แยกขยะก่อนทิ้ง!! ลดการแพร่เชื้อโควิด-19

ประชาชนควรคัดแยกติดเชื้อออกจากขยะทั่วไป เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากโควิด-19

          ปัจจุบันยังพบประชาชนส่วนใหญ่ทิ้งหน้ากากอนามัยและชุดตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเองอย่างผิดวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป จึงจำเป็นต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจให้คัดแยกขยะพิษก่อนทิ้งทุกครั้ง เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อโรคไปผู้อื่นและพนักงานเก็บขนขยะไปกำจัด

          หลังจากกระทรวงสาธารณสุขอนุมัติให้โรงพยาบาลทุกแห่ง โรงพยาบาลสนาม และประชาชนสามารถใช้หรือซื้อชุดตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง หรือ Rapid Antigen Test หรือ Antigen Test Kit ไปใช้ตรวจโควิดได้ด้วยตนเองตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น เมื่อชุดตรวจโควิดด้วยตนเองถูกเปิดใช้แล้วถือว่าเป็นขยะติดเชื้อเช่นกันเดียวกับหน้ากากอนามัยใช้แล้ว ซึ่งพบมีการทิ้งไม่ถูกวิธีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกรณีใช้ชุดตรวจตรวจหาเชื้อโควิดแล้วพบติดเชื้อเป็นผู้ป่วยโควิด-19 หากไม่ทิ้งอย่างถูกต้องชุดตรวจที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งจะกลายเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อโรคในวงกว้างไปสู่ผู้อื่นและพนักงานเก็บขนขยะไปกำจัด จำเป็นต้องคัดแยกออกจากขยะทั่วไปแล้วทิ้งอย่างถูกวิธี

          ปัญหาการทิ้งขยะปะปนกันทั้งเศษอาหาร ขยะพลาสติก และขยะติดเชื้อโดยไม่มีการคัดแยก ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชนในพื้นที่ใกล้เคียง จึงต้องขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนร่วมคัดแยกขยะแต่ต้นทางลดผลกระทบจากปัญหาจากโควิด -19 โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประสานกรมอนามัยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด(สีแดงเข้ม) 29 จังหวัด ป้องกันและแก้ปัญหาขยะมูลฝอยติดเชื้อตกค้าง โดยให้คัดแยกขยะจากต้นทางแล้วให้แยกขยะในกลุ่มของเศษอาหารและขยะพลาสติกนำไปฆ่าเชื้อด้วยการฉีดพ่นแอลกอฮอล์ น้ำยาฆ่าเชื้อ และสารฟอกขาว จากนั้นนำไปฝังในบ่อฝังกลบ ส่วนขยะติดเชื้อจากโรงพยาบาลและสถานประกอบการต่างๆต้องกำจัดด้วยการเผาในเตาเผามูลฝอยติดเชื้อ

          นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เล่าให้ฟังว่า ปีนี้มีแหล่งกำเนิดมูลฝอยติดเชื้อจากโควิด-19 เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทั้งจากโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย สถานบริการฉีดวัคซีน , Community Isolation , Home Isolation , Hospitel , State Quarantine ส่งผลให้ขยะติดเชื้อปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึงปีละ 50,000 ตัน ส่วนปีนี้พบระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมมีขยะติดเชื้อแล้วกว่า 40,228 ตัน ถือว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงร้อยละ 94 โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคมมีปริมาณมูลฝอยติดเชื้อเกิดขึ้นถึง 294 ตันต่อวัน ซึ่งต้องกำจัดด้วยการเผาในเตาเผามูลฝอยติดเชื้อขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บริษัทเอกชน และมหาวิทยาลัยรวม 13 แห่ง มีศักยภาพกำจัดขยะติดเชื้อรวม 271 ตัน แล้วยังกำจัดด้วยการใช้ระบบนึ่งฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำ 1 แห่ง มีศักยภาพกำจัดขยะติดเชื้อรวม 278 ตัน ซึ่งยังไม่เพียงพอกับการกำจัดขยะพิษที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้

          สำหรับการทิ้งชุดทดสอบแอนติเจนที่ใช้แล้วขอให้ แยกชุดทดสอบแอนติเจนที่ใช้แล้วใส่ถุงพลาสติก ระบุข้อความว่าเป็น “ขยะติดเชื้อ” ให้ชัดเจน // ราดหรือฉีดด้วยแอลกอฮอล์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หรือสารฟอกขาว เพื่อฆ่าเชื้อโรคแล้วปิดถุงให้สนิท แล้วนำไปทิ้งโดยทิ้งแยกจากขยะทั่วไป เพื่อรอนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง

แสดงความคิดเห็น