อุดรฯเข้มจัด!!ผู้เดินทาง 22จว.พื้นที่เสี่ยงเข้าพื้นที่ต้องกักตัวที่บ้าน 14 วัน

จ.อุดรธานี ประกาศ “เปลี่ยนแปลง”พื้นที่เสี่ยง จากเดิม 16 จังหวัด เพิ่มเป็น 22 จังหวัด เมื่อเดินทางเข้าพื้นที่ ต้องรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพืนที่  ลงทะเบียน COVID WATCH OUT กักตัวที่บ้าน 14 วัน กรณีได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 2 เข็ม ไม่ต้องกักตัว  แต่ยังคงรักษามาตรการ D-M-H-T-T-A

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี ผู้กํากับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดอุดรธานีได้ลงคําสั่งจังหวัดอุดรธานีที่ ๒wdฟ / ๒๕๖๔ เรื่อง มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covID-19)จังหวัดอุดรธานี ตามที่ คณะรัฐมนตรีได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เนื่องจากเกิตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COMD-19) อย่างรวดเร็ว กว้างขวางในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การระบาดระลอกใหม่ ในปี ๒๕๖๔ ส่งผลให้เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี นั้น

โดยที่ได้มีการบังคับใช้บรรดามาตรการต่าง ๆ เพื่อเข้าระงับยับยั้งและป้องกันการระบาด แบบกลุ่มก้อนของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น อาศัยอํานาจตามความ ในมาตรา ๒๒ (๒) (๓) มาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๔ และ ข้อ ๗ (๒) ของข้อกําหนด ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ ข้อกําหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๕) ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และข้อกําหนดออก ตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๘ (ฉบับที่ ๑๔) ลงวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ประกอบกับประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร คราวที่ ๑/๒ จนถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานีได้มีคําสั่งจังหวัดอุดรธานี ที่ ๒๒๑๘/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เรื่อง มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดอุดรธานี

ในการนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในหลายจังหวัดเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น เพื่อให้เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COMD-19) ของจังหวัดอุดรธานี เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทันเหตุการณ์ และเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จังหวัดอุดรธานี จึงแก้ไขคําสั่งจังหวัดอุดรธานี ที่ ๒๒๑๘/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เรื่อง มาตรการ เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดอุดรธานี ข้อ ๓ มาตรการสําหรับผู้ที่เดินทางจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวด และจังหวัดเสี่ยงที่จังหวัดอุดรธานีกําหนด ในข้อ ๑ ดังนี้

  1. ปรับเปลี่ยนจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวด และจังหวัดเสี่ยงที่จังหวัดอุดรธานีกําหนด ให้เป็นจังหวัดดังต่อไปนี้ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ชลบุรี สมุทรสาคร นครปฐม พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา ฉะเชิงเทรา ระยอง ระนอง นครศรีธรรมราช ราชบุรี ตรัง นราธิวาส สระบุรี จันทบุรี ยะลา ปัตตานี รวม ๒๒ จังหวัด
  2. ๒. ให้ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวด และจังหวัดเสี่ยงที่จังหวัดอุดรธานี กําหนด ๒๒ จังหวัดดังกล่าว ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดอุดรธานี ปฏิบัติดังนี้

    ๑) รายงานตัวกับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ๒) ลงทะเบียนโปรแกรม COMID-19 Watch Out

    ๓) ให้ตรวจหาเชื้อ COVID-19 ทุกคน ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยผู้ที่มาจากจังหวัด กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ชลบุรี สมุทรสาคร นครปฐม พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี รวม ๔ จังหวัด ให้ตรวจหาเชื้อ COVID-19 โดยวิธี RT-PCR

    ๔) กักตัวที่บ้าน (Home Quarantine) เป็นระยะเวลา ๑๔ วัน ยกเว้นผู้ได้รับวัคซีนป้องกัน โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COMD-19) ครบ ๒ เข็ม ไม่ต้องกักตัว ๑๔ วัน แต่ให้ดําเนินชีวิตตามหลัก D-M-H-T-T-4

    ๓. รายชื่อจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวด และจังหวัดเสี่ยงที่จังหวัดอุดรธานีกําหนด ที่ปรับเปลี่ยนตามความเห็นขอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี ให้ถือปฏิบัติตามคําสั่งนี้ด้วย

    ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคําสั่งนี้ เป็นความผิดตามมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

    ข้อกําหนด ประกาศ คําสั่ง หรือการกระทําที่อาศัยอํานาจแห่งพระราชกําหนดการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๔ ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองตามมาตรา ๑๖ แห่งพระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๘ การดําเนินการตามคําสั่งนี้ เป็นกรณีที่มีสถานการณ์ อันกระทบหรือต่อความสงบเรียบร้อย และเป็นกรณีจําเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิด ผลเสียหายอย่างร้ายแรง แก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามมาตรา ๓๐ วรรคสอง (๑) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

    ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔

     

แสดงความคิดเห็น