ไม้ขีดก้านแรกส่งให้รัฐจัดการทุจริตยักยอกฟอกเงิน จุดติดแล้ว “ไฟลุกท่วมสหกรณ์ครูทั่วประเทศ”(13)

สดุดี “สานิต พลศรี และคณะ” นักสู้ยาวนานมากว่า 10 ปี ชนะคดีแชร์ล็อตเตอร์ 13 สหกรณ์ออมทรัพย์ครูในภาคอีสาน 

ในการสร้างแรงสั่นสะเทือนกับวงการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและสาธารณสุขของไทยมีสองเรื่องใหญ่ที่”กลุ่มผีดูดเลือด”ก่อกรรมทำเข็ญให้กับสมาชิกสหกรณ์นับแสนๆ คน เริ่มจากเรื่อง แชร์ลอตเตอรี่ 14 สหกรณ์ทั่วประเทศ(ยกเว้นสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัดที่กรมสอบสวนคดีพิเศษถอนออก* เราผู้เขียนกำลังติดตามเรื่องนี้อย่างไม่ลดละ) และเรื่อง”กลุ่มผีดูดเลือด” นำไปเงินฝากลงทุนกับสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด นับเป็นวิกฤตการณ์ใหญ่ที่สุดในวงการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสำหรับรัฐไทย เหตุเกิดในปี 2556 พวกกลุ่มผีฯเขากรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์นับร้อยแห่งและสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด กระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระกันทั้งความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ลักทรัพย์นายจ้างและฟอกเงินเป็นค่าความเสียหายกับสมาชิกส่วนใหญ่เป็นครูที่ถูกกลุ่มผีดูดเลือดไปกว่า 2 หมื่นล้านบาท และสหกรณ์นับร้อยแห่งต้องตกเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ “ศาลล้มละลายกลาง”  บัดนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น

(1) เกิดกระบวนการฟ้องร้องต่อศาลอาญาในคดีแชร์ลอตเตอรี่ 13 สหกรณ์เหตุเกิดในปี 2553 ฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงิน ศาลอาญา(ชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาจำคุกตามคดีหมายเลขแดงที่ อ. 826/2561 ไปแล้ว และกำลังฟ้องเอาผิดตัวการนำแชร์ลอตเตอรี่มาตามคดีหมายเลขดำที่ อ.75/2563 เหตุการณ์วิบัติครั้งนี้ได้เกิดนักต่อสู้คนสำคัญยิ่งคือนายสานิตย์ พลศรีจากตำแหน่งประธานสหกรณ์ฯชัยภูมิกับพวกรวม 6 คน และจำเลยคนสำคัญยิ่งคือนายก๊ก ดอนสำราญกับพวกรวม 2 คน ตามหนังสือสำนักงานอัยการสูงสุดฝ่ายคดีพิเศษ 1 ที่ อส 0017.1/พิเศษ ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2564

(2) เกิดกระบวนการฟ้องร้องต่อศาลปกครองและศาลปกครองสูงสุดจากนายสานิตย์ พลศรี (ประธานกรรมการฯชุดที่ 54) ได้ฟ้องร้อง (ผู้ฟ้อง) ร้องศาลปกครองกลาง และศาลปกครองสูงสุดต่อผู้ถูกฟ้อง 6 คนได้แก่อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ (นายสมชาย ชาญณรงค์) ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์  รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ (นายโอภาส กลั่นบุศย์) นายสุกรี พันละบุตร (ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์) นายสุพจน์ วัฒนวิเชียร สหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ (รองนายทะเบียนสหกรณ์) นายบุญเสริม ไกรสินธุ์ สหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ นายวรรณศักดิ์ ไม้จัตุรัส รักษาราชการแทนสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ และนางวราลักษณ์ กุลบวรรัตน์ ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ กรณีมีคำสั่งให้กรรมการดำเนินการฯ ทั้ง 15 คนพ้นจากตำแหน่งเป็นการใช้อำนาจในการใช้ดุลยพินิจเกินเลยกว่าที่ควรจะเป็น  ศาลปกครองนครราชสีมา และศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้ผู้ฟ้องคดี (นายสานิตย์ฯกับพวกรวม 6 คน) เป็นฝ่ายชนะตามคดีหมายเลขแดงที่ อ. 286-287/2563  และทาง ป.ป.ช.ได้ดำเนินการตรวจสอบบุคคลทั้งหมดแล้วตามหนังสือทวงถามของนายสานิตย์ฯ ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 นี่คือ “เจตนาพิเศษ”(ดูคำอธิบายเจตนาพิเศษต่อไป) ของผู้ถูกฟ้องคดีทำการโยกโย้ทำให้ยืดเยื้อสำหรับการร้องเรียนแต่ละครั้งมาโดยตลอด (โปรดรอดู ป.ป.ช.ทำการชี้มูลความผิดในเร็วๆนี้)

(3) เรื่องแชร์ลอตเตอรีมูลค่าความเสียหายรวม 13 สหกรณ์ 7,557 ล้านบาทที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษถอนออกไปจาก 14 แห่งเหลือ 13 แห่งถูกดำเนินคดี ส่งผลสะท้อนถึงการเงิน (หายไป) ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด โด่งดังทั่วประเทศเมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ นายเอกราช ช่างเหลา อดีตผู้จัดการสหกรณ์ฯ นายนพรัตน์ สร้างนานอก นายสมศักดิ์ โคตรวงศ์ นายนิวัฒน์ นิราศสูงเนิน และนางวราภรณ์ ธรนี ร่วมกันยักยอกเงินสหกรณ์ไปจำนวน 431 ล้านบาท และทางชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด(ดร.วิศร์ อัครสันติกุล ประธานชมรมฯ นายไพฑูรย์ พิมพ์ทอง รองประธานชมรมฯ กับพวก) รวมกลุ่มครูยอดนักสู้จำนวนนับร้อยราย ค้นพบว่า “เงินสหกรณ์หายไปเป็นจำนวน 400-1,000 ล้านบาท สมาชิกหวั่นเกรงว่าการดำเนินคดีและการติดตามเอาเงินกลับคืนมาจะไม่เป็นผลสำเร็จเท่าที่ควร ทางชมรมฯจึงมีความจำเป็นจะต้องฟ้องคดีนายเอกราช ช่างเหลาและคณะกรรมการดำเนินการชุดต่างๆ ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา รวมทั้งผู้จัดการสหกรณ์และเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดรวม 37 คน” (ผู้จัดการออนไลน์. 23 พฤษภาคม 2563)

(4)  สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัดได้ออกระเบียบจัดตั้ง “กองทุนสวัสดิการ” ทั้งหมด 13 ฉบับ  ซึ่งเงินในการดำเนินกิจการกองทุนดังกล่าวไม่ปรากฏอยู่ในงบการเงินของสหกรณ์ ถือได้ว่าเป็นการใช้ชื่อสหกรณ์ฯ แสวงหาประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมาย และกองทุนสวัสดิการมีการดำเนินการอันเข้าข่ายกฎหมายประกันชีวิต เนื่องจากอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของบุคคลหนึ่งเป็นเงื่อนไขในการจ่ายเงิน อีกกองทุนสวัสดิการพวกหนึ่งมีการดำเนินการในลักษณะอันเข้าข่ายลักษณะกฎหมายประกันวินาศภัย อีกทั้งมีบุคคลที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์และไม่เป็นสมาชิกของสหกรณ์ เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการเข้าข่ายผิดกฎหมายประกันชีวิตและกฎหมายประกันวินาศภัย

นายทะเบียนสหกรณ์จึงสั่งให้คืนเงินกองทุนจำนวนมากแก่สมาชิกและบุคคลที่ไม่เป็นสมาชิกตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่ (ขก) 43/2564 สั่ง ณ วันที 5 เมษายน 2564  แต่ก็ยังมีการฝ่าฝืนคำสั่งของนายทะเบียนสหกรณ์อีกด้วย เรื่องนี้ได้สร้างผู้มีเกียรติประวัติการต่อสู้เพื่อครูผู้เป็นสมาชิกเป็นหมื่นๆคน ได้แก่ นางนวรัตน์ ชูทุ่งยอ นายปิยชัย ไกรทอง นางสุธิดา โนพันธุ์ นางรัตนา พงษ์วิวัฒน์ นางจิรกัลยา บุณยพรหม นายอเนก คำยัง นางวรรษมน แสนกล้า นายบุญเลี้ยง ปู่โว และนางสมจิตร กมลผุด ได้เป็นผู้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองขอนแก่น(คดีอยู่ระหว่างการรอฟังคำพิพากษา) และเช่นกันนางนวรัตน์ ชูทุ่งยอกับพวกจำนวนมากได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญาความผิดต่อพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 ใน “มาตรา 18  ห้ามมิให้ผู้ใดทำการเป็นผู้รับประกันภัยโดยทำสัญญาประกันชีวิตกับบุคคลใดๆ เว้นแต่จะเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต” กับกรรมการดำเนินการนำ

โดยนายอนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์กับพวกรวม 14 คนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น และทางพนักงานสอบสวนรับเป็นคดีอาญาที่ 3324/2563 ตามหนังสือสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นที่ 0039(ขก).45 ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 (ดูเอกสารหมายเรียกผู้ต้องหาประกอบ)  นอกจากนี้ยังได้รับแจ้งจากนายไพฑูรย์ฯ รองประธานชมรมฯ ในนามโจทก์ 6 คนนำโดยนายวิศร์ฯ ประธานชมรมฯ ยังได้ฟ้องประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด(นายอนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์) กับพวกรวม 11 คนฐานฉ้อโกงประชาชนและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนสหกรณ์อีกด้วย(จดหมายของนายไพฑูรย์ พิมพ์ทอง. 1 กรกฎาคม 2564)

(5)สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด(สอ.นม.) ตอนที่ 12 ในบทความที่ผ่านมา เรา(ผู้เขียน) ได้คาดคะเนหรือพยากรณ์ว่า น่าจะเกิดข่าวดียิ่งสำหรับสมาชิก สอ.นม. ที่จะต้องเผชิญชะตากรรมใน 3 กรณีด้วยกันคือ เรื่องแรกการร้องเรียน (1) ขอให้นายทะเบียนสหกรณ์ใช้อำนาจหน้าที่ร้องทุกข์หรือฟ้องคดีแทน สอ.นม. ตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 กรณีคณะกรรมการดำเนินการ ผู้จัดการ หรือเจ้าหน้าที่สหกรณ์กำหนดหลักประกันเงินกู้หรือจัดสวัสดิการที่ขัดต่อกฎหมาย และนำทรัพย์สินของสหกรณ์ฯ ไปก่อหนี้ผูกพันกับบุคคลภายนอกที่ประกอบธุรกิจประกันภัย(พ.ร.บ. ประกันชีวิต พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535) และเป็นการจัดสวัสดิการเชิงธุรกิจนอกกรอบวัตถุประสงค์ของสหกรณ์ฯ โดยนายศิลป เศษกลาง ผู้ร้องเรียน  (2) การจัดการดำเนินคดีกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฉ้อโกงประชาชนกรณีการซื้อบ้านพร้อมที่ดินของสหกรณ์เคหะสถานเมืองโคราช จำกัด โดยชำระเงินด้วยเงินกู้จาก สอ.นม.ครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์แล้ว แต่ยังไม่ได้รับสิทธิในที่ดินทั้ง 24 แปลงได้อย่างไร (กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษแล้วในการประชุมครั้งที่ 2/2559 ดูประกาศในราชกิจจานุเบกษา 13 กันยายน 2559)  จากการร้องเรียนไปยังรองนายทะเบียนสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา และรองนายทะเบียนสหกรณ์ฯยังไม่ยินยอมตอบใดๆ (ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2563 ดูเอกสารประกอบ)เกี่ยวกับบ้าน 29 หลัง (ที่ผู้ซื้อได้บ้าน แต่ไม่ได้รับที่ดิน แต่ลงนามในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน-ที่ดินติดจำนองกับสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยสงขลา จำกัด) กลุ่มผู้รับผิดชอบคือครูที่รับมอบอำนาจทั้งสามคนได้แก่นายสำคัญ จงโกเย็น นางรัชนี กิจพนาพร และนางสำเนาว์ ศิริธีรพัฒน์ และ (3) การอายัดปันผลและเงินเฉลี่ยคืนโดยไม่สุจริต โดยยื่นเรื่องให้นายทะเบียนสหกรณ์และรองนายทะเบียนสหกรณ์(สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา) ไปเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 แต่สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมาได้ขอขยายเวลาออกไปอีก โดยสหกรณ์จังหวัดอ้างว่า กลุ่มตรวจการสหกรณ์ได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบ สอ.นม. เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน แต่เนื่องจากยังมีข้อสงสัยบางประการที่ต้องได้รับการตรวจสอบ…ซึ่งไม่อาจดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ในระยะเวลากำหนด ประกอบจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏเบื้องต้นอาจร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาระหว่างสหกรณ์กับสมาชิกได้ เพื่อสัมพันธภาพและประโยชน์สูงสุดร่วมกันระหว่างสมาชิกกับสหกรณ์ ทั้งนี้ผลเป็นประการใดแจ้งให้ท่านทราบต่อไป(ครูยอดนักสู้ นางพูนทรัพย์ พิมพา และนายภิสิทธิ์ สมาน ผู้ร้อง)

ต่อมาเรา(ผู้เขียน) ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวและรวมทางไลน์แจ้งว่า ว่า รองนายทะเบียนสหกรณ์(สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา) กำลังเสนอไปยังอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์(นายทะเบียนฯ) ขอให้สั่งให้ สอ.นม.จ่ายเงินปันผลเฉลี่ยคืนทั้งสมาชิกและผู้ถูกโอนให้ออกทั้งหมดคาดว่า 200 กว่าคน ไม่ทราบว่า จะมีการพลิกแพลงอย่างไรหรือไม่ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป  แต่ที่รองนายทะเบียนสหกรณ์ยังไม่ทำการสอบสวนเรื่องสำคัญอย่างยิ่งจนต้องเสนอเรื่องเข้าไปใหม่คือการตกแต่งบัญชีของนางพูนทรัพย์ฯ ในปี 2563 (ได้ทำให้หายไปแล้วตกแต่งบัญชีดังรายละเอียดอ่านได้ในไม้ขีดก้านแรกฯตอนที่ 12) สอ.นม.ได้ทำหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้หลายครั้งดังแสดงให้ดูเป็นตัวอย่าง(ดูหนังสือทวงถามนางพูนทรัพย์ฯ ประกอบ) แต่นางพูนทรัพย์ฯ ก็ไม่หวั่นเกรงการฟ้องร้องอย่างใด ดีเสียอีกจะได้ขอให้ศาลเรียกหลักฐานทั้งหมดมาเสนอต่อศาล ถ้าหากฟ้องร้องจริงดังที่ สอ.นม.ให้ทนายยื่นโนติ๊ส(ข้อความเตือน)

มาในวันนี้  ด้วยความสามารถพิเศษได้พิเคราะห์อย่างดีเยี่ยมของครูยอดนักสู้นายพิชัย สมพงษ์ อดีตกรรมการดำเนินการ สอ.นม.หลายสมัย และเป็นผู้ประสานงาน “ศูนย์ประสานงานสมาชิกสหกรณ์โคราช” ได้ยกร่างและส่งข้อมูลไปให้นายกรัฐมนตรี และนายทะเบียนสหกรณ์  โดยลงนามไปดังนี้  หนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องการตรวจสอบข้อเท็จจริงประกันชีวิตของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัดโดยนายทะเบียนสหกรณ์ที่ล่าช้าเกินควร ลงนามรับรองโดยสมาชิก 20 คน (จำนวน 18 หน้า) และหนังสือไปถึงอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงนาม 3 คนคือนายศิลป เศษกลาง นายวันชัย ศรีธีรพัฒน์ นายสัมนา ฉัตรบูรณจรัส นายเสน่ห์ สุขนาคินทร์และครูจากอำเภอเมือง ห้วยแถลง สูงเนิน และปากช่องจำนวน 20 กว่าคน ถือเป็นกระบวนการตรวจสอบของบรรดาครูยอดนักสู้เช่นเดียวกัน (ดูเอกสารประกอบ)

เรา(ผู้เขียน) คาดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ลำดับ 3 คือ  1. ระลอกแรก แชร์ลอตเตอรี่ของสหกรณ์รวม 13 แห่งมูลค่าความเสียหายต่อสมาชิกสหกรณ์ 7 พันกว่าล้านบาท  2. ระลอกสอง เงินฝากลงทุนในสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด มูลค่าความเสียหาย 2 หมื่นล้านบาทของสหกรณ์นับ 100 กว่าแห่ง และ 3. ระลอกสาม เรื่องการทำประกันชีวิต(มาตรา 18 ใบอนุญาตฯไม่มี) และทำประกันวินาศภัย(มาตรา 17 ใบอนุญาตฯไม่มี) โดยผู้จัดทำคือสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ทุกแห่งที่ทำประกันภัยจำนวนหลายแสนคน(รวมเอาบุคคลภายนอกเข้ามาทำประกันภัยผ่านเส้นทางจากสมาชิกสหกรณ์นั้นๆ) สมาชิกและบุคคลภายนอกไม่ได้ลงลายมือชื่อกับตัวแทนผู้มีใบอนุญาตฯ เป็นรายปี สหกรณ์ฯขออนุมัติงบประมาณล่วงหน้าจำนวนมาก(นับร้อยสองร้อยล้านบาท)กับทีประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญ แล้วค่อยๆ เรียกเก็บจากสมาชิกรายเดือน แล้วเวลาหักเงิน ณ ที่จ่ายเป็นรายเดือนไม่ออกใบเสร็จให้ สิ้นปีทางบัญชีไม่แสดงรายการประกันชีวิตประกันวินาศภัยให้เห็น และการดำเนินการกิจการประกันชีวิตไม่ปรากฏอยู่ในงบการเงินของสหกรณ์ฯ (น่าแปลกใจที่ไม่ปรากฏในรายงานของ “ผู้สอบบัญชี” ไม่ปรากฏในรายงาน “ผู้ตรวจสอบกิจการ” แต่ประการใด) และที่สำคัญสหกรณ์ออมทรัพย์ฯนั้นๆ ไม่มี

”ใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย”ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและกำกับการประกอบธุรกิจประกันภัย(ค.ป.ภ.) ประเภทประกันชีวิต(มาตรา 18 พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 และมาตรา17 พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ.2535) แต่พวกกลุ่มนี้มักจะใช้กลไกออก (1) ระเบียบสหกรณ์ฯ (2) กรรมการดำเนินการ และ (3) ผู้จัดการและเจ้าหน้าที่มาเป็นผู้จัดทำ ทั้งหมดนี้ล้วนผิดกฎหมายทั้งสิ้น

ด้วยความเคารพ “เจตนาพิเศษ” นี้เป็นเจตนาที่อยู่ในการอธิบายประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157  ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฯ มาตรานี้มีอายุความ 15 ปี (มีเพื่อนคนหนึ่งของเรานายสาโรช บุตรเนียร จบ น.บ.ท. เขาเกษียณอายุราชไปแล้ว บอกใจเย็นๆ ทำการฟ้องเมื่อพวกเขาพ้นตำแหน่งใกล้หมดอายุความ 15  ก็ได้หลักฐานค้นง่ายดี) ทำให้เข้าใจได้ว่า นายทะเบียนสหกรณ์ รองนายทะเบียนสหกรณ์ และกรรมการดำเนินการฯ (ภายใต้การกำกับดูแลสหกรณ์ตามส่วนที่ 3 การกำกับดูแลสหกรณ์ แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม) อาจมีเจตนาพิเศษหรือไม่ ซึ่ง “การปฏิบัติหน้าที่” ย่อมกินความตามมาตรา 16 มาตรา 17 มาตรา 18 มาตรา 19 มาตรา 20 มาตรา 21 มาตรา 22  และคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่ 1/2562 เรื่องแต่งตั้งรองนายทะเบียนสหกรณ์ ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 คำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่ 2/2562  เรื่องมอบหมายอำนาจให้รองนายทะเบียนสหกรณ์ปฏิบัติการแทนนายทะเบียนสหกรณ์ ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2562  อีกทั้งยังต้องปฏิบัติตาม “ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน” ในข้อ 2 ที่ระบุว่า “ข้อ 2  ซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และตามทำนองคลองธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ ไม่แสดงออกถึงพฤติกรรมที่มีนัยเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ รับผิดชอบต่อหน้าที่…”(ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 138 ตอนพิเศษ 109 ง, 20 พฤษภาคม 2564 หน้า 8)

ขอให้ครูผู้รักความถูกต้องเป็นธรรมมาร่วมติดตามเรื่อง “กลุ่มผีดูดเลือด” ในวงการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจำนวนนับร้อยแห่งทั่วประเทศ และเฝ้าดูเมื่อใกล้เวลา “จบเกมระลอกสาม”  สูบเอาทรัพย์สินส่วนรวมของเราไปใช้ในนามส่วนตัวอย่างเวทนาต่อไป.

(สัปดาห์หน้าติดตาม ไม้ขีดก้านแรกฯ (ตอนที่ 14) เมื่อสหกรณ์คลองฯ จั่นตอบมาเงินจำนวนกว่า 100 ล้านสหกรณ์หายไปไหน)

เอกสารประกอบ

คำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่ (ขก) 43/2564  สี่ง ณ วันที่ 5 เมษายน 2564

หมายเรียกผู้ต้องหาคดีระหว่างนางนวรัตน์ ชูทุ่งยอ ผู้กล่าวหา สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัดกับพวก ผู้ต้องหา

หนังสือนายศิลป เศษกลาง นายสัมนา ฉัตรบูรณจรัส นายเสน่ห์ สุขนาคินทร์ ฯลฯ ถึงนายกรัฐมนตรี

แสดงความคิดเห็น