สสจ.ขอนแก่น เผย เตรียมนำ “โมเดลคลัสเตอร์เรือนจำ” เป็นแนวทาง ดูแลผู้ต้องราชทัณฑ์ และสถานพินิจ

สสจ.ขอนแก่น เผย เตรียมนำโมเดลคลัสเตอร์เรือนจำ เป็นแนวทางในการดูแลผู้ต้องราชทัณฑ์ และสถานพินิจที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

 

นายแพทย์สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยถึงสถานการณ์กลุ่มก้อนผู้ติดเชื้อในเรือนจำกลางขอนแก่น หรือคลัสเตอร์เรือนจำ ว่า ขณะนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการเมื่อวันก่อน จากการที่มีการได้รับรายงานว่ามีเคส 3 รายแรกที่มีอาการ ได้มีการนำผู้ใกล้ชิดในรอบแรก 15 คน ไปตรวจและมีผลบวกยืนยัน 3 คน และนำไปขยายผลอีก 1,620 คน ผลตรวจยืนยันเบื้องต้น 315 คน และรวมกับผลที่ออกเมื่อวานอีกส่วนหนึ่งรวมเป็น 477 คน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีผลบวกประมาณ 929 คน โดยทั้งหมดได้มีการดำเนินการต่อไปนี้ คือ
1. มีการ bubble and seal ผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่เจ้าหน้าที่เรือนจำทั้งหมด 135 คน ที่จะต้องมีการอยู่เวรยามและใช้ระบบ 727 คืออยู่เวร 7 วัน พัก 2 วัน และอยู่เวรต่ออีก 7 วัน เป็น 2 ผลัด หลังจากนั้นจะให้มีการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ให้กับบุคลากรของเรือนจำ และในส่วนของผู้ต้องขังที่ป่วย 929 คน (ยืนยันผล 477 คน) จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้สูงอายุและจัดกลุ่มโรคไปอยู่แดนหอประชุมกลางและนอกเหนือจากกลุ่มนี้ จะจัดให้อยู่อีกจุดหนึ่ง สำหรับผู้ต้องขังหญิงจากการคัดกรองพบว่าผลเป็นบวก 5 คน จะไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายใดๆ และจะใช้หอพักเรือนจำเป็นที่รักษา จะไม่มีการ swab เพิ่ม แต่จะมีการเอกซเรย์ปอด หากเอกซเรย์แล้วปอดมีฝ้าจึงจะทำการ swab ซ้ำ หากผลเป็นบวกจะทำการรักษาต่อไป แต่หากผลเป็นลบ จะแยกกักตัวเนื่องจากมีความเสี่ยง และวางแผนที่จะใช้หอเรือนนอนในการแยกกลุ่มเป็นที่พักรักษา และได้ให้กรมราชทัณฑ์ขอสนับสนุนวัคซีนในนามกรมราชทัณฑ์เพิ่มเติม
2.จังหวัดขอนแก่น จะขอสนับสนุนยาต้านไวรัสเพิ่ม และการสนับสนุนเครื่องเอกซเรย์รถเอกซเรย์ในการช่วยตรวจ และจะมีการเชื่อมต่อระบบบริการของโรงพยาบาลขอนแก่น ในเบื้องต้นจะใช้กรณีศึกษาของเรือนจำ ในการจัดทำเป็นโมเดล เพื่อให้เรือนจำดูแลผู้ป่วยในทุกระดับยกเว้นผู้ป่วยสีแดงหากเป็นผู้ป่วยสีเหลืองก็จะมีการเพิ่มออกซิเจนเข้าไป เนื่องจากถ้าหากให้ผู้ต้องขังออกมาจะมีประเด็นเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ที่ต้องมีการกักตัว รวมถึงโรงพยาบาลที่รองรับที่แน่นอยู่แล้ว แต่หากโรงพยาบาลมีเตียงเพียงพอ ก็พร้อมที่จะนำมาดูแล คลัสเตอร์เรือนจำนี้ถือเป็นสิ่งที่ท้าทาย ในกรณีที่ศูนย์หรือสถานพินิจที่มีคนอยู่จำนวนมาก จะต้องมีระบบการคัดกรองที่ดีกว่านี้
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่ามีการรับเชื้อมาจากไหน เพราะจากการวัดระดับค่าแลปได้ค่าประมาณ 38 ซึ่งหมายความว่ามีการติดเชื้อมาเป็นเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เมื่อมีการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าไม่ได้สัมผัสอะไร และจากผลการตรวจเชื้อจากผู้คุมผลเป็นลบทั้งหมด ในระบบของเรือนจำผู้ต้องขังรายใหม่นั้นได้มีการกักตัว 21 – 28 วัน ซึ่งอาจจะมีบางคนที่กักตัวครบแต่ไม่ได้ตรวจซ้ำ จึงได้เสนอทางออกว่าให้มีการ swab ผู้ต้องขังรายใหม่ทุกคนก่อน
ในพื้นที่ขอนแก่น ขณะมีคนนอกพื้นที่ที่ติดต่อเข้ามารักษาตัวในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นจำนวน 39 คน และทยอยรักษาจนหาย และออกจากโรงพยาบาลไปแล้วบางส่วน ซึ่งให้มีการลงทะเบียนผ่านหน้างานที่กระทรวงสาธารณสุขส่วนกลาง หมายเลขโทรศัพท์ 1330 โดยมีรถของทหารส่งมา ผ่านเส้นทางมายังพุทธมณฑลอีสาน และจะมีรถโรงพยาบาลของแต่ละอำเภอมารับที่ศูนย์พักคอย ซึ่งขณะนี้มีผู้ที่กลับเข้ามาในพื้นที่แล้วจำนวน 739 คน แต่ยังคงค้างอยู่อีกประมาณกว่า 160 คน โดยยังต้องมีการนัดอีกครั้งว่าจะเข้ามายังพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเมื่อใด เพื่อเข้าสู่ระบบบริหารจัดการ รวมถึงเป็นการรับคนไข้ที่ Step Down จากโรงพยาบาลขอนแก่นและโรงพยาบาลในอำเภอเมืองเป็นหลัก เพื่อให้มีพื้นที่ในการดูแลผู้ป่วยหนักได้มากขึ้น
ในกรณีหากมีผู้ที่ต้องการจะมารักษาตัวที่จังหวัดขอนแก่น ขอให้สแกน QR Code และกรอกประวัติ ใน Google form เพื่อรับคำแนะนำ ในกรณีที่มีการตรวจด้วยวิธี rapid test แล้วผลเป็นบวก ก็อาจจะมีการตรวจซ้ำด้วยวิธี PCR หากเป็นบวก ก็จะต้องปฏิบัติตนตามระบบ และมีอุปกรณ์เหมือนกับโรงพยาบาลสนาม หากมีอาการหนักขึ้นให้โทร 1669 เพื่อให้ไปรับมาดูแลรักษา ส่วนกลุ่มคลัสเตอร์แรงงาน ตามที่มีการประกาศปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง ที่มีผลการตรวจเป็นบวกจำนวน 85 คน และผลล่าสุดคือ 92 คน ซึ่งส่วนหนึ่งรักษาภายในแคมป์และอีกส่วนหนึ่งคือกลุ่มเสี่ยง ที่สามารถคัดกรองได้ทั้งหมด 345 คน
แสดงความคิดเห็น