“โควิด 19 จะอยู่กับเราไปอีกนาน ถือว่าเป็นรูปแบบใหม่ที่ต้องมีการพัฒนา เรื่องออนไลน์ เป็นเครื่องมือที่เข้าถึงได้ง่าย อนาคตของ Next Normal คงเป็นช่องทางนี้”

นาย มงคล จุลทัศน์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวในการเสวนาข้อเสนอการป้องกันควบคุมโควิด 19 และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพื้นที่ว่า อุบลฯมีการรับผู้ป่วยที่ตรวจพบว่าติดโควิดจากต่างจังหวัด ซึ่งผู้ว่าฯหรือสาธารณสุขจังหวัดก็ดูว่าจะทำยังไงกับตัวเลขที่สูงขึ้นเพราะกรุงเทพฯโรงพยาบาลต่างๆ ตลอดจนบุคลากรไม่เพียงพอ ถ้าไม่ให้ผู้ป่วยกลับก็ไม่ได้

ถ้ามีการดูแลบริหารจัดการ แยกคนที่ติดเชื้อได้ชัดเจน และชุมชนให้ความสนใจ ไม่นานเราก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ แต่ถ้าไม่มีระเบียบ วินัย ไม่มีการควบคุมก็จะเกิดปัญหา สิ่งหนึ่งที่ทางภาคเอกชนได้ช่วยทางสาธารณสุขคือเครื่องช่วยหายใจ และกำลังวางแผนที่จะช่วยเหลือประชาชน

การจัดกิจกรรม ประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลฯที่ผ่านมา หอการค้าฯได้สนับสนุนการขายออนไลน์ ช่วยผู้ประกอบการที่เป็น SME หรือว่า OTOP เนื่องจากผู้ประกอบการเกรงว่า การรวมตัวและจัดกิจกรรมจะเกิดปัญหาคลัสเตอร์ใหม่

เราใช้ช่องทางออนไลน์ถ่ายทอดสดประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาถือเป็นเรื่องใหม่ โดยใช้เครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์และสื่อเฉพาะกิจต่างๆ ที่เป็นของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) Influencer หรือ Youtuber ไม่มีการแห่เทียน มีคนเข้าดูการถ่ายทอดสดถึง 3.4 ล้านคน และไม่มีคนติดเชื้อการประมูลเทียนพรรษาของครูเทียนและศิลปินต่างๆ สามารถรวบรวมเงินได้ 3.29 แสนบาท และนำรายได้ส่วนนี้ไปช่วยเหลือโควิด 19

โควิด 19 จะอยู่กับเราไปอีกนาน ถือว่าเป็นรูปแบบใหม่ที่ต้องมีการพัฒนา เพราะหลายอย่างอาจจะยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่เรื่องออนไลน์ เป็นเครื่องมือที่เข้าถึงคนดูได้ง่าย อนาคตของ Next Normal คงจะเป็นช่องทางนี้

เศรษฐกิจอุบลฯ มีธุรกิจท่องเที่ยว และบริการ เป็นเครื่องจักรสำคัญสูงสุด ขณะนี้โรงแรม อย่าว่าแต่ 50% เลย ตอนนี้ถ้าได้ 20% ก็ถือว่าดีแค่จะดูแลพนักงานก็ยังยาก

สนามบินอุบลฯหยุดไปแล้ว รถประจำทางก็หยุดไปแล้ว และเพิ่งประกาศพื้นที่ห้ามเข้า 2 เขตคือ ตำบลยางขี้นก และชุมชนวัดศรีแสงทองที่เป็นคลัสเตอร์

เราต้องกลับมาดูตัวเรา ปัญหาที่ประสบไม่ใช่เฉพาะแค่อุบลฯ อีสาน หรือเฉพาะในประเทศ แต่เป็นปัญหาทั่วโลก ประเทศไทยเองไม่ใช่ประเทศที่พัฒนาแล้วที่จะมีทุกอย่าง

เกษตรกรรมเป็นพื้นฐานหยั่งรากลึกในชีวิต อาจจะกลับมาพัฒนาใหม่ อุบลฯไม่ได้มีแค่การปลูกข้าวอย่างเดียว ยางพาราก็เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่ง อุบลฯมีทุเรียน มีความหลากหลาย หรือแม้แต่อินทผลัมอุบลฯก็มีเหมือนกัน

เกษตรกรมีรายได้ที่จะหาเลี้ยงชีพให้อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพิงอุตสาหกรรม ต้องกลับมามองเรื่องเกษตรกรรม ทำให้ต้นทุนชีวิตเขาอยู่แบบพอเพียง

หากสถานการณ์ดีขึ้น ผู้ประกอบการต้องเตรียมรับมือ ภาคบริการเป็นส่วนที่น่าเห็นใจ แต่บางเจ้ายังยืนระยะได้อยู่ เมื่อสถานการณ์เข้าที่ดีแล้ว เชื่อว่าโรงแรม หรือร้านอาหารก็จะกลับมาฟื้น เพราะผู้ว่าฯค่อนข้างที่จะเข้มงวดเรื่องนี้

ขณะนี้ภาครัฐเอง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าครองชีพเองก็ลดลงมาพอสมควร ตอนนี้ต้นทุนชีวิตก็ถือว่าถูกลง ตนได้มีโอกาสคุยกับทางธนาคารออมสิน เขาให้กู้ในปีแรก ดอกเบี้ยเพียง 0.1% เท่านั้น เรื่องการแปรรูปสินค่าเกษตรของอุบลฯ

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มี Pilot Plant เป็นโครงการของหอการค้าอุบลฯ ร่วมเสนอขึ้นมา พัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร อย่างก๋วยจั๊บอุบลฯ และเร็วๆ นี้จะมีเครื่องสำอางขึ้นมา เรากำลังพยายามพัฒนา แต่ตอนนี้ติดในเรื่องของโรคลัมปีสกินจากวัว

พวกเราผ่านวิกฤตต่างๆ มาไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ การเมือง สิ่งหนึ่งที่จะช่วยเราคือ การสร้างความสามัคคี คนไทยมีจิตอาสาที่จะช่วยเป็นพื้นฐานอยู่แล้วแต่ละภาคส่วน ถึงแม้จะไม่ได้ตอบโจทย์หรือไม่ได้ทันตามความต้องการซะทีเดียว แต่เชื่อว่าทุกเสียงหรือทุกคนเองมีใจที่อยากจะช่วย

“”””””””””””””””””””””””””

แสดงความคิดเห็น