“มุกดาหารยังคงไปต่อได้เรื่อยๆ เช่น ภาคเกษตรที่ยังเดินต่อไปได้ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง สังคมมุกดาหารส่วนมากจะค่อนข้างดูแลกันดี”

นายศรายุทธ เขมะลักษณ์ ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร กล่าวในการเสวนาการป้องกัน/ควบคุมโควิด 19 และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพื้นที่ว่า ผู้ว่าฯมุกดาหารเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่ดี เตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลสนามสำหรับทุกอำเภอและตำบล ทุกหน่วยงานร่วมด้วยช่วยกันพยายามเอาคนมุกดาหารกลับมารักษาที่บ้าน อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่อง สมุนไพรของไทยสามารถช่วยได้ ได้มีการนำสมุนไพรต่างๆมาต้มและเอาไปแจกให้แก่ผู้คนที่อยู่ในโรงพยาบาลสนามได้ดื่ม

ผลปรากฏว่ามีผู้ที่ดื่มแล้วดีขึ้น กลับบ้านได้หลายราย ในส่วนของคนลาวที่อยู่ในจังหวัดมุกดาหาร นายจ้างของคนเหล่านั้นก็พยายามจัดหาวัคซีนมาให้ จึงไม่ได้ส่งกลับ คนลาวหลาย ๆ คนไม่ต้องการกลับประเทศ เพราะอยู่ที่มุกดาหารรายได้ดีกว่า

นโยบายจังหวัดมุกดาหารได้มีการนำรถตู้ไปรับผู้ป่วยที่กรุงเทพ และพากลับมารักษาตัวที่มุกดาหาร และอีกส่วนหนึ่งก็ร่วมด้วยช่วยกัน จัดหาชุด PPE และได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านหาโอกาสมาฉีดวัคซีนให้ได้ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)ที่มุกดาหารก็มีความเข้มงวดมาก พยายามติดตามผู้ที่กลับมาจากพื้นที่เสี่ยงให้ได้มากที่สุด เราไม่ได้มีปัญหาในเรื่องโรงพยาบาลสนาม มีเตียงเพียงพอต่อผู้ป่วยเนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อไม่เยอะ

ในแง่การท่องเที่ยวก็จะคล้ายๆกับนครพนม นักท่องเที่ยวหายไปค่อนข้างเยอะ เกิน 50 % ส่วนโรงแรมเงียบเหงามาก แต่ยังดีที่เศรษฐกิจมุกดาหารยังคงไปต่อได้เรื่อยๆ เช่น ภาคเกษตรที่ยังเดินต่อไปได้ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง สังคมมุกดาหารส่วนมากจะค่อนข้างดูแลกันดี

ส่วนที่ได้รับผลกระทบหนักๆคือ การเลี้ยงปลาในกระชัง เพราะขายไม่ได้ เมื่อก่อนส่งไปขายข้ามจังหวัด ตอนนี้ล็อคดาวน์ยิ่งลำบาก ส่งขายไม่ได้ และที่น่าห่วงคือ แม่น้ำโขงที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นทุกวัน ชาวประมงน่าเป็นห่วงมาก ทางหอการค้าก็ได้มีการแนะนำด้านการแปรรูปและขายทางออนไลน์ แต่ยังไม่ได้รับผลกลับมาว่าได้ผลอย่างไร

เรื่องสมุนไพรมีการส่งเสริมให้เปิดมากขึ้น โรงพยาบาลที่อำเภอนิคมคำสร้อย ได้ทำเป็นอุตสาหกรรมขนาดหย่อม ตอนนี้ฟ้าทะลายโจรมีการรับซื้อไม่อั้น ส่วนพืชเศรษฐกิจอีกตัวหนึ่งคือ กัญชาที่มีการปลูกอย่างถูกต้องตามที่กระทรวงสาธารณสุขอนุญาต คิดว่าน่าจะไปได้ดีในอนาคต

อีกหนึ่งเรื่องที่เรามีคือโคขุน สหกรณ์โคขุนที่อำเภอหนองสูงเป็นไปได้ด้วยดีด้านการแปรรูป ส่งออก มองว่าถ้าฝั่งลาวเปิดประเทศจะยิ่งโต ชาวบ้านจะได้มีโอกาสไปทำธุรกิจกับฝั่งลาว ทุกวันนี้ที่นำเข้าไปคือไปในรูปแบบของตู้คอนเทนเนอร์ สินค้าต่างๆไปรวมกันและส่งออก ฉะนั้นมุกดาหารก็ไม่ได้ลำบากมาก ถือว่ายังพอเดินต่อไปได้

การแก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาดมองว่าควรเร่งจัดการโดยการแบ่งโซน แต่อาจจะต้องใช้เวลาเพราะชาวบ้านไม่ค่อยจะฟัง มักจะปลูกพืชซ้ำๆกันในแต่ละปี ทำให้ล้นตลาด ราคาตกต่ำ เมื่อมีเวลาคุยกับทางเกษตรจังหวัดก็จะพยายามแนะนำว่าให้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้บ่อยขึ้น ให้ความรู้เกษตรกรให้มากขึ้นไม่ให้ปลูกพืชตามๆกัน เพื่อป้องกันผลผลิตราคาตกต่ำ เช่น ในปีนี้มะม่วงล้นตลาด ราคาต่ำ ดังนั้นควรส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อให้ความรู้ชาวบ้าน ให้แบ่งพื้นที่การปลูกให้ชัดเจน จะเป็นผลดีกว่าการปลูกพืชเหมือนๆกัน  ในส่วนของการฟื้นฟูธุรกิจควรจะศึกษาข้อมูลต่างๆและร่วมมือกับทางรัฐบาล

 

แสดงความคิดเห็น