รพ.ชุมแพ ขอนแก่น สุดยอด!!ทำคลอดหญิงติดโควิดปลอดภัยทั้งแม่และลูก

โรงพยาบาลชุมแพ ขอนแก่น ทำสำเร็จ  ทำคลอดหญิงติดเชื้อโควิด-19 ด้วยการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องปลอดภัยทั้งแม่และลูก
วันนี้ 4 กรกฎาคม 2564 ที่โรงพยาบาลชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พญ.ดวงพร อัศวราชันย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ แจ้งว่าทีมแพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลชุมแพ ได้ทำการ ผ่าตัดคลอดหญิงที่ป่วยติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นหญิงตั้งครรภ์รายแรกที่เป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 โดยรับเชื้อจากหลานวัย 7 เดือนที่ติดเชื้อจากจังหวัดชลบุรี โดยหญิงตั้งครรภ์มีภาวะปอดอักเสบ และเจ็บครรภ์คลอด ผู้ป่วยได้รับยาต้านไวรัสทันทีที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลชุมแพ เนื่องจากรายนี้มีภาวะเจ็บครรภ์คลอด สูติแพทย์ร่วมประเมินกับอายุรแพทย์ และวิสัญญีแพทย์ คิดว่าการคลอดที่โรงพยาบาลชุมแพ จะมีความปลอดภัย เพราะโรงพยาบาลมีห้องผ่าตัดความดันลบพร้อมใช้งาน ซึ่งผู้ป่วยรายนี้เป็นหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อรายแรกของอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น นับตั้งแต่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19
นอกจากนี้ พญ.ดวงพร อัศวราชันย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ แจ้งเพิ่มเติมว่า โรงพยาบาลชุมแพ อยู่ห่างไกลตัวจังหวัดมาก จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมรับมือในกรณีหญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่ติดเชื้อโควิด-19 ถือว่าเป็นความสำเร็จในการดูแลทำให้เกิดความปลอดภัยทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ โดยห้องผ่าตัดความดันลบนี้ สร้างขึ้นจากเงินบริจาคของชาวชุมแพ ในกรณีนี้ ทีมแพทย์พยาบาลได้มีการเตรียมการเป็นอย่างดี นับตั้งแต่การรับผู้ป่วยที่บ้านและมีการวางแผนการรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพ และมีการวางแผนผ่าตัดทันที เนื่องจากมารดามีภาวะปอดอักเสบและเจ็บครรภ์คลอด ทำให้ไม่สามารถที่จะทำคลอดตามปกติได้ ต้องทำคลอดโดยการผ่าคลอดทางหน้าท้อง จึงได้เตรียมห้องผ่าตัดพิเศษ ซึ่งเป็นห้องผ่าตัดความดันลบ ทีมแพทย์ พยาบาลในการผ่าตัดคลอดและช่วยดูแลทารกแรกเกิด ทารกคลอดในบ่ายวันนี้ เป็นเพศชาย น้ำหนัก 2,785 กรัม สุขภาพแข็งแรง ผลการตรวจ ไม่พบการติดเชื้อโควิด-19
พญ.ดวงพร กล่าวต่อว่า ส่วนการติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างแม่ไปสู่ลูก นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากเพราะยังไม่มีรายงานการติดเชื้อโควิดผ่านทางรกหรือผ่านทางน้ำนมได้ ดังนั้น คุณแม่จึงสามารถให้น้ำนมบุตรได้ แต่ต้องระมัดระวังด้วยการใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน ซึ่งได้ให้บีบน้ำนมจากแม่ใส่ขวดไปให้ลูกดื่มจะเป็นการปลอดภัยมากที่สุด พร้อมแยกห้องกันอยู่ โดยมารดาอยู่ห้องความดันลบในหอผู้ป่วยวิกฤติศัลยกรรม เพื่อให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ พยาบาลอย่างใกล้ชิด ส่วนเด็ก ต้องแยกกับมารดา เพื่อป้องกันการติดเชื้อและมีการตรวจโควิด-19 หลังคลอดทันทีและอีก 72 ชั่วโมง ซึ่งผลตรวจหาเชื้อโควิด(RT-PCR)แรกคลอดยังไม่พบเชื้อ ทางโรงพยาบาลยังคงใช้มาตราการรักษาความปลอดภัยสูงสุด โดยให้เด็กอยู่ในห้องแยกพิเศษไว้ก่อน
ทีมบริหารโรงพยาบาลชุมแพต้องขอชื่นชมทีมงานทุกคน ซึ่งทุกคนมีความสุข ความตั้งใจและกระตือรือร้นมากที่ได้ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยตั้งครรภ์รายนี้ ได้เห็นสีหน้าแววตาของทีมแพทย์พยาบาลชุดนี้แล้วทุกคนมีความกระตือรือร้นและพร้อมที่จะช่วยเหลือ ไม่มีความวิตกกังวลแต่อย่างใด เพราะทุกคนได้รับวัคซีนครบ และโรงพยาบาลก็มีอุปกรณ์ป้องกันตัวสูงสุด ซึ่งในช่วงที่ทำการผ่าตัดคลอดนั้น แพทย์พยาบาลทุกคนมองเห็นแววตาของคุณแม่ที่มองมา ทำให้ทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะให้การช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นทีมห้องฉุกเฉิน นำโดย นพ.พศวีร์ เผ่าเสรี แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ที่ช่วยประสานงานระหว่างผู้ป่วยและทีมรับส่งผู้ป่วยให้การดูแลเบื้องต้นระหว่างส่งต่อ พญ.เปรมฤดี จีรภัทร์อติชัย รังสีแพทย์ที่ทำการอ่านฟิล์มเอกซ์เรย์ปอดอย่างรวดเร็ว นพ.จันทร์โท ศรีนา และ นพ.จาตุรงค์ ทองแย้ม อายุรแพทย์ ทีมเภสัชกรรมที่เตรียมยาต้านไวรัส ทีมพยาบาลทั้งที่หอผู้ป่วย ห้องคลอดและห้องผ่าตัดไม่ว่าจะเป็นพญ.แสงเดือน กิ่งข่อยกลาง สูตินรีแพทย์ พญ.พิมพ์รภัส รุ่งวิวัฒน์ศิลป์ วิสัญญีแพทย์ นพ.สมเกียรติ ชูบัณฑิตกุล กุมารแพทย์โดยมีนพ.พงษ์ศักดิ์ จันทรงาม มาช่วยเตรียมความพร้อมก่อนเข้าห้องผ่าตัด
พญ.ดวงพร กล่าวอีกว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของประเทศและขอนแก่น อยู่ในช่วงที่มีการระบาด ยังมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก จากหลายคลัสเตอร์ โรงพยาบาลชุมแพ ก็เตรียมตั้งรับผู้ป่วยโควิดจากอำเภอในโซนตะวันตกของจังหวัดขอนแก่นที่ไม่มีอาการจนถึงมีอาการปานกลาง วันนี้ผู้ป่วยโควิดในหอผู้ป่วยแยกโรคที่มีภาวะปอดอักเสบเริ่มมีอาการดีขึ้นตามลำดับ มีบางคนยังอยู่ในขั้นวิกฤตแต่ยังไม่ถึงกับทำให้เสียชีวิต จึงขอฝากถึงประชาชนชาวชุมแพ ว่าตอนนี้ถึงแม้ว่าเราจะมีวัคซีนแต่ยังได้ไม่มาก การใช้มาตราการเดิมไม่ว่าจะเป็นการใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ ใช้ไทยชนะ (D-M-H-T-T)ยังคงต้องถือปฎิบัติและพบว่า70%การติดเชื้อมักมาจากการติดร่วมบ้าน ในระยะนี้ควรกินอาหารแยกกัน งดสังสรรค์ และสวมใส่หน้ากากตลอดเวลาแม้อยู่ในบ้านเดียวกัน เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ และต้องขอบคุณทีมงานควบคุมโรค ทีม อสม. และทีม จนท.รพ.สต.ทุกแห่งที่ทำการเชิงรุกค้นหาผู้ป่วย ทำให้เตรียมการให้การรักษาทันท่วงที ถือเป็นบทสรุปความงดงามที่เกิด ความร่วมมือร่วมใจของชาว เครือข่ายบริการสาธารณสุขอำเภอชุมแพ
แสดงความคิดเห็น