NPL กับ​ COVID  ใครจะแน่กว่ากัน?

 ธนาคารแห่งประเทศไทย​ มีความกังวลว่าหนี้เสียจะท่วมธนาคารพาณิชย์​ ​เหมือนปี​ 2540 จึงออก​ นโยบายมาแก้หนี้เสียหรือ​ NPLในขณะนี้ ประเทศไทยได้เข้าสู่สถานการณ์เศรษฐกิจถดถอย​เต็มรูปแบบ Recession  เพราะ​ GDP​ ของเราติตลบต่อเนื่องหนี้สาธารณะก็โตขึ้นชน 60%ต่อ​ GDPแล้ว.​
รัฐบาลใช้​ พรก.กู้เงินครั้งแรก​ มาเยียวยาสถานะการณ์​ 1ล้านล้านบาทขณะนี้เหลือเงินติดกระเป๋าเพียงแสนกว่าล้านบาทเท่านั้น​ ครม.จึงตัดสินใจออก พรก.กู้เงินรอบสองอีก​ 7​แสนล้านบาท​ ​น่าแปลกใจมาก​ เงินก้อนนี้​ จะใช้​ ซื้อวัดซีนแค่​ 5% หรือ 3หมื่นล้านบาท​ อีก​ 95% จะเอาไปเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ
     ธนาคารพาณิชย์​ ถือเป็นไข่ในหินของธนาคารแห่งประเทศไทย​ ไตรมาสแรกของปีนี้​ ทุกธนาคารมีกำไรเพิ่มขึ้น​ เช่น​ กสิกรไทยมีกำไร​ 8,391ล้าน​ ไทนพาณิชย์กำไร​ 6, 950 ล้าน​ กรุงเทพกำไร​ 5,864 ล้าน​ เป็นต้น
     มาตราการช่วยลูกหนี้ของสถาบันการเงิน​ ในกำกับของธนาคารแห่งประเทศ​ไทย ถูกลูกหนี้มองว่า​ ออกมาช่วยธนาคารมากกว่าช่วยลูกหนี้​ คงต้องให้ความเป็นธรรมกับธนาคารแห่งประเทศไทย​ ลองมาดู​ แนวทางที่​ ธปท.เขาวางไว้
      1.ใครที่ติตหนี้บัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย๋​ ที่คิดดอกเบี้ยร้อยละ16%ต่อปี จะได้ลดเหลือ12% ส่งคืนเดือนละแค่​ 5%ของงวดที่ค้าง​ และสามารถขยายต่อได้ถึง​ 48​ เดือน​ แต่ดอกเบี้ยยังคงอยู่
     2.ใครที่กู้มาซื้อบ้าน​ มีโปรโมชั่น​ เช่น พักชำระหนี้ได้​ ไม่ต้องจ่ายทั้งต้นและดอกเบี้ย​ หรือพักชำระต้นแต่ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยตามปกติ​ สามารถขยายงวดออกไปได้อีก​ เพื่อให้ยอดส่งงวดน้อยลง​  แต่ดอกเบี้ยยังคงอยู่ตามปกติ
     3.ใครที่ซื้อรถยนต์เงินผ่อน​ ต้องศึกษากันดีๆ​ เพราะมีหลายโปรโมชั่น​ ทั้งพักชำระหนี้​ หรือพักชำระต้น​ และสามารถเอารถมาส่งคืนเจ้าหนี้​ โดยสถาบันการเงินจะเอารถของลูกหนี้ไปประมูลขาย​  ถ้าขายได้ราคามากกว่าหนี้​ ลูกหนี้โชคดีได้ส่วนเกินไป​ แต่ถ้าขายแล้วขาดทุน​ ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบทั้งหมด​ ฟันธงได้เลยว่าขายแล้วไม่พอจ่ายหนี้ี่ที่ค้างอยู่​  ลูกหนี้ต้องผ่อนแบบไม่มีรถต่อไปจนหมด
      4.ผู้ประกอบการ​ โดยเฉพาะกลุ่ม​ SME​ ถ้าสู้ไม่ไหว​ ก็ให้ขายกิจการให้ธนาคารได้​ เพื่อยุติหนี้​ แต่มีเงื่อนไขว่า​ ต้องทำกิจการต่อแบบเช่าจากธนาคาร​ คือจ่ายทุกเดือนแบบค่าเช่าทั่วไปตามที่ธนาคารจะคิดคำนวนมา​ เมื่อลูกหนี้​ ลืมตาอ้าปากได้​ มาซื้อคืนในราคาเดิม
       หลังโควิด​ คนไทยต้องเผชิญกับการแก้ปัญหาหนี้สินครั้งใหญ่ที่สุด และน่าจะหนักกว่าคราวต้มยำกุ้ง​ ธนาคารแห่งประเทศไทย​ มีบทเรียนมาแล้ว​ จึงร่วมกับธนาคารพาณิชย์ตั้งการ์ดไว้สูงจนลูกหนี้บ่นกัน​ ระหว่าง​ NPL​ กับ​Covid.​ ใครจะอยู่ใครจะไป​ เราคงต้องติตตามกันต่อไป
…………………………….
          โดย- ทวิสันต์​  โลณานุรักษ์
แสดงความคิดเห็น