่งมีตำแหน่งเป็น Deputy Head of Mission ณ สถานเอกอัคราชฑูตอังกฤษประจำประเทศไทย และคณะทำงานของสถานเอกอัคราชฑูตฯ เพื่อเปิดตัว “หนังสือคู่มือเมืองอัจฉริยะ “(Smart City Handbook Thailand) ซึ่งเป็นผลงานร่วมระหว่าง ทีมนักวิจัยคนรุ่นใหม่ Urban Studies Lab และ ดีป้า เพื่อเผยแพร่ให้ผู้สนใจนำไปใช้ในการต่อยอดองค์ความรู้ในเรื่องของการพัฒนา และ ส่งเสริมเมืองอัจฉริยะระหว่างประเทศไทยและอังกฤษ ซึ่งได้เปิดตัวครั้งแรกในงานสัปดาห์สมาร์ทซิตี้ 2020 (Smart City Week 2020) เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยผู้ที่สนใจสามารถดาว์นโหลดคู่มือได้ที่ http://bit.ly/smartcityhandbook
โดยกิจกรรมหลักของงานหลังจากการเปิดตัวคู่มือ คือ “Smart City Workshop” หรือ กิจกรรมกลุ่มย่อย เพื่อ ระดมสมอง กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา “เชิงรุก” (Proactive Problem-Solving) ผ่านแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ประเทศไทย โดย จังหวัดขอนแก่นเป็นพื้นที่นำร่องของโครงการเมืองอัจฉริยประเทศไทย ซึ่งชูจุดแข็ง “3M” คือ สุขภาพ การแพทย์ และสุขภาวะ (Medical) การจราจรและการขนส่ง (Mobility) และ การจัดการประชุมและนิทรรศการ (Meetings, Incentives, Conferences and Exhibitions หรือ MICE) โดย “Smart City Workshop”ได้รับความสนใจจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา และประชาชน เข้าร่วมมากกว่า 70 ท่าน
“ดีป้า” ได้ทำหน้าที่ในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในทุกมิติ โดยด้านของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่เอง ถือเป็น “ระบบนิเวศ” (Ecosystem) ที่สำคัญ” ที่จะทำให้ โครงข่าย กำลังคน ชุมชน วิสาหกิจเบื้องต้น วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม รวมไปถึง วิสาหกิจขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ร่วมกันอย่างเป็นระบบในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมผ่านการลงทุนในเมืองอัจฉริยะ โดย “ดีป้า” ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลาง” หรือ “Hub” เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ประชาชน และความร่วมมือจากเครือข่ายพัฒนามิตรนานาประเทศ และเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่อันเป็นสะพานในการต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป ผู้สนใจสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้จากhttps://www.facebook.com/SmartCityThailandOffice
ส่วนผู้ที่สนใจการเรียนรู้เรื่อง เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.smartcitythailand.or.th และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรนักพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ (Chief Smart City Officer หรือ CSCO) ที่ทาง “ดีป้า” เป็นผู้พัฒนา ซึ่งผู้สนใจสามารดูรายละเอียด และลงเรียนออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/depa-csco
แสดงความคิดเห็น