บ้านขอนแก่นยังขายไม่สะดุด

นายกอสังหาฯขอนแก่น เผยตลาดบ้านขอนแก่นยังไปได้ดี กลุ่มลูกค้าหลักราชการ การศึกษาและบุคลากรการแพทย์ กลุ่มราคา 2-4 ล้านบาทขายดีที่สุด ส่วนบ้านราคาล้านต้นๆมีความต้องการแต่แบงก์อนุมัติยาก เนื่องจากรายได้ไม่มั่นคง

          

นายวุฒิชัย ฉัตรชัยพลรัตน์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ จ.ขอนแก่น กล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวมของตลาดก่อนเกิดสถานการณ์โควิด 19 ยังสามารถเติบโตได้อย่างเรื่อย ๆ ไม่ได้หวือหวา ด้วยจังหวัดขอนแก่นเป็นเมืองแห่งการศึกษาและเมืองแห่งสุขภาพจึงทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอยู่อาศัยเพราะมีโรงพยาบาลที่ดีและการศึกษาที่ดีเช่นเดียวกันกับจังหวัดนครราชสีมา

ในทางกลับกันด้านอุตสาหกรรมจะน้อยเพราะเป็นบริษัทที่ไม่ใช่อุตสาหกรรม หากเปรียบเทียบยอดขายก่อนสถานการณ์โควิดระบาดกับช่วงการระบาดโควิดแทบจะไม่แตกต่างกันมาก ถึงแม้ยอดขายจะตกบ้างแต่ก็ไม่ถึงกับตกลงมาก

นายวุฒิชัยกล่าวว่า เม็ดเงินในตลาดอสังหาฯขอนแก่น มีมูลค่าราวหนึ่งหมื่นหนึ่งพันล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าโคราช ที่มีมูค่าถึงหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้าน แต่ยอดการขายก่อนโควิด 19 ระบาดและหลังการแพร่ระบาดไม่ได้แตกต่างกันมากโดยโครงการบ้านพรีเมี่ยมราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปในขอนแก่นมีประมาณ  4 – 5 โครงการ ๆละ 20 – 30 ยูนิต ซึ่งมีไม่ถึง 10%โดย 2 ปีที่ผ่านมา

“การที่ขอนแก่นจะประกาศใช้ผังเมืองใหม่ทำให้หลายพื้นที่ไม่สามารถยื่นจัดสรรได้ ทำให้มีผู้ประกอบการยื่นจัดสรรเข้ามาอย่างมาก ส่งผลให้ยอดการยื่นจัดสรรเพิ่มขึ้นรวมถึงปี 2564 นี้ด้วยเช่นกัน”นายวุฒิชัยกล่าว

นายวุฒิชัยกล่าวอีกว่า ช่วงที่ขอนแก่นยังไม่มีการประกาศใช้ผังเมืองใหม่ กลุ่มบ้านที่ขายดีจะอยู่ในช่วงราคา 2-4 ล้านต้องรีบยื่นการจัดสรรก่อนการประกาศ หากหันกลับมามองยอดขายก็ไม่ได้แย่ลงและไม่ได้ดีขึ้น ยังคงที่ บางโครงการมียอดขายเพิ่มขึ้นบางโครงการก็ลดลง

ทั้งนี้โครงการอภิทาวน์ ขอนแก่น ซึ่งเป็นโครงการใหม่ของ AP Thailand  (Asian Property) ที่มาจากกรุงเทพฯมียอดขายที่ดี อาจเป็นเพราะเปิดใหม่เลยทำให้มียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนมากกว่าสิบหลังขึ้นไป

นายวุฒิชัย กล่าวอีกว่า การอนุมัติสินเชื่อของธนาคารต่ำลง ซึ่งอาจจะเกี่ยวกับรายได้ของลูกค้าทำให้มีปัญหาโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ทำงานการโรงแรม ร้านอาหาร รวมถึงพนักงานขายรถหรืออะไรต่าง ๆ ก็ได้รับผลกระทบ เนื่องจากได้รับค่าคอมมิสชั่นน้อยลง ถึงจะมียอดขายดีแต่ยอดการอนุมัติกู้น้อยลง

หากยังติดอยู่กับภาวะเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อรายได้ที่น้อยลงของลูกค้า ซึ่งเป็นปัญหากับคนที่อยากได้บ้าน แต่กู้ไม่ผ่านน่าจะมากขึ้น”

ยกเว้นลูกค้ากลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และในสถานศึกษาที่มีรายได้ค่อนข้างคงที่ไม่ได้รับผลกระทบสามารถกู้ได้ไม่มีปัญหา โดยภาพรวมตลาดอสังหาฯขอนแก่น ส่วนใหญ่จะเป็นตลาดในเมืองมากกว่าต่างอำเภอ

นายวุฒิชัยกล่าวว่า เมื่อ 3 ปีที่ผ่านได้เริ่มมีโครงการไม่จัดสรรขนาดไม่เกิน 9 แปลง เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ไม่แตกต่างกับอุดรฯและนครราชสีมาถึงแม้ยอดซื้อและยอดจองในสถานการณ์โควิด 19 จะไม่ลดลงแต่อัตราการอนุมัติกู้มีลดน้อยลงจากเดิม 80% กล่าวคือ ใน 10 รายจะกู้ผ่าน 8 ราย ซึ่งต่อมาลดลงเหลือ 7:3 และ 6:4 โดยเฉพาะบ้านราคาถูกอัตราจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก

“บ้านขอนแก่นที่ขายดีราคาจะอยู่ในช่วง 2-4 ล้าน ลูกค้าจะกู้ได้ง่าย แต่บ้านกลุ่มราคา 1 ล้านหรือล้านต้น ๆ จะกู้ยากเนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้รายได้ไม่ชัดเจน เช่น ธุรกิจส่วนตัว ธุรกิจค้าขายออนไลน์ เป็นต้น”นายวุฒิชัยกล่าว

นายวุฒิชัย กล่าวถึงกรณีบ้านค้างสต็อกว่า ขอนแก่นได้ปรับตัวมาตั้งแต่ปี 2562 ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหา ทุกโครงการต่างระมัดระวัง เนื่องจากเงื่อนไขของธนาคารที่อนุมัติการสร้างบ้านตามจำนวนที่กำหนดก่อน ถึงจะขยายการก่อสร้างต่อไปได้เป็นตัวช่วยไม่เน้นสร้างไว้ล่วงหน้า

“ความต้องการบ้านของคนไม่ได้ลดลงแต่ปัญหา คือจะซื้อได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับกำลังซื้อ ความสามารถในการกู้ของลูกค้า เนื่องจากสถานการณ์โควิดส่งผลกระทบต่อรายได้ ดังนั้นแล้ว ความแข็งแรงทางเศรษฐกิจของผู้ซื้อก็ต่ำลง

ปัจจุบันมีธุรกิจดีขึ้นแต่ไม่ถึง 20% กับอีกนอกนั้นมีรายได้คงที่ และอีก 50% มีรายได้ลดลง เช่น พนักงานขายต่างๆที่ได้รับค่าคอมมิชชั่นน้อยลงและพนักงานโรงแรมที่ได้รับเงินเดือนไม่เต็มจำนวน ซึ่งในปัจจุบันพบว่ากลุ่มนี้จะมีจำนวนมาก

_______

แสดงความคิดเห็น