“เราได้มติขอรับการเยียวยาให้เหมือนกับพื้นที่สีแดงเข้ม ลดต้นลดดอก การลดการพักชำระหนี้ การพักต้นพักดอก ยืดระยะเวลาในการชำระภาษีมูลราคาเพิ่ม”

 

นายศักดิ์ชาย ผลพานิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวในการเสวนาข้อเสนอการป้องกันควบคุมโควิด 19 และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพื้นที่ว่า จังหวัดนครราชสีมามีตัวเลขที่สูงมาอย่างต่อเนื่อง เราได้ นำเสนอแนวทางการป้องกันและควบคุม ตลอดจนมาตรการต่างๆในจังหวัดนครราชสีมา ภาครัฐ โดยผู้ว่าฯ และสาธารณสุขจังหวัด รับฟังในส่วนของเอกชนระดับหนึ่ง

จังหวัดนครราชสีมา มีมาตรการที่เข้มงวด คล้ายๆกับพื้นที่สีแดงจังหวัดอื่นๆ  แต่ก็สามารถผ่อนคลายในการทำกิจกรรมต่างๆได้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าสินค้าที่ยังไม่ปิดให้บริการ ร้านอาหารที่เปิดได้แต่จำกัดจำนวนคน

ในส่วนของมาตรการภาครัฐ ที่ควรดำเนินการอย่างแรกเลย ควรเป็นการพยายามทำการตรวจเชิงรุกให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Antigen Test Kit เมื่อเป็นผลบวกก็ต้องเข้าจุดพักคอยเพื่อรอรับการรักษา

สิ่งที่คิดว่าจำเป็นอย่างมากไม่ใช่เฉพาะในจังหวัดนครราชสีมาที่เดียวแต่เป็นทั้งประเทศ นั่นก็คือ จุดพักคอย ต่อมาเป็น Community Isolation ขึ้นมาให้ได้ ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางในชุมชนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน วัด อบต. สามารถใช้เป็นจุดพักคอยได้ เพื่อจัดสรรให้ผู้ที่ตรวจเชื้อ แล้วมีผลเป็นบวกได้เข้ามาพักคอยรอการรักษา หรือแม้กระทั่ง Community Isolation จะให้เข้ามารักษาตัวที่นี่ได้เลย โดยที่บุคลากร เช่น อสม. ในพื้นที่ คุณครู บุคคลเหล่านี้ควรนำมาฝึกอบรมให้ความรู้ในการดูแลผู้ติดเชื้อในชุมชนของตนเอง

อีกอย่างหนึ่งที่ควรนำมาใช้ คือทหารหน่วยเสนารักษ์ ซึ่งมีความรู้ด้านนี้อยู่แล้ว นำมาดูแลประชาชนในช่วงนี้ ทางท่านผู้ว่าฯนั้นเข้าใจการใช้ชีวิตการใช้ชีวิตของประชาชนทั่วไป และมีมาตรการออกมาอย่างเหมาะสม

ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นนั้นส่วนมากเป็นผู้ที่มาจากพื้นที่สีแดง ซึ่งส่วนนี้เราก็ไม่ได้กีดกันว่าห้ามกลับมา แต่ต้องมองว่าจะบริหารจัดการส่วนนี้อย่างไรให้ได้

หอการค้าจังหวัดนครราชสีมาได้สนับสนุนได้ 2 ประเด็น คือ 1.การนำเสนอแนวทาง ซึ่งทางภาครัฐก็รับฟัง 2.สนับสนุนหาเงินบริจาค ให้บุคลากรทางแพทย์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร ซึ่งเดือนที่ผ่านมา เราได้รวบรวมกันในนามของ Korat Go และรวบรวมเงินบริจาคได้ 1,000,000 กว่าบาท มอบให้กับโรงพยาบาลมหาราช ในการซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ และหน่วยงานอื่นก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างมาก เช่น องค์กรสโมสรการกุศลต่างๆได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ มีโรงแรมในโคราชหลายแห่ง ที่เสนอตัวเป็น Alternative Creative ให้กับจังหวัดนครราชสีมา

เศรษฐกิจโคราชประกอบด้วย 3 สิ่งหลักๆ คือ ด้านอุตสาหกรรม  30% ค้าปลีกค้าส่ง 15% ส่วนสุดท้ายเป็นเกษตรซึ่งเป็น 13% ต่อมาเป็นการท่องเที่ยวของจังหวัดซึ่งเป็น 8-9% ของรายได้รวมเศรษฐกิจจังหวัด

โครงการต่างๆของรัฐ เป็นมาตรการหนึ่งที่ช่วยเยียวยาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะร้านค้าปลีกค้าส่งไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ อีกทั้งได้มีการนำเสนอมาตรการในการเปิดเมืองใน 4 อำเภอด้วยกัน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมาที่จะมีเทศกาลท่องเที่ยวในระดับโลก

นั่นก็คือเทศกาลไทยแลนด์ฟินเนเล่ (Thailand finale) เป็นงานแสดงศิลปะนานาชาติ ที่มีกำหนดจัดในช่วงปลายปีนี้ โดยจะจัดอยู่ที่อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว และอำเภอพิมาย ซึ่งใน 4 อำเภอนี้จะมี 3 อำเภอที่ใช้เป็นจุดแสดงกิจกรรม รวมทั้งผลงานการต่างๆ เปรียบเสมือนการทำ sand box ขึ้นในอำเภอต่างๆ เราไม่ได้มุ่งหวังว่าจะมีเพียง 4 อำเภอนี้ แต่สินค้าจากจังหวัดใกล้เคียงก็สามารถไหลเข้ามาให้กับนักท่องเที่ยวได้

ช่วงเดือนกันยายนนี้ จะมีการแข่งขันวอลเลย์บอลนานาชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่จะเพิ่มรายได้ให้กับจังหวัดนครราชสีมา เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการไม่ว่าจะห้างสรรพสินค้าต่างๆ หรือผู้ประกอบการรายย่อยก็จะมามีส่วนร่วมในกิจกรรมเหล่านี้ เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเตรียมพร้อมในการรับนักท่องเที่ยว

ในการปรับตัวของผู้ประกอบการสามารถมีแนวทางในการปรับตัวได้มากมาย ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจค้าขายออนไลน์ จังหวัดนครราชสีมามีผู้ประกอบการเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างทางออนไลน์ค่อนข้างเยอะ การขายอาหารก็เช่นกัน รวมทั้งการหาพันธมิตร

โคราชมีบริษัทรถทัวร์ สายนครราชสีมา – กรุงเทพ 4 บริษัท โดย 3 ใน 4 ได้รวมตัวกันเป็นบริษัทเดียว เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ รวมทั้งการปรับตัวให้ผู้ประกอบการอีกหลายๆภาคส่วน เพื่อความช่องทางในการทำงานและหารายได้เพิ่มขึ้น

การประชุมกรอ.ที่ผ่านมา เราได้มติว่าจะทำหนังสือยื่นให้กับทางจังหวัด โดยกลุ่มหอการค้านครชัยบุรินทร์และหอการค้าไทยในการขอรับการเยียวยาของจังหวัดในพื้นที่สีแดง ให้เหมือนกับพื้นที่สีแดงเข้ม รวมทั้งมาตรการต่างๆทั้งด้านการเงิน การลดต้นลดดอก การลดการพักชำระหนี้ การพักต้นพักดอก รวมไปถึงการขอให้ยืดระยะเวลาในการชำระภาษีมูลราคาเพิ่ม

แสดงความคิดเห็น