ชัวร์อีหลี ปธ.หอโคราชไม่ลงวาระ 2 ยันพูดแต่แรกไม่เกี่ยวรุ่นพี่ขัดแย้ง

“ศักดิ์ชาย ผลพานิชย์” ประธานหอโคราช ประกาศไม่ลงสมัครชิงตำแหน่งในวาระที่ 2 ขออยู่เพียงสมัยเดียว ยันไม่เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างสองอดีตประธานฯรุ่นพี่แต่ต้องการเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ทำงานและกิจการของตนเองยังไม่มีคนช่วยโดยจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคสามขัดแย้งปล่อยให้เป็นเรื่องระหว่างบุคคลและกระบวนการยุติธรรม

“ผมตั้งใจตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นประธานฯเลยว่า หากได้เป็นจะอยู่ในตำแหน่งสมัยเดียว คือ 2 ปีเท่านั้น เพราะงานหอการค้าฯมีมากต้องใช้เวลาในการทำงาน ธุรกิจของผมยังไม่มีใครมาช่วย จึงตั้งใจแต่แรกและบอกทีมไปแล้วว่าจะอยู่สมัยเดียวส่วนใครจะขึ้นมาแทนผมยังไม่มีทราบยังไม่มีใครเปิดตัวเป็นการ”นายศักดิ์ชายกล่าว

ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวอีกว่า วาระของดำรงตำแหน่งของตนหมด จะสิ้นสุดภายในเดือนกันยายน 2565 แต่ตนจะต้องรักษาการต่อไปอีกประมาณ 4 เดือน เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งในช่วงเดือนมกราคม 2566 ตามระเบียบ โดยการเลือกตั้งหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา จะประกาศให้สมาชิกที่สนใจลงสมัครเป็นกรรมการจำนวน 35 คน จากนั้นกรรมการฯ 35 คน จะไปเลือกประธาน 1 คน โดยการเสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งจะเป็นบุคคลหรือหากรวบรวมเป็นทีมก็สามารถทำได้

     “ระเบียบของเราเคยมีการเปลี่ยนแปลงมาแล้วครั้งหนึ่งใช้วิธีไปทาบทามบุคคลมาเป็นกรรมการ แต่ตอนหลังแก้ให้เป็นการเปิดให้สมาชิกที่สนใจลงสมัคร จะเป็นบุคคลหรือจะมาเป็นทีมก็ได้ ตอนผมลงสมัครก็มาพร้อมกันเป็นกลุ่มที่คุยกันไว้ ตอนนั้นสมัคร 50 กว่าคน เลือกเหลือ 35 คน แบ่งเป็นกรรมการสัดส่วนต่างอำเภอ 11 คน และในเขตอำเภอเมือง 24 คน”นายศักดิ์ชายกล่าว 

นายศักดิ์ชาย กล่าวว่า สำหรับผลการทำงานในรอบ 2 ปี ตนกำลังจะจัดทำเป็นรายงานประจำปี ซึ่งมีกิจกรรม กว่า 300 กิจกรรม เป็นกิจกรรมภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเรื่องที่ตนภูมิใจมากที่สุด คือ การประสานงานให้มีการรวมตัวกันภาคเอกชนภายในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดจำนวน 11 องค์กร ประกอบด้วย หอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวฯ บิซคลับ สมาพันธ์เอสเอ็มอี ชมรมร้านอาหารฯ ชมรมเดินรถโดยสารฯ และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ ชมรมธนาคารฯ สมาคมโรงแรมฯ สมาคมสถาปนิกอีสาน 

“เราทำงานร่วมกันมานานกว่า 2 ปี ตั้งแต่ช่วงโควิด 19 ระบาด เราร่วมกันผลักดันให้จังหวัดหาวัคซีนโคราชมาฉีดให้ประชาชน และนำเสนอภาครัฐ ให้ผ่อนผันการประกาศเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ประชากรโคราชมีมากกว่า 2 ล้าน มีติดเชื้อ 600 คน เทียบกับจังหวัดขนาดเล็ก ๆประชากรไม่ถึงล้านคนติดเชื้อเท่ากัน แต่รัฐประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดงเหมือนกันจึงไม่เป็นธรรม”นายศักดิ์ชายกล่าวและว่า 

ภาคเอกชนจังหวัดนครราชสีมา ได้รวมตัวกันและเสนอให้ภาครัฐ ประกาศพื้นที่สีแดงเป็นจุดจุด อย่าเหมารวมเป็นทั้งจังหวัด เพราะพื้นที่สีแดงเข้ม มีกฎควบคุมเข้มข้น ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก เศรษฐกิจเคลื่อนไม่ได้ จึงควรเลือกประกาศเฉพาะอำเภอที่ระบาดจริง ๆ  

     นายศักดิ์ชายกล่าวอีกว่า สำหรับการฟ้องร้องระหว่างกันของอดีตประธานหอการค้า 2 คน ตอนนี้ถือว่าเป็นเรื่องความเห็นส่วนตัว ตนได้นำเสนอเป็นหนึ่งในวาระการประชุมกรรมการฯและมีมติออกมาว่า เป็นปัญหาส่วนบุคคล หรือเป็นการละเมิดส่วนบุคคล องค์กรหอการค้าไม่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย 

“เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอยู่ในช่วงของประธานชัชวาล (วงศ์จร) ได้มีการเสนอให้การสนับสนุนหรือจะเรียกว่าบริจาคก็ไม่แตกต่างกัน และไม่ได้มีสัญญาหรือข้อผูกมัดอะไร ประธานชัชวาล(วงศ์จร) อยู่ในตำแหน่ง 4 ปี ในช่วงแรกๆ ไม่มีปัญหาอะไร มีการจ่ายกันทุกปี 

เมื่อเกิดวิกฤติโควิด 19 ธุรกิจประสบปัญหากันหมด คณะกรรมการฯเห็นว่าเมื่อแต่ละแห่งต่างเดือดร้อนก็ไม่เหมาะสมที่จะไปติดตามทวงหนี้ และมีมติว่า แล้วแต่ผู้เสนอตัวว่าจะให้พิจารณา เพราะเราไม่ได้มีสัญญาอะไร คณะกรรมการฯพิจารณาที่จังหวัดแต่งตั้งตรวจสอบก็ยืนยันว่าไม่มีสัญญา”นายศักดิ์ชายกล่าว 

ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมากล่าวอีกว่า ตนเป็นประธานไม่ได้คุยกับทั้งสองฝ่าย แต่มีอดีตประธานหลายท่านไปคุยกับทั้งสองฝ่ายแต่ก็สรุปออกมาว่าคงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม หอการค้าจังหวัดฯได้มีการออกแถลงการณ์ออกมา จังหวัดโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะนายทะเบียนหอการค้า ได้ตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมาพิจารณาหาข้อมูลต่างๆ ตามข้อสงสัยต่างๆ ที่องค์กรพิทักษ์หอการค้าเสนอ 

“คณะกรรมการฯได้ตรวจสอบเอกสารและเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาซักถามและได้มีข้อสรุปออกมาแล้วว่าเป็นเช่นใด และหอการค้าก็ได้แถลงการณ์แล้ว หากมีข้อสงสัยก็สามารถสอบถามเพิ่มได้ การฟ้องร้องเป็นส่วนบุคคลไม่ใช่หอการค้าฯฟ้อง เป็นเรื่องบุคคล คณะกรรมการหอการค้าตรวจสอบแล้ว หากใครสงสัยก็สามารถยื่นขอให้ตรวจสอบได้ตามขั้นตอน

สำหรับปัญหาความขัดแย้งภายในหอการค้าจังหวัดนครราชสีมานั้น มีสาเหตุมาจาก นายชัชวาล วงศ์จร อดีตประธานหอการค้ารุ่นน้องได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตประธานหอการค้ารุ่นพี่ ฐานหมิ่นประมาททำให้เกิดความเสียหายกรณีกล่าวหาว่า นายชัชวาล ไม่ชำระเงินสนับสนุนให้หอการค้าจำนวน 7 แสนบาท ขณะดำรงตำแหน่งประธานฯในช่วงท้ายวาระ

แสดงความคิดเห็น