จับพิรุธแชร์ลูกโซ่ รู้ทันไว้…ไม่ตกเป็นเหยื่อ

ในปัจจุบันเรายังคงได้เห็นข่าวการถูกหลอกลวงและมีผู้เสียหายจากแชร์ลูกโซ่อย่างต่อเนื่องและหลากหลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่มักพบเห็นอยู่เป็นประจำก็คือ การชักชวนให้ลงทุนโดยอ้างว่าได้รับผลตอบแทนสูง ซึ่งมีการลุกลามไปแม้กระทั่งกลุ่มนักเรียนนักศึกษา เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ก็มีข่าวผู้เสียหายเป็นเด็กนักเรียนมัธยมในจังหวัดขอนแก่นกว่าครึ่งร้อย ทยอยเข้าแจ้งความจับท้าวแชร์อายุเพียง17 ปีอาศัยอยู่ที่จังหวัดระยอง พฤติกรรมคือมีการชักชวนให้ร่วมลงทุนออมเงินออนไลน์ซึ่งเหยื่อจะได้รับเงินตอบแทนจริงเพียงแค่ในช่วงแรก ต่อมาก็จะเริ่มไม่ได้รับเงินตามกำหนด และสุดท้ายก็ติดต่อท้าวแชร์ไม่ได้ รวมมูลค่าความเสียหายร่วมสองล้านบาท

ปัญหาที่เกิดจากแชร์ลูกโซ่ ไม่ได้ส่งผลต่อผู้ลงทุนแค่การสูญเสียเงินของตนเท่านั้น ถ้าเป็นแชร์ลูกโซ่แบบให้หาสมาชิกเพิ่มแล้ว หากแชร์ล้ม คนที่เป็นผู้ชักชวนหรือหาสมาชิกเพิ่มก็จะเข้าข่ายมีความผิดฐานฉ้อโกง ต้องถูกดำเนินคดีอาญาโดยไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าไม่รู้อีกด้วยค่ะ  แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังจะเดินเข้าสู่การลงทุนที่เป็นแชร์ลูกโซ่???คำตอบคือ รู้ได้ ด้วยการจับพิรุธลักษณะของแชร์ลูกโซ่ 4 ข้อง่าย ๆ ดังนี้

พิรุธแรก มีการรับประกันผลตอบแทนในอัตราที่สูง เช่น อ้างว่ามีธุรกิจที่น่าสนใจ สามารถทำกำไรได้ดี แต่เจ้าของกิจการไม่มีเงินทุน จึงเสนอให้เราไปร่วมลงทุนแล้วจะได้ผลตอบแทนในอัตราที่สูงถึงร้อยละ 20 ต่อเดือน ซึ่งในความเป็นจริงก็รู้ ๆ กันดีอยู่แล้วว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่สามารถรับประกันว่าจะได้ผลตอบแทนที่แน่นอน และที่สำคัญลองคิดดูนะคะว่า ทำไมเจ้าของกิจการจึงไม่ไปกู้ธนาคาร ทั้ง ๆ ที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำกว่าผลตอบแทนที่เสนอมาให้เราเสียอีก ถ้ากำไรดีจริงก็ควรจะทำเอง รวยเอง ดีกว่าไหมคะ

พิรุธที่สอง มีโปรโมชั่นรุนแรง มักจะใช้โปรโมชั่นที่รุนแรง รวดเร็ว และจูงใจ เพื่อให้คุณมีเวลาในการคิดทบทวนน้อย และเร่งการตัดสินใจ เช่น สมัครภายในวันนี้ หรือลงทุนเพิ่มภายในเดือนนี้ ได้รับผลตอบแทนเพิ่มพิเศษอีก 10% เป็นต้น

พิรุธที่สาม มีความหรูหรา น่าหลงใหล หรือการสร้างความน่าเชื่อถือ โดยผู้ชักชวนมักแสดงให้เห็นถึงความร่ำรวย มีการใช้ชีวิตหรูหรา เช่น การอัปเดตรูปภาพการไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ โชว์ข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนม ขับรถหรู กินอยู่สบายในสื่อโซเชียลต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา หรือการสร้างความน่าเชื่อถือโดยแอบอ้างว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศเป็นผู้บริหาร เป็นผู้ถือหุ้น หรือเป็นที่ปรึกษา

พิรุธสุดท้าย ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้  อย่างแรกเลย เมื่อลองตรวจสอบข้อมูลบริษัทในฐานข้อมูลจดทะเบียนนิติบุคคลของกระทรวงพาณิชย์ จะไม่พบข้อมูลของบริษัทที่กล่าวอ้าง หรือถ้าจะให้แน่ใจอีกชั้นหนึ่ง ก็ให้ตรวจสอบข้อมูลบุคคลที่ได้รับการกล่าวอ้างว่าเป็นผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น หรือที่ปรึกษาดูจะพบว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องตามที่กล่าวอ้าง หรืออาจจะไม่มีตัวตนอยู่จริงเลย

ดังนั้น เมื่อคุณได้รับการชักชวนให้ลงทุนอะไรก็ตาม อย่าเพิ่งรีบนะคะ ตั้งสติสักนิดก่อนแล้วลองทบทวนดูว่า การลงทุนนั้น มีลักษณะเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งใน 4 ข้อนี้หรือไม่ ถ้าใช่ก็ให้พิจารณา
ได้เลยนะคะว่ากำลังถูกหลอก (ถ้าสแกนกันแบบได้คำตอบเร็ว ๆ เลย แค่ข้อแรกก็ไม่ผ่านแล้วค่ะ)ซึ่งจะช่วยให้คุณรอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อและไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาด้วยค่ะ

แต่หากจับพิรุธได้ครบทั้ง 4 ข้อแล้วก็ยังไม่แน่ใจ หรือยังสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ กระทรวงการคลัง โทร. 1359  หรือหากพลาดพลั้งตกเป็นเหยื่อแล้วให้รีบติดต่อไปยัง DSI โทร.1202  และสุดท้ายถ้าอยากปรึกษาสามารถ โทร. 1213 ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เลยนะคะ

บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย

…………………..

โดย>>นางสาวจิตรลดา ภูมูลนา  ChitlarP@bot.or.thผู้วิเคราะห์อาวุโส ส่วนคุ้มครองและให้ความรู้ผู้ใช้บริการทางการเงิน

แสดงความคิดเห็น