ไม้ขีดก้านแรกส่งให้รัฐจัดการทุจริตยักยอกฟอกเงิน จุดติด “ไฟลุกท่วมสหกรณ์ครูทั่วประเทศ” (17)

ปฏิบัติการของครูผู้กล้าที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับ “คนโกง” เป็นกลุ่มคนที่น่านับถือ ยอมเสียสละเวลานานนับปี 10 ปี เพื่อเอาผิดคนชั่ว

เราผู้เขียนได้เริ่มคำว่า “ด้วยความเคารพ” ใคร่ขออนุญาตตรวจสอบรองนายทะเบียนฯ หรือสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมาซึ่งในความจริงทั้ง 4 คน (นายปิยะ รัตนชนกวงศ์ นายอมรศักดิ์ พันธุรักษ์  นางประทิน สีสา และนายดุสิต ทองทา) ต่างได้กระทำในนามนายทะเบียนสหกรณ์(อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์) ทั้งสิ้น  เราอาจจะเริ่มตรววจสอบคณะนายทะเบียนสหกรณ์ตามคำสั่งที่สั่งให้นายสานิตย์ พลศรีกับพวก 6 คนพ้นจากตำแหน่งประธานสหกรณ์ฯชัยภูมิกับพวก พ้นจากตำแหน่งตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 317/2555 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2555 ต่อมาได้ฟ้องศาลปกครองนครราชสีมาในปีเดียวกัน และศาลปกครองฯได้มีคำพิพากษาใหผู้ถูกฟ้องคดี(นายชาญณรงค์ ชาญณรงค์กุล อธิบดีฯ และนายทะเบียนสหกรณ์ทั้ง 6 คน) แพ้ผู้ฟ้องคดีคดี(นายสานิตยฺฯกับพวกรวม 6 คน) เพราะเหตุว่า “คำสั่งดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 โดยไม่จำเป็นและเกินสมควรกรณีการใช้ดุลพินิจในการออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” ต่อมาปี 2563 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาตามคดีหมายเลขแดงที่ อ.286-287/2563 ได้มีคำพิพากษายืน จากนั้นก็ได้ดำเนินการติดตามตรวจสอบต่อ ป.ป.ช. ตามหนังสือของนายสานิตย์ฯ ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2564  ต่อบรรดานายทะเบียนสหกรณ์คือ ดำเนินคดีแก่บุคคลทั้ง 6 คนคืออธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์(นายสมชาย ชาญณรงค์) ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์  รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์(นายโอภาส กลั่นบุศย์) นายสุกรี พันละบุตร(ผู้ตรวจราชการกรมฯ) นายสุพจน์ วัฒนวิเชียร สหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ(รองนายทะเบียนสหกรณ์) นายบุญเสริม ไกรสินธุ์ สหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ นายวรรณศักดิ์ ไม้จัตุรัส รักษาราชการแทนสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิ และนางวราลักษณ์ กุลบวรรัตน์ ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดชัยภูมิต่อไป ซึ่ง ป.ป.ช.คงจะชี้มูลความผิดเร็วๆ นี้ (โปรดรอติดตามต่อไป)

เมื่อนายทะเบียนฯสั่งให้กรรมการฯ ทั้ง 6 คนพ้นจากตำแหน่งแล้ว นายทะเบียนฯ ได้ออกคำสั่งฯ ที่ 318/2555 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการชั่วคราว ลงวันที่ 22 มีนาคม 2555 ให้มีกรรมการฯ 15 คนโดยมีนายบรรยงค์ วงศ์กนิษฐ์ รองผู้ว่าฯ ประธานฯ

และนายยงยุทธิ์ บัวทองผุด (ข้าราชการบำนาญกรมส่งเสริมสหกรณ์ทำงานที่สหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา) ในช่วงนี้รองประธานกรรมการคนที่ 1 นายมานะ สินธุวงษานนท์ ผอ.เขตการประถมศึกษาชัยภูมิเขต 1 ขอลาออกจากตำแหน่ง  การตั้งนายยงยุทธิ์ฯ มาเป็นกรรมการและเลขานุการนี้ แหล่งข่าวกล่าวว่า ต้องการให้มาแก้ปัญหาพยานหลักฐานปลอมหรือเท็จของการร่วมลงทุนตั๋วสัญญาใช้เงินระหว่าง สอ.นม. กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด “ผมเข้ามาเป็นผู้จัดการเพื่อแก้ปัญหาให้ สอ.นม.”  และให้สังเกตดูการอภิปรายในที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการ สอ.นม.แทบทุกครั้งนายยงยุทธิ์ฯ จะบอกว่าทำได้ นายทะเบียนฯ รับสหกรณ์ ใช้ได้ (ทำนองนี้ ติดตามตอนต่อไป) นี่ก็ถือเป็นเอกสารทิพย์ชุดใหญ่มากชุดหนึ่งด้วย

เมื่อนายยงยุทธิ์ บัวทองผุด อดีตเป็นคนเก่งมาจากข้าราชการชำนาญการฯ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา ได้มารับตำแหน่งผู้จัดการ สอ.นม. และได้ส่งเอกสารโดยรับรองสำเนาถูกต้องไปยังศาลนครราชสีมา แล้วอีกไม่นานนักเขาก็ลาออกหายไปเลย หนีเหตุการณ์ที่พึงจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เรามาดูผู้จัดการฯ เขาส่งพยานวัตถุหรือเอกสารให้ศาลจังหวัดนครราชสีมา ดังต่อไปนี้

ฉบับแรก (มีฉบับเดียว) หนังสือไม่มีเลขที่ ลงวันที่  9 กันยายน 2554 เรื่อง ขอเชิญฝากเงินออมทรัพย์พิเศษ ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2554(สอ.นม.รับที่ 2559 วันที่ 8 กันยายน 2554 ดูเอกสารประกอบ มาจนถึงวันที่ 17 กันยายน 2554 คณะกรรมการดำเนินการ สอ.นม. ประชุมแล้วลงมติว่า “เห็นชอบให้ลงทุนกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัดโดยอนุมัติให้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัดจำนวน 200 ล้านบาทฯ (แบ่งเป็น)จำนวน 2 ฉบับๆละ 100 ล้านบาท…”(ดูเอกสารประกอบ) ข้อสรุปคือ สคจ.ขอเชิญฝากเงินออมทรัพย์พิเศษ  แต่เวลาลงทุนจริงคณะกรรมการฯ สอ.นม.กลับเป็น “ลงทุนตั๋วสัญญาใช้เงิน” คิดว่า ฝากออมทรัพย์พิเศษแล้วก็ได้บัญชีเงินฝากมาเก็บไว้ (ดูแล้วช่างประหลาดมาก!!!)

ฉบับที่ 2 (มี 2 ฉบับ) หนังสือที่ สคจ.ที่ 946/2554 ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2553(บอกปี 2553 ผิดไม่ตรงกับที่ 946/2554) เรื่อง ขอเชิญร่วมลงทุนตั๋วสัญญาใช้เงินกับสหกรณ์ฯ (มีอีก 1 ฉบับใจความเดียวกัน…น่าจะปลอมฯ เพราะมีพิรุธถึง 10 จุด/แห่ง) คณะกรรมการดำเนินการ สอ.นม.ประชุม(กรณีพิเศษ) 8 ธันวาคม 2554 แล้วอนุมัติความว่า “อนุมัติให้ลงทุนกับ สคจ.โดยอนุมัติให้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินจากธนาคารกรุงเทพฯ จำกัดจำนวน 300 ล้านบาท (แบ่ง)จำนวน 2 ฉบับๆละ 150 ล้านบาท…”(หน้า22 อ้างแล้วตอนต้น) เป็นที่น่าสังเกตว่าออกตั๋วสัญญาใช้เงินระหว่างหรือ ก่อน(ช่วงรวดเร็วแน่แท้ถามว่า สคจ.โอนไม่ได้ในทันที นั่นย่อมแสดงว่ามีตั๋วฯ มาอยู่ก่อนแล้ว)  จึงออกตั๋วตามหลัง(ตั๋วฯ เลขที่ 054/028 จำนวน 150 ล้านบาทออกในวันที่ 8 ธันวาคม 2556 ตั๋วฯ เลขที่ 254/2556 จำนวน 150 ล้านบาทออกให้ 9 ธันวาคม 2556 (ดูในการประชุมคณะกรรมการดำเนินการฯ (กรณีพิเศษ) วันที่ 8 ธันวาคม 2554 เริ่มประชุมเวลา 12.30 น. เลิกประชุม 15.35 น.)

ฉบับที่ 3 (มีฉบับเดียว)  หนังสือ สคจ.ฯ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 เรื่อง ขอเชิญร่วมลงทุนตั๋วสัญญาใช้เงินกับสหกรณ์ฯ คณะกรรมการดำเนินการ สอ.นม.ประชุม(กรณีพิเศษ) วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2555 แล้ว “อนุมัติให้ลงทุนกับ สคจ. โดยอนุมติให้ออกตั๋ว สัญญาใช้เงิน” จากธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด จำนวน 150 ล้านบาท ระยะเวลา 2 เดือน (คะแนนเสียง 11 ต่อ 0 เสียง) โปรดสังเกตระยะเวลา 2 เดือน(สั้นมาก) (หน้า 24)

ฉบับที่ 4 (มี 2 ฉบับ) หนังสือ สคจ.มา2 ฉบับลงนามประธานฯลายมือน่าจะต่างกันและการเกษียรหนังสือก็ต่างกันคือฉบับแรก ที่ สคจ.361/2555 ลงวันที่ 20 เมษายน 2555 ลงนามนายมณฑล กันล้อม(ดูลายเซ็น) สอ.ครูนครราชสีมารับที่ 1104 วันที่ 2 พ.ค.2555  ฉบับที่สองที่ สคจ.361/2555 (หมายเลขเดียวกัน วันที่เดียวกัน) ลงนามโดยนายมณฑลฯ เหมือนกัน แต่ สอ.ครูนครราชสีมารับที่ต่างกัน 1351 ไม่ลงวันที่) ไม่มีเกษียร (สุดประหลาดมาก)

ฉบับที่ 5 (มีฉบับเดียว) หนังสือ สคจ.ที่ 412/255 ลงวันที่ 28 เมษายน 2555 เรื่องการถอนตั๋วสัญญาใช้เงินเลขที่ 254/19 ตั๋วฯเลขที่ 254/20 และ 055/007 (3 ฉบับ) (น่าจะปลอมหรือเท็จทั้งหมด) และจะคืนเงินให้ สอ.นม.ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2555 จำนวน 350 ล้านบาท(ตามมูลค่าตั๋วฯ 3 ฉบับ) ต้องแปลกประหลาดสุดๆ เลย ต้องให้นายสละ วราสินธุ์ ผู้จัดการฯ ทำหนังสือ(ที่ สอ.นม.ที่ 776/2555)*** ทวงถามไปจนเกิดเป็น(ดู) เอกสารทิพย์ฉบับที่ 6

ฉบับที่ 6  (มีฉบับเดียว) หนังสือ สคจ. ที่ 631/2555 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2555 นายมณฑล กันล้อม ประธานกรรมการดำเนินการ สคจ. เรื่อง ขอชี้แจงเรื่องการไถ่ถอนตั๋วสัญญาใช้เงิน  ความโดยย่อสรุปว่า สอ.นม.ได้ร่วมลงทุนในรูปตั๋วสัญญาใช้เงิน 600 ล้านบาท(ในเอกสารตรวจสอบตามที่ส่งไปสหกรณ์จังหวัด 650 ล้านบาท(ไม่ตรงกัน) เอกสาร 11 หน้านายประมวลฯ รองประธานฯ ลงนามไปที่ 1407/2556) สคจ.จะโอนเงินต้นขั้นต่ำจำนวน 10 ล้านบาท(คาดว่าจะใช้เวลา 60 เดือน) พร้อมดอกเบี้ยไปยังท่านภายในวันทำการแรกของเดือนจนกว่าจะครอบจำนวนเพื่อ”สหกรณ์ครูโคราช”(มีด้วยหรือคำว่า “สหกรณ์ครูโคราช” เข้าใจว่าให้คนช่วยกันทำพยานวัตถุหรือเอกสารหลายคนแล้วจัดให้ส่งยังศาลจังหวัดนครราชสีมา โดยผู้จัดการนายยงยุทธิ์ฯ ไม่ตรวจสอบความถูกต้องหรืออาจจะมีส่วนกระทำในมาตรา 162 มาตรา 162 และมาตรา 180 ปอ. ด้วยหรือไม่อย่างไร?)

ฉบับที่ 7 (มี2ฉบับ) สคจ.มีหนังสือต่างเวลากัน(ดูเลขรับของ สอ.นม.) รับที่ 3225 และรับที่ 3338  ตามหนังสือที่ สคจ. 1185/2555 เรื่อง ขอชี้แจงการต่อตั๋วสัญญาใช้เงิน(PN) ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2555 ยังอ้างตั๋วฯน่าจะปลอมหรือเท็จตั๋วฯ เลขที่ 255/013  และยังอ้างตั๋วฯ 055/013 เป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท(ฉบับพึลึกกึกกือ) คงเหลือยอดตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 250 ล้านบาท และยังอ้างมติที่ประชุมของ สคจ. มีมติให้ต่อตั๋วฯ โดยการออกตั๋วทดแทนจำนวน 25 ฉบับๆละ 10 ล้านบาท (ดูเอกสารประกอบออกตั๋วฯทดแทนจำนวน 25 ฉบับๆละ10 ล้านบาท).

ขอยกตัวอย่างมาให้ผู้อ่านว่า พยานหลักฐานที่เป็นวัตถุหรือเอกสารที่ถ่ายเอกสารมารับรองถูกต้องจากศาลจังหวัดนครราชสีมามีอยู่ 7 ฉบับคือ วันที่ 9 กันยายน 2554 (มีฉบับเดียว) 7 ธันวาคม 2553 (มี 2 ฉบับ) 25 กุมภาพันธ์ 2555(มีฉบับเดียว) 20 เมษายน 2555 (มี 2 ฉบับ) 28 เมษายน 2555(มีฉบับเดียว) 15 มิถุนายน 2555(มีฉบับเดียว) และ 12 ตุลาคม 2555(มี 2 ฉบับ)

นายพิชัยฯ สรุปอย่างมั่นใจว่าน่าเอกสารทั้ง 7 ฉบับนี้ น่าจะปลอมหรือเอกสารเท็จทั้งสิ้น  อันแสดงให้เห็นว่าน่าจะมีเจตนาพิเศษบรรดานายทะเบียนสหกรณ์และรองฯสหกรณ์จังหวัดฯ จะทราบด้วยหรือไม่อย่างไร จะคงต้องจบในขั้นพิสูจน์ในศาลสถิตยุติธรรมอย่างแน่นอน

เราผู้เขียนเห็นว่า เราอ่านเรื่องนี้มามากพอควรคงหน้ามืดตามัวแล้ว  อยากไปที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด  (สอค.ขก.) แม้จะดูไม่ค่อยเป็นข่าวทางสื่อสาธารณะสักเท่าใด  แต่ประธานชมรมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล และสองรองประธานฯนายไพฑูรย์ พิมพ์ทอง นายอุดม สงวนชม และเลขานุการนางนวลละออง ห่วงรัก ก็เคลื่อนไหวโดยตลอดโดยเน้นดำเนินการตรวจสอบรองนายทะเบียนฯและดำเนินการทางศาล ณ ห้องประชุมสหกรณ์จังหวัดฯ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 บุคคลแต่ละฝ่ายประกอบไปด้วยประธานฯ ดร.อนุศาสตร์ ศิลสอนพงศ์ และนายทนงศักดิ์ วังสงค์ ผู้จัดการฯ ได้ร่วมประชุมกับตัวแทนจากนายทะเบียนสหกรณ์นายทนา ต้องโพนทอง ผู้อำนวยการกองกฎหมายและนายสถาพร ณ นคร ผู้ตรวจราชการกรมฯ เขต 12 เนื่องจากสหกรณ์จังหวัดได้ออกคำสั่งที่ (ขก) 43/2564 ลงวันที่ 5 เมษายน 2564 ให้ สอค.ขก.แก้ไขข้อบกพร่องในเวลา 90 วันต่อมาได้ออกคำสั่งใหม่ขายเวลาการแก้ไขข้อบกพร่องอีก 90 วันตามคำสั่งฯที่ 48/2564 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2564

นางนวรัตน์ ชูทุ่งยอ สมาชิกฯจึงร้องเรียนไปให้ทำการสอบสวนสหกรณ์จังหวัด และที่สำคัญนางนวรัตน์ฯ ยังได้มีหนังสือลงวันที่ 9 กันยายน 2564 โดยอ้างว่า มติกรรมการดำเนินการฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งนายทะเบียนตามข้อเท็จจริง และแผนการจ่ายเงินคืน(ตามระเบียบกองทุนฯทั้ง 13 ระเบียบ) ไม่ควรทำกับสมาชิกเช่นนี้ ต่อมานายทะเบียนสหกรณ์มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกรมฯ เขต 12 (นายสถาพรฯ) รับผิดชอบในการสืบสวนข้อเท็จจริง ตัวแทนของกรมส่งเสริมสหกรณ์จึงส่งมาประชุมร่วมสามฝ่ายดังภาพปรากฏ และประเด็นพิเศษนางนวรัตน์ฯ ได้มีหนังสือถึงรองนายทะเบียนฯ สหกรณ์จังหวัดฯ ลงวันที่ 6 กันยายน 2564 ความว่า “จึงขอให้สหกรณ์จังหวัดขอนแก่นดำเนินการตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 22 (3) (4) ต่อไป” ในมาตรา 22 (3) ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการแก้ไขข้อบกพร่องนั้นให้แล้วเสร็จ และมาตรา 22(4) ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ หรือให้กรรมการซึ่งเกี่ยวข้องกับการนั้นพ้นจากตำแหน่งกรรมการ  ไปแล้วเราผู้เขียนเห็นว่า กำลังเข้าขั้นจะแตกหักกันแล้วระหว่างคณะกรรมการฯ กับผู้แทนสมาชิกซึ่งโหวตออกเสียงจัดเงินโบนัสจำนวน 20 ล้านบาทในปี 2563 (เข้าใจว่าสูงอันดับต้นๆของประเทศ) แล้วพวกตนผู้แทนสมาชิกฯ กว่า 390 คนจะได้ส่วนแบ่งด้วยทั้งๆที่คำว่า “เงินโบนัส” หมายถึงเงินอะไรบ้าง โปรดดูในข้อบังคับฯ ขอนแก่น เงินโบนัสเขาจะจ่ายให้กับบุคคล 3 กลุ่มคือ กรรมการดำเนินการ กรรมการเงินกู้ และเจ้าหน้าที่ (และอาจเปิดกูเกิลดูพจนานุกรม”โบนัส”ก็ได้).

ข่าวล่าสุด สอค.ขก.ได้มีหนังสือลงวันที่ 16 กันยายน 2564 (วันประชุมร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์) ขอให้สมาชิกฯคืนใบเสร็จ(ที่กระทำผิดกฏหมาย)  แต่นางนวรัตน์ฯ กับเพื่อนๆหลายคนไม่ยินยอมคืนใบเสร็จ (ดูครั้งที่ 2 หนังสือ สอค.ขก. ลงวันที่ 1 กันยายน 2564 และทวงคืนใบเสร็จในครั้งที่ 3 หนังสือฯลงวันที่ 16 กันยายน 2564) เมื่อสมาชิกไม่สนใจส่งใบเสร็จคืน ทาง สอค.ขก.ก็เลยไปแจ้งความ (แก้ลำ) ยกเลิกใบเสร็จ และก็จ่ายเงินคาราคาซังให้กับสมาชิกกลุ่มนี้ทั้ง 91 คน ให้เป็นที่เรียบร้อย ส่วนดอกเบี้ยนั้นยังไม่จ่าย คงรอศาลปกครองว่าจะมีคำพิพากษาอย่างไร

นี่คือ ปฏิบัติการตอบโต้โดยสันติวิธีจากสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด และการดำเนินการตามวิถีทางของกฎหมายสหกรณ์และกฎหมายอื่นของสหกรณ์ฯชัยภูมิ และสหกรณ์ฯ นครราชสีมา.

(ติดตามต่อไปตอนที่ 18  โอ้!!! หลักฐานการแต่งบัญชีอันพิสดาร)

เอกสารประกอบ

หนังสือ สคจ.ฉบับที่ 1-2-3-4-5-6-7/ภาพประชุม สอค.ขก.2ภาพ/หนังสือคำสั่ง (ขก) ที่ 48/2564 ขยายเวลา/หนังสือนวรัตน์6 กันยายน 2564.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น