ศรีสะเกษเข้ม!! ปรับเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ยังไม่ใช่เคอร์ฟิว แต่งดออกจากเคหะสถาน 23.00 – 04.00 น.

ศรีสะเกษเข้ม!! ปรับเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ยังไม่ใช่เคอร์ฟิว แต่งดออกจากเคหะสถาน 23.00 – 04.00 น.

 

วันนี้ (19 ก.ค. 64) ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายวัฒนา  พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วม Mornig Take กับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามบริหารจัดการข้อมูลแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมกับได้ออกคำสั่งจังหวัดเรื่องยกศรีสะเกษเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

เนื่องจากสถานการณ์ล่าสุด (19กค.64) จังหวัดศรีสะเกษมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด19 สูงถึง 125 คน เป็นผู้ป่วยติดเชื้อในพื้นที่ 8 ราย  เป็นผู้ป่วยติดเชื้อที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง 90 ราย และ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเดินทางมารักษา 27 ราย  เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 7 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 1,746 ราย จึงได้พิจารณาแยกผู้ป่วยออกเป็นกลุ่มสีเขียวสีเหลืองสีแดง เพื่อบริการจัดการเตียงผู้ป่วยให้เพียงพอ และ เริ่มทะยอยเปิดโรงพยาบาลสนามในวันที่ 21 – 22 กรกฎาคมนี้ หากพบว่าพื้นที่ใดมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อมากขึ้น ก็จะเปิดโรงพยาบาลสนามเพิ่มรองรับผู้ป่วยให้เพียงพอ

จังหวัดศรีสะเกษจึงได้ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดไม่ใช่ประกาศเคอร์ฟิว โดยผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตลอดจนพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด ให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และ ต้องถูกกักตัวในที่พักอาศัยหรือสถานที่ราชการจัดให้อย่างเป็นเอกเทศเป็นเวลา 14 วัน ภายใต้มาตรการความปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มงวด  ขณะที่ร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม เปิดบริการได้ไม่เกิน 23.00 น. แต่ห้ามจำหน่ายหรือดื่มสุราในร้าน

สำหรับห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าสามารถเปิดได้ตามเวลาปกติ   ส่วนการจัดกิจกรรมหรือรวมกลุ่มของบุคคลต้องไม่เกิน100 คน  ซึ่งผู้ฝ่าฝืนอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 อัตราโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และ อาจมีความผิดตาม พ.ร.ก. พ.ศ. 2548 อัตราโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

โอกาสนี้ จังหวัดศรีสะเกษได้ขอความร่วมมือประชาชนงดออกจากเคหะสถานตั้งแต่เวลา 23.00 – 04.00 น.เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19

 

 

 

แสดงความคิดเห็น