เป็นตาย่าน!!ชาวเสิงสาง โคราชผวา!! ‘โรคไข้หูดับ’ป่วยแล้ว 15 ราย ตาย 3 ราย

วันที่ 14 กันยายน​ 2564 เวลา 14.30. น. เพจ ‘ที่ว่าการอำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา’   ระบุว่า นายสา​นิตย์​ ศรี​ทวี​ นายอำเภอเสิงสาง พร้อมด้วย​หัวหน้า​ส่วน​ราชการ​ ผู้บริหาร​องค์กร​ปกครอง​ส่วน​ท้องถิ่น โรงพยาบาล​เสิงสาง​ สาธารณสุข​อำเภอเสิงสาง ปศุสัตว์​อำเภอเสิงสาง ตำรวจ ปลัดฝ่ายมั่งคง กำนัน ร่วม​ประชุ​มปรึกษาหารือแนวทางการป้องกันโรคระบาดสเตรปโตคอกคัส ซูอิส(โรคไข้หูดับ)​ เพื่อกำหนดมาตรการ งดกินหมูดิบและสัมผัสหมูดิบ ซึ่งอาจจะติดเชื้อ โดยเฉพาะเขียงหมูที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ เนื่องจาก​กรณีพบผู้ป่วยไข้หูดับ จำนวน 15 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย

โรคไข้หูดับ เกิดจากเชื้อสเตรปโตคอกคัส ซูอิส เป็นสาเหตุของภาวะเยื่อหุ้มในสมอง การติดเชื้อในกระแสเลือดและการสูญเสียการได้ยิน สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน จากการรับประทานเนื้อสัตว์ดิบและการสัมผัสสัตว์ป่วยทำให้เชื้อเข้าทางแผลตามร่างกาย โดยส่วนมากผู้ติดเชื้อมักมีอาชีพเกี่ยวกับการเลี้ยงหมู ทำงานในโรงงานชำแหละหมู หรือผู้สัมผัสกับสารคัดหลั่งของหมู เช่น น้ำมูก น้ำลาย

ผู้ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ ผู้จำหน่าย หรือผู้ที่รับประทานเนื้อหมูดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ลาบหมูดิบ หรือหลู้ ที่มีการปนเปื้อนของเชื้อ พบได้ในทุกช่วงอายุ แต่โดยทั่วไปจะพบในผู้ใหญ่ และพบในเพศชายสูงกว่าเพศหญิง

อาการและการก่อโรคไข้หูดับผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว ภายใน 3 วันจะมีอาการ ไข้สูงปวดเมื่อยตามตัวปวดศีรษะเวียนศีรษะปวดตามข้อมีจ้ำเลือดตามตัว ตามผิวหนังซึมคอแข็งชักมีการเปลี่ยนแปลงระดับความรู้สึก

อีกทั้งยังนำไปสู่การเสียชีวิตจากภาวะ toxic shock syndrome ผู้ป่วยบางรายที่ไม่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะพบความพิการตามมา เช่น สูญเสียการทรงตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง และสูญเสียการได้ยินถึงขั้นหูหนวกหรือเรียกว่า หูดับ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจะถึงขั้นเสียชีวิตเนื่องมาจากการติดเชื้อในกระแสเลือด

การป้องกันโรคไข้หูดับหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อหมูดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ หากผู้ปรุงอาหารจากเนื้อหมูมีบาดแผลที่ผิวหนัง ต้องทำการปิดแผล และสวมถุงมือขณะปรุง เลือกซื้อเนื้อหมูที่ไม่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ เนื้อยุบ ก่อนประกอบอาหารควรต้มด้วยอุณหภูมิตั้งแต่ 70 องศาเซลเซียส นานอย่างน้อย 10 นาที หรือต้มจนไม่มีสีแดง

แสดงความคิดเห็น