“ถ้ายังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ประชาชนจะไม่มีเงิน รายได้จากการทำนาและเงินอุดหนุนของรัฐพออยู่ได้ แต่การขับเคลื่อนต่อไปคงจะยาก”

นายอภิวัฒน์ ศิริอำนาจ ประธานหอการค้า จังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวในการเสวนาข้อเสนอควบคุมป้องกันโควิด 19 และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพื้นที่ว่า  อำนาจเจริญเองปกติจะไม่มีผู้ป่วยที่ติดจากภายใน คลัสเตอร์ที่เกิดขึ้นสามารถควบคุมไว้ได้หมดแล้ว ส่วนข้อมูลผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นมาส่วนมากแล้วมาจากต่างจังหวัด มาจากส่วนกลางที่รับกลับบ้านมาในระดับนี้เรายังสามารถรับได้และยังจัดการได้อยู่

เรายังสามารถเพิ่มโรงพยาบาลสนาม เพิ่ม community isolation (CI) ในทุกตำบลรองรับ จัดหาศูนย์พักคอยที่จะคัดแยกในเบื้องต้นให้กับผู้ที่เดินทางกลับมาในระดับหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านจะเป็นผู้จัดการส่งข้อมูลเข้ามาในส่วนกลางจะไม่ให้มีใครกลับมาโดยไม่แจ้ง

“เราก็ห่วงว่า ถ้าเขากลับมาแล้ว เขาจะไม่อยู่กับที่ไปสังสรรค์ ไปชุมนุมกับญาติพี่น้องต่างๆ ทำให้การเกิดคลัสเตอร์ขึ้นมา 2-3 คลัสเตอร์ แต่ดีที่เราสามารถควบคุมได้ทัน”

อีกอย่างคือ เราไม่ใช้โมเดลเถียงนาเพราะว่าควบคุมไม่ได้ ผู้ป่วยไม่ยอมอยู่ จะมีการออกจากที่กักตัวไปสังสรรค์กับญาติพี่น้องก็เลยเป็นเหตุผลที่ไม่ใช้โมเดลเถียงนา

เถียงนาโมเดลก็คือ การที่แยกผู้ป่วยออกไปอยู่ตามเถียงนา โดยที่ไม่มีใครดูแล ต้องดูแลตัวเอง ซึ่งทำให้เราพิสูจน์ไม่ได้ว่าแต่ละคนมีความรับผิดชอบตัวเองมากน้อยแค่ไหน

เป็นจริงที่ว่าอยู่แล้วทนไม่ไหวโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุไม่มาก ความอดทนจะค่อนข้างน้อย และสิ่งแวดล้อมยั่วยวนอยู่ตลอด เพื่อนฝูง อาจจะอยากพบเจอก็เลยทำให้โมเดลนี้ใช้ไม่ได้

ตอนหลังจึงได้ทำเป็นจุดพักคอยเข้ามาล็อคไว้ แล้วทำการคัดกรองอีกครั้ง ส่วนผู้ที่ติเชื้อก็ส่งตัวไปรักษาและผู้ที่กักตัวครบ 14 วันก็อนุญาตให้กลับบ้าน

ในการบริหารจัดการอาจจะเพิ่มจุดพักคอย แต่โรงพยาบาลสนามน่าจะได้แค่เท่านี้ เพราะว่าบุคลากรเองเริ่มไม่พอในส่วนของงบประมาณก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ระเบียบเยอะ ใช้ยาก

ส่วนหอการค้าฯเป็นการสนับสนุนกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ จัดหาวัสดุอุปกรณ์ เข้าไปเป็นกองหนุน เราคงไม่ได้เข้าไปเป็นกองหน้า แต่มีการสนับสนุนเข้าไปเรื่อยๆ สิ่งใดที่บุคลากรขาดและพยายามร้องขอ เราก็จัดสรร จัดหาเข้าไปให้ ล่าสุดได้ช่วยเรื่องเครื่องช่วยหายใจ ชุด PPE แล้วก็เรื่องอาหาร สนับสนุนเข้าไปตลอด

อำนาจเจริญส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 50% สำหรับประชากร ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำลงมาก โดยเฉพาะข้าว ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ แต่ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ขึ้นราคาเหมือนในปัจจุบัน น้ำมันแพงขึ้น ค่าครองชีพแพงขึ้น

ถ้ายังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ประชาชนจะไม่มีเงิน รายได้จากการทำนาและเงินอุดหนุนของรัฐพออยู่ได้ แต่การขับเคลื่อนต่อไปคงจะยาก ฐานล่างไม่มีเงินในการจับจ่ายใช้สอย ภายในตัวจังหวัดเองก็จะไม่มีเงินหมุนเวียนด้วย

ส่วนเศรษฐกิจตัวอื่นถ้ารัฐไม่สามารถจัดสรรวัคซีนให้ได้ถึง 50% เร็วๆ นี้ ทุกคนก็จะต้องกลัวโควิดอยู่อย่างนี้ เพราะไม่มีเกราะป้องกันตัว พอได้รับวัคซีน เมื่อก่อนก็ไม่กลัว ยังกล้าไปไหนมาไหนอยู่ เราต้องสร้างความมั่นใจตรงนี้

ถ้าประชาชนเกินครึ่งหนึ่งได้รับวัคซีน มีโล่ป้องกันสามารถเดินออกไปใช้ชีวิต Self quarantine สร้างระยะห่างได้ทำงานได้ ออกไปใช้ชีวิตได้เศรษฐกิจมันก็จะเดินได้ในอีกระดับหนึ่ง

สื่อของรัฐต้องสร้างความมั่นใจเรื่องวัคซีน ต้องทำให้ได้ ถ้าไม่อย่างนั้นจะเกิดความโกลาหลอยู่อย่างนี้ กลายเป็นว่าเราไม่สามารถสู้ได้ จะต้องหลบอย่างเดียว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ

หลังจากโควิดคิดว่าโอกาสในหลายอย่างจะเกิดขึ้น ทั้งพฤติกรรมของมนุษย์เอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการบริโภคหรือการใช้ชีวิต จะทำให้เกิดการตลาดแบบใหม่ที่ใครค้นพบก่อนก็เป็นโอกาส

ธุรกิจ SME ที่จะสามารถต่อสู้กับธุรกิจรายใหญ่ได้และการเกษตรเองก็ถือเป็นธุรกิจหลักของประเทศไทย ต่อไปในอนาคตข้างหน้าจะไปได้ไกล อยู่ที่การวาง Position ให้ถูก ถือเป็นโอกาสของภาคอีสานเรา มี Product หลายๆ ตัวที่เป็นโอกาสดีๆ ให้เราดำเนินธุรกิจกันต่อไป

…………………

แสดงความคิดเห็น