ไม้ขีดก้านแรกส่งให้รัฐจัดการทุจริตยักยอกฟอกเงิน จุดติดแล้ว “ไฟลุกท่วมสหกรณ์ครูทั่วประเทศ”(15)

ประวัติศาสตร์ครูหน้านี้พวกเขาจะร่วมแก้ไข “บรรทัดฐาน” สังคมอันเน่าเฟะจากเรื่องซื้อเสียง 7,550 บ.ที่กาฬสินธุ์และเรื่องฟ้องการทำประกันภัยของขอนแก่น

เพื่อนของเราเป็นนักต่อสู้ผู้กล้าเมื่อครั้งเรา(ผู้เขียน) ดำรงตำแหน่งประธานสภานิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม ได้ร่วมร่วมต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ชยายตัวไปยังขอบเขตทั่วประเทศ ในเหตุการณ์วันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516 เพื่อน เขาเรียนจบนิติศาสตรบัณฑิต(..) และสอบได้เนติบัณฑิตยไทย(...) (ชื่ออยู่ในไม้ขีดก้านแรกตอนที่ 14) ด้วย  เขาบอกเราและมิตรร่วมรบทางอุดมการณ์ว่า เรื่องจะฟ้องร้องทางกฎหมายแก่บรรดานายทะเบียนสหกรณ์นั้นควรฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 อายุความ 15 ปี  และมาตรา 151 อายุความ 20 ปี(ปฏิบัติหน้าที่และการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ฯ) เขาบอกว่าให้ใจเย็น ๆ พร้อมให้ดูคำสั่งของนายทะเบียนสหกรณ์ที่ 1/2562 ก่อนว่าอธิบดีฯซึ่งเป็นนายทะเบียนฯเขาจะแบ่งให้ใครช่วยรับภาระด้วย เราไปค้นก็พบว่าข้อ 2  แต่งตั้งข้าราชการในสังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้ดำรงตำแหน่งต่อไปนี้เป็นรองนายทะเบียนสหกรณ์ 5 ตำแหน่งคือ 1. รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ 2. ผู้อำนวยการหรือเทียบเท่าที่ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักนายทะเบียนและกฎหมาย 3. ผู้ตรวจราชการส่งเสริมสหกรณ์ 4. ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-2 และ 5. สหกรณ์จังหวัดและเพื่อนยังกล่าวย้ำอีกว่า โดยภาพรวมส่วนใหญ่เราจะพบว่าตำแหน่งที่จะต้องรับผิดชอบโดยตรงคือ อันดับ 1 สหกรณ์จังหวัดและผู้ตรวจราชการกรมฯ สองตำแหน่งนี้จะต้องแม่นยำทางกฎหมายสหกรณ์ และกฎหมายอื่นด้วย กฎหมายการฌาปนกิจสงเคราะห์ และกฎหมายอื่นๆ กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศนายทะเบียนฯ หนังสืออธิบดีฯ  ประกาศคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติเรื่องข้อกำหนดการฝากหรือลงทุนอย่างอื่นของสหกรณ์(อื้นฉาวมาก) สหกรณ์กว่า 100 แห่งบางแห่งอาจหิวเงินทอนไปฝากสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด มูลค่าความเสียหายกว่า 2 หมื่นล้านบาท  ทำตามคำสั่งนายทะเบียนสหกรณ์ที่ 2/2562 ดังจะยกเฉพาะมาแสดงดังนี้

(1) ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกรมฯ เป็นผู้ออกคำสั่งให้กรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 22(4) มาตรา 89/3 แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการชั่วคราวตามมาตรา 24 และมาตรา 89/3 แต่งตั้งสมาชิกสหกรณ์เป็นกรรมารดำเนินการฯ ตามมาตรา 25 และมาตรา 89/3  และปฏิบัติงานอื่นตามที่นายทะเบียนฯ มอบหมาย 

(2) สหกรณ์จังหวัดและผู้อำนวยการส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครมีอำนาจหน้าที่ไว้ถึง 36 ข้อ ที่สำคัญได้แก่ ข้อ (4.3) ออกคำสั่งให้มีการตรวจสอบหรือไต่สวนเกี่ยวกับการจัดตั้ง การดำเนินงานหรือฐานะการเงินของสหกรณ์ หรือให้จัดทำแผนปรับปรุงการดำเนินงานของสหกรณ์ตามมาตรา 16(4) (เวลาไต่สวนแล้วพบผิดกฎหมายอื่น ก็สั่งให้แก้ไขทันที แต่ไม่ดำเนินคดีตามมาตรา 21 ในกรณีที่คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ กรรมการ ผู้จัดการ เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทำให้สหกรณ์เสียหาย ถ้าสหกรณ์ไม่ร้องทุกข์หรือฟ้องคดี ให้นายทะเบียนสหกรณ์หรือรองนายทะเบียนสหกรณ์ร้องทุกข์หรือฟ้องคดีแทนสหกรณ์ได้ โดยส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณารับว่าต่างให้สหกรณ์ และให้สหกรณ์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการร้องทุกข์ ฟ้องคดีหรือการว่าต่างแก่นายทะเบียนสหกรณ์ รองนายทะเบียนสหกรณ์ หรือพนักงานอัยการแล้วแต่กรณี  (4.20) รับและเก็บรักษาสำเนารายงานประจำปีและงบการเงินประจำปีของสหกรณ์ตามมาตรา 67 และใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎกระทรวงการดำเนินงานและกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียน พ..2564 (ฉบับล่าสุด เหตุเกิดแล้วที่สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด และสหกรณ์ออมทรัพย์แชร์ลอตเตอรี่ 14 แห่ง รัฐราชการรวมศูนย์จึงพากันออกกฎหมายลูกหรือกฎกระทรวงนี้) กำหนดให้สหกรณ์ขนาดใหญ่(ขนาดทรัพย์ 5 พันล้านบาทขึ้นไป) ในหมวด 2 อำนาจหน้าที่และคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการและผู้จัดการ  นายทะเบียนสหกรณ์จัดให้มีจริยธรรมของกรรมการฯ ผู้จัดการ ที่ปรึกษาสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ฯ (ข้อ 5(2)) กำกับดูแลฝ่ายจัดการให้จัดการงานของสหกรณ์อย่างมีประสิทธิภาพ และดำเนินกิจการตามกฎหมายสหกรณ์และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด(ข้อ 5(4)) กำหนดนโยบายและแผนเกี่ยวกับการฝาก การลงทุน การกู้ยืมจากสหกรณ์อื่นและสถาบันการเงิน และการค้ำประกันเพื่อเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์พิจารณาอนุมัติ(ข้อ 5(7)) และข้อ 5(9) กำกับดูแลสหกรณ์ให้มีการจัดทำและเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานที่แท้จริงของสหกรณ์ โดยต้องเปิดเผยให้สมาชิกได้รับทราบและสามารถตรวจสอบได้***

(3)  ร้องขอให้อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 1-10(ส่วนภูมิภาค) แห่ง ตรวจตามอำนาจหน้าที่ซึ่งกำหนดไว้ในระเบียบกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ว่าด้วยการแสดงความเห็นต่องบการเงินของสหกรณ์ พ.. 2544 และที่สำคัญมากคือ ระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ว่าด้วยการตรวจบัญชีว่าด้วยการบัญชีของสหกรณ์ พ..2560 (ประกาศราชกิจจานุเบกษา. 20 พฤศจิกายน 2560) คำแนะนำกรมตรวจบัญชีสหกรณ์เรื่องการรายงานข้อบกพร่องหรือข้อสังเกตที่ตรวจพบจากการตรวจสอบบัญชีหรือการกำกับสหกรณ์. และล่าสุดประกาศกรมตรวจบัญชีสหกรณ์เรื่องควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชีสหกรณ์ พ..2563 และอื่นๆ ให้อธิบดีฯ สั่งให้สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์(ส่วนภูมิภาค) ตรวจสอบสหกรณ์บางแห่งที่การประกันชีวิตที่ผิดกฎหมายว่าทำไมไม่ปรากฏอยู่ในงบการเงินชองสหกรณ์ฯ ถือได้ว่าเป็นการใช้ชื่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ แสวงหาประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมาย”(ดูคำสั่งนายทะเบียนที่ (ขก) 43/2564 ลงวันที่ 5 เมษายน 2564)

ถ้าสำนักงานตรวจบัญชี(ส่วนภูมิภาค)มาตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ซึ่งบัญญัติไว้ตามกฎหมาย กฎหมายลูก กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ ฯลฯ รับรองว่า ผู้ร้องจะทราบเรื่องจริงๆว่าทุจริตจริงมีจริงหรือไม่ทันด้วยการตรวจสอบบัญชี ทันกาล รวดเร็วทันใจมาก เรื่องนี้บรรดากรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ พากันเกรงกลัวมาก.  และ (4) เอาเรื่องเสนอต่อผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ซึ่งเลือกตั้งโดยสมาชิกจำนวน 5 คนให้ทำตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายลูกระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ว่าด้วยการตรวจสอบกิจการของสหกรณ์ พ.. 2563 (ใช้บังคับเมื่อพ้น 60 วันนับแต่ประกาศราชกิจจานุเบกษา) ราชกิจจานุเบกษาประกาศ ณ  วันที่ 9 ธันวาคม 2563 ซึ่งขณะนี้มีผลบังคับใช้แล้ว

คราวนี้มาดูเรื่องใหญ่ที่สุดที่ต้องติดตามอ่านอย่างกระชั้นชิด การนำเงินไปลงทุนในสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด 650 ล้านบาท ในไม้ขีดก้านแรกฯ ตอนที่ 14 เราได้นำเสนอการคืนตั๋วเงิน50ล้านบาทที่พิลึกกึกกือจนขำไม่ออกเลย ช่างพิสดารและประหลาดมาก(การเขียนเป็นภาษาอังกฤษดูภาพถ่ายฉบับไม้ขีดก้านแรก(14)) เดี๋ยวจะทราบคนทำเอกสารฉบับนี้  และเป็นหลักฐานที่ลงนามส่งไปยังศาลจังหวัดนครราชสีมา(เอกสารที่คัดมาจากศาลถือว่าเอกสารสาธารณะ บุคคลทั่วไปสามารถรับรู้ได้) ลงนามรับรองสำเนาถูกต้องโดยนางศิริรัตน์ ศูนย์สำโรง เจ้าหน้าที่ฯ  และนายยงยุทธิ์ บัวทองผุด ผู้จัดการ(อดีตข้าราชการชำนาญการฯประจำสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา) เมื่อนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์และนายสมเกียรติฯ รับเรื่องแล้วยาวนาน(รับเรื่องไว้เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2561)ประมาณเกือบสองปีเลยตัดสินใจไปบ้านนายพิชัย สมพงษ์ ตามคำเชิญในเดือนมกราคม 2564 เมื่อไปถึงหมู่บ้านสูงเนินแห่งหนึ่งนายพิชัยฯ กับพวกก็ยื่นเรื่องราวให้สองเรื่องคือ  ร้อง DSI ถูกสหกรณ์โกงเงินประกันชีวิตกว่าร้อยล้านพร้อมแนบรายชื่อคนตายที่ทายาทไม่ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน 111 ราย(ฟังแล้วน่าเศร้าจริงๆ) และเอกสาร 17 หน้าร้องดีเอสไอว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมามีพฤติการณ์ร่วมกับกับสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัดร่วมกันทำนิติกรรมอำพรางทุจริตในการทำธุรกรรมทางการเงินฟอกเงินของสหกรณ์ ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม ลงทุนซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินปลอม จงใจทำให้ตั๋วสัญญาใช้เงินไม่มีมูลค่าตามวงเงินค้ำประกันไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด และหรือร่วมสร้างเอกสารอันเป็นเท็จ ฯลฯ เมื่อส่งไปอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้วเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2561 (ดีเอสไอรับไว้เมื่อ 28 มกราคม 2561) เรา(ผู้เขียน) เห็นผลงานการค้นคว้าอุทิศด้วยชีวิตของนายพิชัย สมพงษ์ แล้ว เป็นการค้นคว้าที่ละเอียดรอบคอบและเอกสารร้องทุกข์นั้นอ้างอิงอย่างเชื่อถือได้ เพราะเป็นเอกสารที่ สอ.นม. และสหกรณ์จังหวัดส่งเป็นเอกสารไปเป็นพยานวัตถุและพยานเอกสารศาลฯ มาก่อนทั้งสิ้น (หนังสือสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมาที่ นม 0010/3491 เรื่อง ขอนำส่งสำเนาเอกสารตามคดีหมายเลขดำที่ 1007/2559 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2559) อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน  ครูผู้ริเริ่มรุ่นแรกลงชื่อร้องเรียนประกอบไปด้วยครู 7 คน นายสัมนา ฉัตรบูรณจรัส นายคำรณ  จันทร์วิจิตร์ นางถนอมศรี จันทร์วิจิตร์ นายณัฐยศ วงศ์อนันต์ นายเสน่ห์ สุขนาคินทร์ นายสมจิตร ณ สูงเนิน และนายพิชัย สมพงษ์  ที่ต้องยกรายชื่อรุ่นแรกๆ มาให้ดูเพราะว่าเรา(ผู้เขียน) ขอยกย่องครูนักต่อสู้เพื่อมวลสมาชิกกว่า 2.7 หมื่นคนที่ร่วมกันร้องเรียนเรื่องฟอกเงินซึ่งใหญ่และต้องค้นคว้าอย่างมากที่สุด (ดูเอกสารรวม 7 ฉบับประกอบ)  เมื่อยื่นไปยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว  อธิบดีฯก็ส่งเรื่องให้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์สอบสวนและให้ประสานงานไปยังนายสัมนากับพวกตั้งแต่วันที่หนังสืออธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่ กษ 115/772 ลงวันที่ 20 กันยายน 2562 เป็นเวลาได้เวลาสองปีแล้ว ยังไม่ได้รับทราบเป็นหนังสือผลการสอบสวนโดยผู้ตรวจการราชกรมฯ แต่ประการใด(อธิบดีฯควรตอบมายังผู้ร้องด้วยตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2562)

เรื่องนี้จะเป็นประเด็นที่ตรวจสอบการใช้อำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนสหกรณ์ ผู้ตรวจราชการกรมฯ และสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมารองนายทะเบียนสหกรณ์ ด้วยความเคารพต่อผู้ใช้อำนาจหน้าที่นายทะเบียนฯ เรา(ผู้เขียน) จะเริ่มจากการทำตามอำนาจหน้าที่โดยกฎหมายของบุคคลที่ (1)  นายปิยะ รัตนชนกวงศ์ นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการพิเศษรักษาราชการแทนสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา (หนังสือฯ ที่ นม 0010/3881 ลงวันที่ 18 กันยายน 2556) จากหนังสือนี้ท่านได้อ้างถึงหนังสือ สอ.นม.ที่ 1407/2556 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2556 และย่อมหมายความถึงสิ่งที่ส่งมาด้วย  คำชี้แจงตอบข้อร้องเรียนที่พิเศษ 5/2556 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2556(ยาวมาก 11 หน้า) ท่านไปรับรองว่าสหกรณ์ได้ตรวจสอบเอกสารตามที่อ้างถึงแล้ว เห็นว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัดดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ โดยชอบด้วยกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียนของสหกรณ์แล้ว” (ย้ำท่านในฐานะรองนายทะเบียนได้ตรวจสอบแล้ว) แต่เราผู้เขียนยังติดใจในหลายประเด็นคือ กรณีที่สหกรณ์ทำการตรวจสอบหนังสือร้องเรียนของเครือข่ายต่อต้านทุจริตในสหกรณ์เพื่อสมาชิกและประชาธิปไตยกรณี 2 (2) “การให้เงินกู้แก่สหกรณ์อื่นนั้น คณะกรรมการดำเนินการจะพิจารณาให้กู้ได้ต่อเมื่อสหกรณ์มีทุนเหลือจากการให้กู้แก่สมาชิกแล้ว ตามระเบียบที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบแล้ว” (หน้า 4)

เมื่อเรามาวิเคราะห์หนังสือร้องเรียนดีเอสไอฯ เพื่อพิสูจน์ ก็จะแต่เราทราบมาว่าสหกรณ์ฯต้องกู้เงินจากธนาคารฯ ไปร่วมลงทุนซื้อตั๋วแลกเงิน โดยอัตราดอกดอกเบี้ยตามหนังสือเชิญชวนร้อยละ 5.5 (หนังสือน่าจะปลอมหรือเท็จ?) แต่เวลาออกตั๋วสัญญาใช้เงินคิดอัตราร้อยละ 6.5 (อัตราไม่ตรงกัน 5.5 ตามหนังสือเชิญชวนไม่มีเลขหนังสือ แต่เวลาเขียนจริง 6.5)  โดยดูที่หนังสือเชิญชวน(ชี้ช่อง) ของสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด(ต่อไปจะใช้ชื่อย่อ สคจ.)  ลงวันที่ 9 กันยายน 2554 แล้วไม่ตรงกัน. จากการวิเคราะห์หนังสือร้องเรียนดีเอสไอของนายสัมมนาฯ และนายพิชัยฯกับพวกลงวันที่ 28 มกราคม 2561  แล้วที่ยกข้อบังคับฯมาว่าการให้เงินกู้แก่สหกรณ์อื่นสหกรณ์มีเงินเหลือจากการให้กู้แก่สมาชิกแล้ว” (ข้อบังคับฯ ข้อ 15) ยังไม่พูดเรื่องการกู้เงินจากธนาคารฯ แล้วโอนไปลงทุนตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวนจำนวนมาก(มั่วเลยและมึนตึบ!!!)ภาษาของนายพิชัย สมพงษ์ ผู้ที่ไปอบรมในนามศาลจังหวัดสีคิ้วรุ่นแรกๆ เป็นอาสาสมัครยุติธรรมของดีเอสไอ เรื่องที่อบรมเด่นที่สุดคือการทุจริตการฟอกเงินฯ เขาได้หอบพยานเอกสารลังพลาสติกใหญ่มาหาเราผู้เขียนที่บ้านพักในโคราชเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 พร้อมคำอธิบายว่าจะต้องจัดการกลุ่มผีดูดเลือดครูให้ได้ด้วยการทุจริตแล้วจบลงที่ศาลแน่นอน เขาบอกเราว่าเขาเริ่มศึกษาอย่างจริงจังในปลายปี 2561 แล้วทางเราผู้เขียนเพิ่งไปพบพวกเขาที่สูงเนินในต้นปี 2564 ต่อไปนี้จากปากคำของเขาที่เอกสารที่ขอถ่ายสำเนามาจากศาลฯ ทั้งสิ้น โดยเริ่มอธิบายว่า พยานเอกสารที่ยื่นต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาส่วนใหญ่เป็นเอกสารไม่แท้จริง(ปลอมหรือเท็จ) และเราจะต้องให้ผู้อ่านสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ ไม่ใช่สนใจแต่เรื่องของตนเองเพียงเล็กๆน้อยๆ เท่านั้น

เรื่องแรกทีเดียว สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัดได้มีหนังสือไม่ลงเลขที่และทับปีเขียนมุมขวาบนว่าตัวจริงอยู่ที่สลิปบัญชี  เรื่อง ขอเชิญฝากเงินพิเศษ ลงวันที่ 9 กันยายน 2554 (สอ.ครูนครราชสีมารับที่ 2559 วันที่ 8 กันยายน 2554 น่าสังเกตว่ารับก่อนคือรับวันที่ 8 แต่หนังสือมาในวันรุ่งขึ้น 9 น่าฉงนยิ่งนัก!!!) ต่อมามีหนังสือ สคจ.มาถึง สอ.นม.2 ฉบับ(น่าจะปลอมฯทั้งคู่) รับเลขที่เดียวกัน สอ.ครูนครราชสีมา 3809 วันที่ 7 ธันวาคม 2554 ลองดูหนังสือประหลาดมากๆคือ ลงเลขที่ปีถูก ที่ สคจ.  946/2554 เรื่องขอเชิญร่วมลงทุนสัญญาใช้เงินกับสหกรณ์ฯ ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2553(ปีผิดไป ไม่ตรงกับเลขที่รับ และเลขที่ทับของ สคจ.) หนังสือลงวันที่ 7 ธันวาคม 2553 มี 2 ฉบับ (สอ.ครูนครราชสีมาลงเลขรับเดียวกัน 3809 วันที่ 7 ..2554) จะปลอมเอกสารและสร้างเอกสารอันเป็นเท็จหรือไม่? ยังไม่สรุปจริงๆ ต้องศาลสถิตยุติธรรมเท่านั้น  และนี่เป็นปฐมบทแห่งการลุงทุนตั๋วสัญญาใช้เงิน  ท่านอ่านดูมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการฯ ชุดที่ 54 ครั้งที่ 27/54 วันที่ 8 ธันวาคม 2554 มติว่า(8 ต่อ 0 เสียง) อนุมัติให้ลงทุนกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยอนุมัติให้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินจากธนาคารกรุงเทพฯ จำกัดจำนวน 300 ล้านบาทจำนวน 2 ฉบับๆละ 150 ล้านบาทเพื่อลงทุนซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัด ระยะเวลา 1 ปี 1 วัน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงฯ จำกัด สาขาคลองจั่น เลขที่บัญชี…”(หน้า 22 เป็นมหากาพย์ของครูโคราช)  แล้วจู่ๆ ไม่รู้เอกสารเท็จหรือการปลอมเอกสารเกิดปรากฏขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ มีหนังสือ สคจ. (ไม่มีเลขที่หนังสือออก) วันที่ 9 กันยายน 2554 เรื่องขอเชิญฝากเงินออมทรัพย์พิเศษในอัตราดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5.5 ต่อปี เรียน ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด  เราขอสรุปว่า ตามมติฯ นั้นเป็นการลงทุนตั๋วสัญญาใช้เงิน” (ไม่ใช่การฝากออมทรัพย์พิเศษตามหนังสือปลอมหรือเท็จ(ต่อไปจะใช้ภาษาว่าฉบับพิลึกกึกกือ”) จึงต้องใช้บังคับตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติเรื่องข้อกำหนดการฝากหรือลงทุนอย่างอื่นของสหกรณ์ พ..2552 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2552 ลงนามนายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์  (ตอนที่ 16 จะพูดถึงรองนายทะเบียนสหกรณ์ฯคนหนึ่งบอกว่า สหกรณ์จึงไม่ต้องปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติฯ (ข้อ (8) หน้า 5))

คราวนี้จะไปที่ 1. สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ จำกัด แรกทีเดียวพวกกลุ่มผีดูดเลือดครูได้ฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงินในข้อหาร่วมวงแชร์ลอตเตอรี่ใน 14 จังหวัดในจำนวนนี้มียอดฉ้อโกงและฟอกเงินสูงสุดสามแห่งคือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรมสามัญศึกษาจังหวัดเลย จำกัดเสียหายมากที่สุด 905 ล้านบาท  สหกรณ์ออมทรัพย์ครูราชบุรี จำกัดเสียหาย 687 ล้านบาท(ปัดเศษ) และที่กาฬสินธุ์เสียหายอันดับสาม 685 ล้านบาท(คำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่  .862/2561 หน้า 17-18) จำเลยทุกคนถูกจำคุกในศาล และกำลังฟ้องสืบพยานกันในศาลคดีใหม่ตามมาคือตัวการค้าลอตเตอรี่(ที่ไม่มีอยู่จริง) ในคดีหมายเลขดำที่ อ.75/2563 จำเลยนายก๊ก ดอนสำราญ***กับพวกรวม 2 คน ต่อมาในปี 2564 มีการจัดการเลือกตั้งประธานกรรมการฯ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 โดยมีจ่ายค่าประชุมให้ผู้เข้าประชุมคนละ 7,500 บาท (ผู้แทนสมาชิกลงมติจ่ายโบนัส 15 ล้านบาท) และนำเงินสหกรณ์เหล่านี้มาจ่ายให้กับผู้เข้าประชุมไม่ทราบว่าเป็นค่าเดินทางหรือค่าอะไร มีระเบียบเบิกจ่ายได้ถูกต้องหรือไม่  อีกกลุ่มหนึ่งนำโดยนายไพฑูรย์ จรทะผา ประธานชมรมพิทักษ์สิทธิสมาชิก สอ.กฬ. เห็นว่าไม่ถูกต้อง(เรื่องยาวมาก โปรดอ่านในกูเกิล#สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาฬสินธุ์ฟ้องศาลล้มเลือกประธานเผยซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท)จึงส่งเรื่องนี้ไปยังสหกรณ์จังหวัดในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์ เมื่อเห็นว่าล่าช้าเกินไป จึงทำการฟ้องศาลและออกคลิปโด่งดังไปทั่ว ในคลิปนี้เราจะเห็นตัวผู้แทนสมาชิกรับเงินที่อ้างว่าซื้อเสียงจำนวนดังกล่าว   2. สหกรณ์ออมทรัพย์ครูมหาสารคามฯ กำลังดำเนินการสืบพยานในศาลอาญาสองคดี(เงินกองทุนผู้เกษียณอายุราชการ) เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564 ศาลสั่งเลือนไปเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2565  และ 3. สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นฯ (ผู้แทนสมาชิกลงมติจ่ายโบนัสสูงมาก 20 ล้านบาท) เป็นสหกรณ์ที่มีเรื่องฟ้องร้องเพื่อความถูกต้องมากที่สุดทั้งศาลปกครองและศาลอาญานำโดยผู้นำเข้มแข็ง ดร.วิศร์ อัครสันติกุล นางไพฑูรย์  พิมพ์ทอง นางนวรัตน์ ชูทุ่งยอ และครูนักต่อสู้ผู้กล้าคนอื่นๆ                                                                                                        

เราจะต้องติดตามการจบลงที่ศาลสถิตยุติธรรมในประวัติศาสตร์ครูหน้านี้ซึ่งพวกเขาจะร่วมสร้าง “บรรทัดฐานทางสังคมอันเน่าเฟะสองเรื่อง การซื้อเสียง 7,550 บาทของการเลือกตั้งที่กาฬสินธุ์ และเรื่องการฟ้องทำประกันภัยของขอนแก่นซึ่งโด่งดังไปทั่ว 

ขออวยพรให้ครูนักต่อสู่ผู้กล้าจงโชคดี.

(ติดตามตอนที่ 16  พิสูจน์รองนายทะเบียนสหกรณ์เรื่องหลักฐานพยานหลักฐานเท็จต่อไป)

เอกสารประกอบ 7 ฉบับ

ร้องDSIถูกสหกรณ์โกงเงินประกันกว่าร้อยล้านคืนตั๋วเงิน 50 ล้านบาทฉบับพิลึกกึกกือหนังสือร้องถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ 28 มกราคม 2561-หนังสืออธิบดีถึงนายสัมนาฯ ลงวันที่ 20 กันยายน 2562-หนังสือสหกรณ์จังหวัดฯรับรองว่าทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย 18 กันยายน 2556-หนังสือเชิญชวนฝากเงินออมทรัพย์พิเศษของ สคจ.9 กันยายน 2554-ประชุมคณะกรรมการฯ 8 กันยายน 2554.

                                            

แสดงความคิดเห็น