โคราช เครือข่ายศูนย์นวัตกรรมกัญชา โอด กม.ไม่ชัดเจน วิสาหกิจ-เอกชนร่วม 4 พันแห่งเดินต่อไม่ไหว วอน รบ.ช่วยด้วย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ศูนย์นวัตกรรมสมุนไพรไทยหนองสรวง(MALEE GREEN มาลีกรีน : Herbal Innovations Industry Center ) ต.หนองสรวง อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา นายมานะ หวายทิพย์ กรรมการศูนย์นวัตกรรมสมุนไพร ฯ ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพืชกัญชาที่ประสบปัญหา อุปสรรคในสภาวะสุญญากาศโดยไม่มีกฎหมายรองรับทั้งการควบคุม การใช้และการกำหนดอัตราโทษ โดยเฉพาะช่อดอกที่เป็นส่วนสำคัญและมีมูลค่าสูงสุดของกัญชา

พบพื้นที่ใช้สอยกว่า 6 ไร่ รองรับการเพาะปลูกแบบโรงเรือนและระบบปิดควบคุมแสงและอุณหภูมิสามารถปลูกกัญชาได้จำนวน 3,200 ต้น แต่ปลูกเพียง 1,200 ต้น เนื่องจากลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะภาระค่าไฟฟ้าต่อเดือนหลักแสนบาท ปัจจุบันต้นกัญชาอยู่ระหว่างช่วงผลิตดอกช่อ โดยคนงานได้แบ่งหน้าที่ทั้งบำรุงรักษาและนำราก ใบ ลำต้น ช่อดอกที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโรคนำไปเป็นส่วนผสมในตำรับยาแผนไทยและแปรรูปบรรจุผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สบู่,ผงกัญชาดื่มสำเร็จรูป,ลูกประคบสมุนไพรผสมกัญชา

นายมานะ กรรมการศูนย์นวัตกรรมสมุนไพร เปิดเผยว่า สถานการณ์เดินไม่สุด ทั้งๆที่ภาคีเครือข่ายที่มีสถานบันการศึกษาและหน่วยงานสาธารณสุขให้การรับรอง พวกเราได้ดำเนินตามขั้นตอนมาตลอด ขณะนี้กัญชากำลังออกช่อดอกหรือถึงปลายทางของกระบวนการปลูก ปรากฏกฎหมายไม่ชัดเจน โดยเฉพาะหน่วยงานอาหารและยา (อย.) ยังไม่ออกใบอนุญาตให้ส่งไปจำหน่ายให้กับเอกชนผลิตเป็นยา แต่การลงทุนปลูกล่วงหน้าต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายรวมทั้งราคาซื้อขายไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้ เดิมช่อดอกกิโลกรัมเรือนหมื่นบาทปัจจุบันเหลือไม่กี่พันบาท ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานเกี่ยวข้องช่วยเหลือเยียวยาด้วย ซึ่งมีเครือข่ายวิสาหกิจทั่วประเทศร่วม 4 พันแห่ง รวมทั้งเอกชนจำนวนมากได้ลงทุนปลูกคิดเป็นมูลค่านับพันล้านบาท

“ปัจจุบันมีการปลูกกัญชาแทบทุกครัวเรือน เพื่อนำไปเป็นยารักษาตัวเองทำให้การใช้ยาแพทย์แผนปัจจุบันลดลง ไม่ต้องโฆษณาสรรพคุณกัญชาเกินความเป็นจริงหรือเป็นมายาคติ ความจริงประชาชนสามารถเข้าถึงกัญชาและมีองค์ความรู้ในการใช้สามารถใช้กัญชา ที่สามารถบรรเทาอาการเจ็บปวด เรื้อรัง ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน หลายโรคที่แพทย์วินิจฉัยไม่สามารถรักษาได้ แต่ผู้ป่วยได้รับรักษาด้วยกัญชากลับทำให้ร่างกายฟื้นฟูหายจากอาการป่วยเรื้อรังมาแล้วหลายราย ทั้งนี้วิสาหกิจชุมชนหลายแห่งได้รับการตอบรับจากท้องถิ่นได้เข้ามาศึกษาดูงาน มีความหวังอนาคตกัญชาจะเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ สร้างงาน รายได้ให้ชาวบ้านในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้การนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 เป็นการปิดโอกาสประชาชน เมื่อปลดล็อคแล้ว ควรส่งเสริมให้ความรู้การใช้ประโยชน์จากพืชกัญชาในทิศทางที่ถูกต้อง ความจริงจากผู้ใช้กัญชารักษาโรค เล็งเห็นประโยชน์มากกว่าโทษ ควรออกกฎควบคุมการใช้กัญชา สารสกัดและช่อดอกชัดเจนกว่านี้ มิให้กัญชาเป็นจำเลยสังคม ป้องกันการมอมเมาเด็กเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทั้งๆที่สุราและยาเสพติดอื่นๆมีความรุนแรงและเป็นบ่อนทำลายมากกว่ากัญชาหลายเท่า

แสดงความคิดเห็น