การจัดการพัฒนาเมืองขอนแก่น “เมืองที่ดี พี่น้องอยู่ดีกินดี” (ตอนที่ 2) ในหัวข้อ Smart Growth

  “เมืองที่ดี พี่น้องอยู่ดีกินดี” (ตอนที่ 2) เมืองที่สร้างโอกาสให้ทุกคน Smart City จากแนวคิด Smart Growth เกณฑ์ 10 หลักการการเติบโตอย่างชาญฉลาด

#ขวัญฤทัย แก้วหนองตอ นักศึกษาฝึกงาน สาขาพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เรียบเรียง

…………………….

             อาจารย์ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย กรรมการ และเลขานุการกฎบัตรแห่งชาติ ร่วมสนทนากับ อาจารย์สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย รองคณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น

             รายการขอนแก่น learning city by KKTT เมืองที่สร้างโอกาสให้ทุกคน Smart City แล้วพี่น้อง อิ่มท้อง รึปล่าว? หัวข้อ การจัดการเมืองที่ดีพี่น้องอยู่ดีกินดี วันที่ 9 กันยายน 2564 เวลา 19.00 น.- 20.40 น.

             การทำเมืองให้ดีไม่ใช่เรื่องง่ายต้องอาศัยความร่วมมือจากหลากหลายหน่วยงาน เช่น บพท. (หน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่) ที่ทำให้เกิดโปรแกรมการเรียนรู้ Learning City ที่ผ่านมาได้ทำการประชุมกันเกี่ยวกับ 1)ประวัติศาสตร์พื้นที่ ซึ่งแต่ก่อนเรียกกันว่าประวัติศาสตร์ข้างถนน โดยแต่ละท้องที่จะมีประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจ 2)ผังเมืองได้นำเสนอ ผังเมือง Smart คือ ผังเมืองที่ดีแบบ Smart Growth ในอนาคตผังเมืองควรเป็นเกมเหมือนกับ Sim City  โดยไม่ต้องมีการสอนการจัดการเมืองว่าเป็นอย่างไร ซึ่งสามารถทำความเข้าใจเองโดยธรรมชาติ อีกหนึ่งผู้สนับสนุน คือ อีสานบีช ที่ให้ทำการจัดรายการ เพื่อเป็นสื่อกลางในการให้ทุกคนเข้ามาเรียนรู้

 

ทบทวนหัวข้อ Smart Growth 4 ข้อที่ผ่านมา

1. หลักการทั่วไป เมืองที่ดีจะต้องเติบโตอยากมีรูปแบบ รูปทรงและมาตรฐาน ที่สำคัญในทุกขั้นตอนของการเติบโตจะต้องเติบโตไปพร้อมกับความต้องการของประชาชน เศรษฐกิจ และสังคม หากเมืองสวยงามแต่ผู้คนไม่มีที่อยู่อาศัยที่ดี ก็ไม่สอดคล้องกับตัวหลักเกณฑ์ ซึ่งหลักเกณฑ์ ได้แก่ 1)รูปแบบจัดการการเดินทางที่หลากหลาย  2)การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน เป็นหลักเกณฑ์ที่ใหญ่ที่สุด เพราะรูปแบบการเดินทางของบุคคลควรมีทางเลือกที่หลากหลาย โดยควรจะมีการเดิน การปั่น หรือรถขนส่งมวลชน พื้นที่โดยรอบควรมีการพัฒนาให้เป็นพื้นที่พิเศษ ในเรื่องของความหนาแน่นทางกิจกรรมเศรษฐกิจ และประชากร

2. การใช้ที่ดินผสมผสาน โดยมีการผสมผสานรูปแบบของอาคาร ผสมผสานกิจกรรมและเศรษฐกิจ ชี้ให้เห็นถึงหลักการที่ว่า “ใหญ่อยู่กับเล็กได้ เล็กอยู่กับใหญ่ได้” การผสมผสานที่หลากหลายรูปแบบจะสามารถเอื้ออำนวยให้ผู้คนทุกระดับชั้น ทุกระดับรายได้ ทุกระดับอาชีพ ทุกระดับการศึกษา สามารถอยู่ร่วมกันในเมืองได้ และที่สำคัญเป็นการใช้ที่ดินให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด เช่น การทำกิจกรรมรูปแบบเดียว หากมีการนำกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ เข้ามาเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนองมูลค่าของที่ดินและเพื่อเพิ่มกิจกรรมที่หลากหลายทางเศรษฐกิจมากขึ้น

3. ที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องมี โดยสอดคล้องกับตัวที่ดินผสมผสาน ที่พยายามจะทำให้ที่อยู่อาศัยเป็นจุดก่อให้เกิดการเดินทาง หรือเป็นที่ที่ก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

4. การสร้างย่านแห่งการเดิน ที่อยู่อาศัยควรอยู่ในจุดต่าง ๆที่ผู้คนสามารถเดินเข้ามาได้ในย่านเศรษฐกิจต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการเลี้ยงเศรษฐกิจสองข้างทาง เลี้ยงร้านค้าทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ถ้าหากต้องการคนเดินปริมาณมากต้องคำนวณตามที่อยู่อาศัย วิธีคิดที่ต้องการให้ย่านมีความคึกคักและเศรษฐกิจสามารถเดินต่อไปได้ คือ ต้องดูพื้นที่ตรงนั้นว่ามีความต้องการปริมาณคนต่ำสุดเท่าไหร่ จึงคูณด้วย 3 เพื่อหาความต้องการของคนที่เดิน โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กัน วิธีการทำแบบจำลองต้องดูพฤติกรรมของคนว่ามีความต้องการอะไร โดยต้องเฉลี่ยกิจกรรมประจำวันต่อวันว่าทำอะไรบ้าง ซึ่งจะทำให้รู้คามถี่ของความต้องการ โดยการค้าปลีกมี 2 ระดับ คือ 1)พื้นที่ขนาดเล็ก หรือร้านขายของชำ โดยพบว่าคนไทยเข้าใช้บริการเซเว่น Eleven เฉลี่ย 2 วันต่อ 1 ครั้ง แตกต่างกับ 2)ศูนย์การค้า ซึ่งจะขึ้นอยู่กับระดับปัจจัย พบว่านิสิตนักศึกษาเข้าศูนย์การค้าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยจะแตกต่างกับวัยทำงาน ซึ่งเราสามารถนำมาคำนวณและจัดวางข้อมูลในแบบจำลอง ควรจะต้องมีกิจกรรมในแต่ละพื้นที่มากน้อยเพียงใด กิจกรรมแต่ละอย่างต้องสามารถเข้ามาเติมเต็มให้พอดีกับสัดส่วนของร้านค้า ปัจจัยที่สอง ให้ดูเรื่องของปริมาณร้านค้ามาก อาจเป็นปัจจัยเชิงบวก ถ้าหากต้องการสร้างอัตลักษณ์ของย่าน โดยการแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ให้ผู้คนรับรู้และเป็นตัวดึงดูดผู้คน เสหน์ที่สำคัญคือร้านอาหาร

 และในข้อที่ 5-10 

5. การกระตุ้นความร่วมมือและสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างชุมชนกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

             “บ้านใครบ้านมัน” โดยที่เราเป็นตัวกำหนดอนาคตของพื้นที่ที่อยู่อาศัย ผู้คนมีสิทธิที่จะช่วยในการพัฒนาเมือง ซึ่งก็คือคนในท้องที่ “ฉันเกิดที่นี่ ลูกหลานอยู่ที่นี่ ทรัพย์สินอยู่ที่นี่ ต้องเชื่อมั่นบ้านของตนเอง” ซึ่งคนในพื้นที่จะเป็นคนกำหนดยุทธศาสตร์หรือนโยบายการพัฒนา และควรรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ อนาคตของลูกหลานตนเอง โดยที่ Smart Growth ยึดหลักการบ้านใครบ้านมัน

             ความร่วมมือ “ต้องให้พี่ใหญ่เลี้ยงน้องเล็ก” เพราะในเมืองจะมีกลุ่มคนที่เป็นคนรวยดั้งเดิม กลุ่มข้าราชการ กลุ่มเปราะบาง เพราะฉะนั้นการมีส่วนร่วมที่ดีที่สุดต้องยึดหลักการที่ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมคิดร่วมทำและพึ่งพากัน หมายถึง ผู้ที่รวยมีคุณทรัพย์แล้วจะต้องแบ่งปันและใช้ศักยภาพที่มีอยู่มาช่วยดูแลคนระดับล่าง

             รูปแบบการพึ่งพามี 2 รูปแบบ คือ 1)พึ่งพาโดยการทำกิจกรรมร่วมกัน และ 2)การพยายามที่จะให้รูปแบบการมีส่วนร่วมนำไปสู่การสร้างโครงข่ายทางเศรษฐกิจ ที่ให้ผู้คนแต่ละระดับรายได้สามารถเข้ามาทำงานพร้อมกันได้  ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงกันของบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยมีพี่เลี้ยง(พี่ใหญ่)เป็นตัวนำเศรษฐกิจในจังหวัด พยายามที่จะผูกกิจกรรมให้เป็นโครงข่าย เมื่อบริษัทมีการเติบโต พื้นที่ชุมชนโดยรอบก็จะเติบโตไปด้วย รูปแบบนี้เป็นการเติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ลดความเหลื่อมล้ำดีที่สุด

6. ผลักดันในการสร้างความโดดเด่นและเอกลักษณ์ของชุมชนพร้อมสร้างจิตวิญญาณแก่ชุมชน

             เป้าหมายสำคัญ คือ  การสร้างเศรษฐกิจดี บ้านเมืองดีมีของพิเศษ มีความสมบูรณ์ มีคนพูดถึงอย่างพึงพอใจ วิธีการตลาดที่ดีวิธีหนึ่ง คือ การบอกต่อ การพูดคุย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ดึงดูดผู้คนเข้ามาให้ความสนใจเมือง เพราะฉะนั้นเมืองต้องมีเสน่ห์ สีสัน และจุดเด่น โดยการสร้างสิ่งใหม่ให้มีเสน่ห์ เช่น ศิลปะ ดนตรี ประยุกต์ใช้ให้เป็นเอกลักษณ์ของเมือง เสน่ห์ที่สำคัญสำหรับเมือง “ตรงไหนมีคลอง พื้นที่ว่าง ตรงนั้นต้องสวย” โดยการปลูกต้นไม้และมีที่นั่งสำหรับให้ชมความสวย การสร้างควรคำนึงถึงประโยชน์ในการใช้สอย ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ ลานพื้นที่ สวนหย่อมต่าง ๆ ปรับรูปแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับทุกคน เพื่อสร้างกิจกรรมต่าง ๆให้เกิดขึ้น

             สำหรับขอนแก่นในส่วนของพื้นที่ลานหน้าสถานีรถไฟ ต่อไปในอนาคตหากมีผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ควรมีการจัดลาน หรือพื้นที่ว่างให้สวยงาม เพื่อให้เป็นเสน่ห์หรือเป็นที่รวมตัวของผู้คน นอกจากนี้ พื้นที่บริเวรรอบเมืองขอนแก่นควรใช้หลักแนวคิดเหมือนกัน เนื่องจากอนาคตจะมีรถไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่าน

             การสร้างเมืองให้สวยงาม มีเอกลักษณ์ เสน่ห์ สร้างความพึงพอใจและความภูมิใจให้กับประชาชนที่อยู่อาศัย ทำให้เกิดการบอกต่อเพื่อให้ผู้คนจากพื้นอื่นเข้ามาเยี่ยมชม หากเมืองไหนมีความไม่พึงพอใจในที่อยู่อาศัยของตนเอง การขอความร่วมมือหรือขอความการมีส่วนร่วมนั้นเป็นเรื่องที่ยาก เพราะไม่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของในสถานที่อยู่อาศัย

7. การสร้างระบบการตัดสินใจของชุมชนบนพื้นฐานความเป็นธรรม การคาดการณ์ที่คำนึงถึงความคุ้มค่าในการลงทุน

             การตัดสินใจให้มองที่ความยั่งยืน เนื่องจาก ความยั่งยืนจะเกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมเศรษฐกิจ ในทุกกิจกรรมที่สามารถเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจได้ควรมีการดำเนินการสามารถทำได้เลย การพัฒนาเมืองเป็นการทำให้ทุกคนได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ภายใต้ผลประโยชน์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่เอาเปรียบผู้อื่น ช่วยยกระดับเศรษฐกิจของครอบครัวและเมือง ดังนั้น ความยั่งยืนที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานความเป็นธรรม ซึ่งมาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทุกคนได้ผลประโยชน์ร่วมกัน

             การคาดการณ์ที่คำนึงถึงความคุ้มค่าในการลงทุน เมื่อดำเนินการลงทุนไปแล้ว เกิดความรู้สึกคุ้มค่าในการลงทุนของกิจการ และเกิดความคุ้มค่าที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ที่มากหรือน้อย แต่จะทำนึงถึงผลประโยชน์ต่อส่วนรวม

8. การสงวนรักษาที่โล่ง พื้นที่เกษตร พื้นที่งดงามตามธรรมชาติ และพื้นที่เสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

            โดยในหลักเกณฑ์นี้ ไม่ได้หมายถึงพื้นที่ในชนบททั้งหมดแต่รวมไปถึงพื้นที่ในเมืองด้วย ซึ่งในตัวเมืองไม่ได้มีเพียงแต่อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างเดียว สิ่งที่ควรเร่งทำคือพื้นที่สีเขียว พื้นที่ที่ปลูกต้นไม้ ซึ่งจะช่วยเรื่องของอุณหภูมิให้ร่มเย็น ต้นไม้สำคัญมากกับการเดินและการใช้ชีวิตนอกพื้นที่อาคาร เหตุผลที่ต้องการให้คนออกมาใช้ชีวิตภายนอกตัวอาคาร เนื่องจากการใช้เครื่องปรับอากาศภายในตัวอาคาร ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น ภาวะโลกร้อน ฯ การออกมาข้างนอกจะเป็นการช่วยลดการใช้พลังงาน และทำให้ได้พบเจอผู้คนจึงเกิดการปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ดังนั้น พื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่สีเขียว จึงเป็นเป็นกลไกที่ทำให้ผู้คนได้มาพบปะพูดคุยกัน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

            ความสบายเชิงความร้อน คือ การที่เราออกจากพื้นที่อาคาร แต่เมื่อไปเจออุณหภูมิที่ร้อน การออกไปใช้ชีวิตข้างนอกจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่ายินดีนักเพราะอากาศไม่สบาย หากทำพื้นที่สีเขียวทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกร่มรื่น เย็นสบาย เกิดความสนใจในการเดินมากยิ่งขึ้น เนื่องจากทางเดินน่าเดิน มีต้นไม้และร้านค้าสำหรับซื้อของ

             สิ่งสำคัญในการพัฒนาเมืองขอนแก่น หากทำการพัฒนารูปแบบมาในระดับหนึ่ง ในอนาคตเราอาจจะเห็นพื้นที่สีเขียวในเมืองขอนแก่น ซึ่งความเป็นคนนั้นยังมีความผูกพันกับธรรมชาติแม้ว่าจะมีอาคารที่สวยงาม โดยไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ อาจจะเป็นตามถนน พื้นที่ขนาดเล็ก พื้นที่ว่างต่าง ๆ สำหรับพื้นที่ว่างเปล่า พื้นที่ทิ้งร้างของเอกชนสามารถขอความร่วมมือ และให้สิทธิ์ประโยชน์ตอบแทนได้ แต่พื้นที่ของราชการการใช้ประโยชน์ในการทำพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่สีเขียวทำได้ง่ายกว่าพื้นที่เอกชน

             หากมีพื้นที่ว่างเว้นจะทำอะไรได้บ้าง? ยกตัวอย่าง ประเทศสิงคโปร์ มี 2 แนวทาง  1) ภายใน 6 เดือน ต้องมีการทำอะไรสักอย่างบนพื้นที่ ไม่เช่นนั้นจะต้องให้รัฐบาลเช่าพื้นที่ในการปลูกต้นไม้ 3 ปี 2) หากไม่ให้ทำการเช่าก็จะสามารถนำต้นไม้จัดวางได้เลย เพราะมีความคิดที่ว่าไม่อยากให้พื้นที่เมืองว่างเปล่าและไม่สวยงาม ในประเทศไทยอาจต้องมีการคุยกับศุลกากรถึงเรื่องของพื้นที่ว่างเปล่า

             ต้นไม้ที่นำมาปลูกจำเป็นอย่างยิ่งต้องพูดคุยกับเจ้าของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ ขนาด พื้นที่การจัดวาง เพราะส่วนใหญ่การตายของต้นไม้ไม่ได้มาจากการตกแต่ง หรือตายตามธรรมชาติ แต่เป็นการทำลายของเจ้าของบ้าน ดังนั้น ควรมีการพูดคุยกับเจ้าของบ้านให้เป็นคนเลือกต้นไม้และดูแลเอง

             การทำสวนสาธารณะจะไม่เกิดประโยชน์ ถ้าหากอยู่ห่างจากตัวบ้านของผู้คนมากเกินไป ส่วนที่ดีที่สุดคือส่วนที่อยู่ใกล้บ้าน

9. สร้างความเข้มแข็งและมุ่งการพัฒนา ในพื้นที่ที่ได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไว้แล้ว

             การพัฒนาขยายพื้นที่ ต้องคำนึงถึงพื้นที่ที่ผู้คนอาศัยอยู่และทำการค้าขายก่อนแล้ว โดยไม่ต้องทำการประปา การไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ตใหม่ เนื่องจากมีต้นทุนเดิมอยู่ก่อน จึงเป็นการต่อยอดพัฒนาพื้นที่เดิม ในประเทศไทยการที่หน่วยงานภาครัฐริเริ่มทำโครงการพัฒนาขึ้นมาใหม่หรือสร้างเมืองในพื้นที่ใหม่อยู่ตลอดเป็นการใช้งบประมาณที่ค่อนข้างเยอะ ต้นทุนสูง ต้นทุนโครงสร้างแพง และไม่สามารถดึงผู้คนให้เข้ามาอยู่อาศัยได้จึงทำให้พื้นที่นั้นเป็นที่รกร้างไป แต่ถ้าเปลี่ยนมาลงทุนในพื้นที่เก่าที่มีคนอาศัยอยู่ มีผู้คนทำธุรกิจ มีการทำการค้าขายอยู่ก่อนแล้ว โดยการทำให้ดีขึ้นซึ่งไม่ต้องพยายามดึงคนเข้ามาใช้เพราะมีผู้คนที่อาศัยอยู่แล้ว

             การพัฒนาพื้นที่  Smart Growth  ไม่ได้จำกัดให้พัฒนาพื้นที่เดิมเพียงอย่างเดียว แต่สามารถพัฒนาพื้นที่ใหม่ได้ ต้องดูงบประมาณที่มีในการพัฒนา ซึ่งจะต้องสามารถสร้างแล้วใช้ได้เลย

10. การออกแบบชุมชนให้กระชับ และการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพ

             โดยเป็นหลักเกณฑ์ทางกายภาพ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการใช้ที่ดินแบบผสมผสานและเมืองการเดิน เป็นการทำให้อาคารอยู่ใกล้ชิดติดกันหรืออาจจะมีต้นไม้คั่นกลาง ทำให้เมืองอยู่เป็นกลุ่มก้อนและมีขอบเขต ต้องจำแนกสัดส่วนของเมืองให้ชัดเจน แบ่งส่วนการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยส่วนใหญ่การกระจายพื้นที่ โดยการโตทางราบ ซึ่งเป็นการบดบังพื้นที่ทางการเกษตร ทางน้ำ พื้นที่ทางอาหาร โดยสามารถทำได้แต่ให้พอเหมาะ การโตทางสูง ไม่ทำให้สูญเสียกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่การโตทางราบรัฐต้องสูญเสียการลงทุนเข้าไปแก้ปัญหามากกว่า ความคุ้มค่าในการลงทุนเศรษฐกิจการค้า เมืองที่กระชับดีกว่าเมืองที่กระจาย เพราะผู้คนอยู่ใกล้แหล่งที่ทำงาน แหล่งอาหาร โอกาสในการบริโภคเพิ่มสูงขึ้น

             ขอนแก่นเป็นจังหวัดที่สนามบินถูกสร้างขึ้นก่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งโครงสร้างของขอนแก่นถูกออกแบบให้สนามบินห่างจากตัวเมือง  8 กิโลเมตร ซึ่งบริเวณพื้นที่รอบสนามบินไม่อนุญาตให้สร้างสิ่งปลูกสร้างที่ขนาดสูง โดยในตัวเมืองขอนแก่นสามารถปลูกสร้างอาคารที่มีขนาดสูงได้ เป็นรูปแบบการวางแผนผังโครงสร้างเมืองขอนแก่นที่อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและสามารถทำตามหลักเกณฑ์ของ Smart Growth ได้ง่าย แต่การที่สร้างสนามบินในตัวเมือง ก็สามารถพัฒนาพื้นที่รอบสนามบินหรือพื้นที่ในสนามบินได้ ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้พื้นที่ในสนามบินให้เกิดประโยชน์มากที่สุดในการสร้างเสริมเศรษฐกิจ

ผลของ  Smart Growth ต่อการฟื้นฟูและพัฒนาเมือง

เศรษฐกิจ 

  • การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ
  • คุณภาพชีวิตดีขึ้น
  • เพิ่มการกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่

สิ่งแวดล้อม

  • ลดการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย
  • มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน

สังคม

  • ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
  • ส่งเสริมและรักษาศิลปะวัฒนธรรมเดิมที่มีคุณค่าไว้ได้

             Smart Growth สามารถนำไปใช้ทั้งการออกแบบ วางแผน และการบริหารจัดการในเรื่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจัดการสิ่งแวดล้อม พัฒนาสังคมและนันทนาการ เพื่อเป็นการตอบสนองให้ผู้คนทำงานร่วมกัน คิดพร้อมกัน สร้างเกณฑ์รูปแบบในการพัฒนา ทุกคนสามารถได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม ไปพร้อมกัน

 

อาทิตย์หน้า EP.12 พบกลับกฎบัตรแห่งชาติ กับการพัฒนาเมือง   

แสดงความคิดเห็น