สท.ฝ่ายค้านแจงเหตุไม่ผ่านงบฯ  ผิดระเบียบมท.และไม่สอดคล้องความจริง

สท.ติ่มซำ แจงเหตุผลไม่ผ่านข้อบัญญัติงบประมาณเทศบาลนครขอนแก่น อ้างฝ่ายบริหารไม่แต่งตั้ง สท. ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชน เข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ขณะเดียวกันงบประมาณที่จัดตั้งไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง โดยเฉพาะเรื่องการจัดเก็บภาษีหรือรายได้  จากผลกระทบวิกฤตโควิด 19  

นายอภิโชค ประเสริฐรุ่งเรือง สมาชิกสภาเทศบาลนครขอนแก่น กลุ่มรักพัฒนานครขอนแก่น ซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งที่อภิปรายและโหวดไม่เห็นด้วยกับร่างข้อบัญญัติงบประมาณ ของฝ่ายบริหารเขียนในเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า  มหาสมุทรจะเด่นสง่าเป็นสีฟ้าได้อย่างไร หากขาดองค์ประกอบของน้ำทะเล ครั้งแรกของ หน้าประวัติศาสตร์เทศบาลนครขอนแก่นที่สภาส่วนใหญ่เห็นชอบ “ไม่รับหลักการ” งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2565

“พวกเราไม่ได้ภูมิใจในมติที่เราได้ลงไป แต่เมื่อการทำงบประมาณครั้งนี้ ไม่ชอบด้วยระเบียบของกระทรวงมหาดไทย เราก็ต้องทำทุกอย่างตามที่กฎหมายกำหนดเพราะถ้างบประมาณตัวนี้ ไม่สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนได้ตรงจุดแหล่ะ สมมุติ  ถ้าชาวบ้านขอถนนคุณให้งบไฟทาง ขอหลังคาคุณให้งบไม้กวาด ขอวัคซีนท่านให้งบปลูกป่าแหล่ะ?

ผมหวังดี อภิปรายร้องขอผู้บริหารว่า ถอยคนละก้าวไหม มาเจรจากันก่อนเพราะรู้ดีว่าในอดีตการเมืองแบ่งทีมกันอย่างไรถ้าเราถอยคนละก้าวมาเคลียร์กัน ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้

สุดท้ายท่านก็ยังเลือกที่จะเมินเฉยและเสนอญัตติต่ออธิบายง่ายๆคือ ระเบียบให้แต่งตั้งคณะกรรมการให้ครบองค์ประกอบสท.รับตำแหน่ง  ทีมบริหารรับตำแหน่ง  ตั้งกรรมการจัดทำแผนฯให้ครบตามระเบียบ  จัดทำแผนฯ แต่เนื่องจากการจัดทำงบประมาณตัวนี้กลับกัน สท.รับตำแหน่ง  ทีมบริหารรับตำแหน่ง  ตั้งกรรมการจัดทำแผนฯ “ไม่” ครบองค์ประกอบ (ไม่มีตัวแทนประชาชน)จัดทำแผนฯ

“ผมเองในฐานะตัวแทนประชาชน ก็ต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาอย่างเต็มที่และถูกต้องเพราะสมาชิกสภาฯคือฝ่ายตรวจสอบ การทำงานจะมาให้ยืนปรบมือเห็นดีด้วยตามแผนผู้บริหารทุกอย่างโดยไม่ท้วงติง ผมจะมองหน้าประชาชนอย่างไร ทั้งที่ยังผิดขั้นตอนอยู่ แล้วเราจะพัฒนาต่อไปได้อย่างไร? ถึงตอนนี้เจตนารมณ์ของผมและกลุ่มยังไม่เปลี่ยนแปลง คือเปลี่ยนขอนแก่นให้ดีกว่าเดิม

นายอภิโชค ให้สัมภาษณ์ “อีสานบิซ” เพิ่มเติมว่า ตนได้พิจารณาระเบียบกระทรวงมาดไทย 2548 แก้ไขเพิ่มเติม 2559 / 2561 ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  หมวด 1 ว่าด้วย องค์กรจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น ข้อ 8 ระบุว่า ผู้บริหารจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น ฯ ตามองค์ประกอบการทำแผน และในวงเล็บ 3  ระบุให้มีสมาชิกสภาเทศบาล จำนวน 3 คน อยู่ในคณะกรรมการฯจัดทำแผน

“การจัดทำแผนครั้งนี้ไม่มี สท.ซึ่งถือว่า เป็นตัวแทนของประชาชน อยู่ในคณะกรรมการฯ ซึ่งผมได้ท้วงติง และขอให้มีการเริ่มต้นใหม่ โดยการถอยคนละก้าวมาคุยกัน แต่เขายังยืนยันที่จะเดินหน้าต่อไป”นายอภิโชคกล่าวและว่า

ส่วนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ตนมองว่าขณะนี้สถานการณ์เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด 19 ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ ที่จะต้องลดลงแต่การจัดทำงบประมาณครั้งนี้ยังคงเป็นไปตามกรอบการจัดเก็บรายได้เช่นเดิมซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

นอกจากนี้ยังมีสมาชิกสภาฯท่านอื่นได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตุ  เกี่ยวกับงบประมาณด้าน สาธารณสุข ขยะ  การจัดหาสวัสดิการ การจัดหาวัคซีน ความเป็นอยู่ของประชาชน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริง ซึ่งเราในฐานะตัวแทนประชาชนจึงได้ตัดสินใจไม่ผ่านข้อข้อบัญญัติงบประมาณของเทศบาลฯดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่า ในส่วนของคณะกรรมการฯ 14 คน ที่ได้มีการจัดตั้งขึ้นมาจากตัวแทนทุกฝ่ายจะสามารถเจรจาตกลงและหาทางออกร่วมกัน โดยตนเชื่อว่า สมาชิกสภาฯและฝ่ายบริหารนั้นต่างทำหน้าที่ของตนเอง โดยมีเป้าหมาย ที่ต้องการจะให้มีการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและเกิดผลประโยชน์ของประชาชนมากที่สุด โดยไม่ได้มีอะไรแอบแฝงในเรื่องของการเมืองแต่อย่างใด

แหล่งข่าวจากฝ่ายบริหารให้ความเห็นกับ “อีสานบิซ” ว่า เมื่อเกิดปัญหาสภาฯไม่ผ่านร่างข้อบัญญัติงบประมาณ กระบวนการขั้นตอนต่อไป คือ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการฯฝ่ายละ 7 คน รวมเป็น 14 คน และหาคนที่เป็นกลางเป็นประธานฯ เพื่อร่วมกันพิจารณาเหตุผลที่สภาฯไม่ผ่านข้อบัญญัติงบประมาณ คืออะไร  สามารถรับฟังได้หรือไม่ หรือจะต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างไร

“เมื่อพิจารณาแล้ว และจะการนำเสนอให้ท่านผู้ว่าฯพิจารณา และจะส่งกลับมาให้นายกเทศมนตรี นำเข้าที่ประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาใหม่อีกรอบหนึ่ง  ก็ต้องคุยกันด้วยเหตุด้วยผล หากสภาฯไม่ผ่านร่างฯอีกครั้ง ท่านผู้ว่าฯก็อาจจะใช้อำนาจยุบสภาฯได้ โดยที่มาของกฎหมายฉบับนี้เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดพวกมากลากไป จึงได้ให้อำนาจกับท่านผู้ว่าฯในการกำกับการทำงานของเทศบาลถ้ามีเหตุผล ก็ไม่มีปัญหาอะไร”แหล่งข่าวกล่าว

……………………………

แสดงความคิดเห็น