ตาย่านคักแหน่! สสจ.ยโสธรเตือน “โรคเนื้อเน่า-แบคทีเรียกินคน” ระบาดช่วงหน้าฝน เสี่ยงเสียอวัยวะ

สาธารณสุขจังหวัดยโสธร เตือน “โรคเนื้อเน่า-แบคทีเรียกินเนื้อคน” ระบาดหน้าฝน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ช่วงเกษตรกรลงดำนา ลุยโคลน การติดเชื้อมักมีอาการรวดเร็ว และรุนแรง เสี่ยงเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิต

 

 

นายชำนาญ มาลัย นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติราชการแทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า จังหวัดยโสธรได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธร ครั้งที่ 1/2564 ตามโครงการขับเคลื่อนมาตรการลดโรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายและปัญหาสำคัญในพื้นที่ ปีงบประมาณ 2564 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 ได้มีการพิจารณาสถานการณ์โรคหนังเน่า (Necrotizing Fasciitis) หรือเรียกอีกอย่างว่าโรคแบคทีเรียกินเนื้อ (Flesh-eating disease) จังหวัดยโสธร เพื่อรณรงค์ให้ความรู้ในวงกว้างแก่ประชาชนในทุกช่องทางช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยและความรุนแรงของโรคหนังเน่า โดยให้สังเกตอาการ ดังนี้

“โรคเนื้อเน่า-แบคทีเรียกินเนื้อคน” ระบาดหน้าฝน เสี่ยงเสียอวัยวะ-ชีวิต โรคเนื้อเน่า (Necrotizing Fasciitis) หรือแบคทีเรียกินเนื้อคน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ส่วนใหญ่จะระบาดในฤดูฝน ช่วงเกษตรกรลงดำนา ลุยโคลน การติดเชื้อมักมีอาการรวดเร็ว และรุนแรง ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและถูกต้อง อาจนำมาซึ่งการสูญเสียอวัยวะและอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้

โรคเนื้อเน่า คืออะไร โรคเนื้อเน่าเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงชนิดเดียว หรืออาจเป็นจากการติดเชื้อแบคทีเรียหลาย ๆ ชนิดพร้อมกัน พบว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีประวัติไปดำนา ลุยโคลน และโดนหอย หรือเศษแก้วบาด เศษไม้ตำเท้า และไม่ได้ทำแผลหรือรักษาใด ๆ เนื่องจากต้องทำนาให้เสร็จ ทำให้เชื้อดรคเข้าไปในบาดแผล และเพิ่มจำนวนจนเกิดอาการรุนแรงได้ ซึ่งเชื้อเหล่านี้จะเข้าสู่ผิวหนังผ่านทางบาดแผล หรือรอยแตกของผิวหนัง และเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะสามารถสร้างเอนไซด์มาย่อยสลายเนื้อเยื่อในร่างกายของผู้รับเชื้อเข้าไป ทำให้มีการกระจายของเชื้อไปได้อย่างรวดเร็วในชั้นใต้ผิวหนังภายในระยะเวลาไม่นานนัก

กลุ่มเสี่ยงโรคเนื้อเน่า โรคเนื้อเน่าพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย แต่คนที่มีโรคประจำตัวบางชนิดพบมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคมากกว่าคนอื่น ๆ ซึ่งโรคดังกล่าว ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับแข็ง โรคมะเร็ง โรคไตวาย คนที่มีภาวะกดภูมิจากการใช้สารสเตียรอยด์ คนที่ใช้สารเสพติดฉีดเข้าเส้น คนที่มีปัญหาของหลอดเลือดบริเวณขา คนอ้วน คนสูบบุหรี่ คนที่ติดแอลกอฮอล์

 

 

อาการโรคเนื้อเน่า ผิวหนังบวม แดง ปวด กดเจ็บในตำแหน่งที่มีการติดเชื้อ และจะบวมแดง หรือเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำอย่างรวดเร็ว ภายใน 36 ชั่วโมงหลังการติดเชื้อ , พบมีตุ่มน้ำพองที่ผิวหนัง และมีการตายของชั้นใต้ผิวหนัง , เมื่อเป็นมากขึ้นเชื้อจะทำลายเส้นประสาท ทำให้อาการปวดที่พบในตอนแรกหายไปกลายเป็นชาบริเวณผิวหนังส่วนที่ติดเชื้อตามมาแทน , อาจมีไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน ถ้าเป็นมากอาจมีหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ , กรณีไม่ได้รับการรักษา การติดเชื้อจะแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายล้มเหลว ทำให้ผู้ป่วยมีความรู้ตัวลดน้อยลง ช็อค และเสียชีวิต

การรักษาโรคเนื้อเน่า การรักษาหลักคือ การผ่าตัดให้ลึกจนถึงชั้นฟาสเชีย คือ ขั้นพังผืดที่ห่อหุ้มชั้นกล้ามเนื้อและอวัยวะภายในของร่างกายและเอาเนื้อเยื่อบริเวณที่ตายออก ร่วมกับการให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือด ซึ่งมักต้องให้ร่วมกันหลายชนิดเพื่อให้ครอบคลุมเชื้อที่ก่อโรค มีการให้สารอาหารอย่างเพียงพอในระหว่างการรักษา และต้องมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจเกิดตามมาได้ บางครั้งถ้าการติดเชื้อลุกลามมากอาจต้องมีการตัดอวัยวะที่ติดเชื้อทิ้งไป เพื่อควบคุมไม่ให้การติดเชื้อลุกลามมากขึ้นได้

การป้องกันโรคเนื้อเน่า ให้ระมัดระวังดูแลทำความสะอาดบาดแผลบริเวณผิวหนัง ไม่แกะเกาบริเวณผื่น หรือแผลที่มีอยู่เดิม ซึ่งเป็นปัจจุบันที่สำคัญเพื่อลดโอกาสของการเกิดโรค , ลด ละ เลิก การใช้สารเคมีอันตรายในการเกษตร , สวมรองเท้าบูทที่สามารถป้องกันการสัมผัสกับน้ำในเรือสวนไร่นาโดยตรง หรืองดลงลุยน้ำในพื้นที่ที่สงสัยว่ามี หรืออาจมีการปนเปื้อนของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง และหมั่นสังเกตตนเอง ถ้าพบว่ามีบาดแผล ที่มีอาการปวดบวมแดง หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ บริเวณแผล ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาก่อนที่ดรคจะมีการลุกลามติดเชื้อรุนแรงมากยิ่งขึ้น

แสดงความคิดเห็น