ขอนแก่น ทลายเครือข่ายภูตน้ำโขงขนยาเสพติดยึดทรัพย์กว่า 2400 ล้านบาท

ปปส.นำร่องจับกุมเครือข่ายภูตน้ำโขงกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดยาเสพติดรายใหญ่ได้ผู้ต้องหา 3 ราย และเครือข่ายนับร้อยคน ตัดวงจรและทะลายเครือข่ายยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านส่งภาคใต้ ด้วยกฎหมายใหม่ตามมาตรการตรวจสอบทรัพย์สินตามมูลค่าที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดพบมูลค่ากว่า 2,400 ล้านบาท

14 ธ.ค. 65 เจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเข้าขอตรวจค้นบ้านญาติของผู้ต้องหาคดียาเสพติดและบ้านเครือข่ายเพื่อตรวจยึดทรัพย์ตามตามกฎหมายการยึดทรัพย์ฉบับใหม่ที่ดำเนินการตามมาตรการตรวจสอบทรัพย์สินตามมูลค่าที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด หลังสามารถจับกุมได้ที่อำเภอสีคิ้ว จ.นครราชสีมาพร้อมยังตระเวนตรวจค้นบ้านเป้าหมายที่เชื่อมโยงเครือข่ายยาเสพติดให้ครบตามมูลค่ายาเสพติดที่ยึดได้ ซึ่งเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่นี้จับได้ขณะกำลังลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสานลงสู่ภาคใต้พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินได้หลายรายการ ซึ่งในวันนี้  พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สรายุทธ  สงวนโภคัย ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ต.ธนรัชน์  สอนกล้า ผู้กำกับการกองกำกับการตำรวจปราบปรามยาเสพติดภาค 2 นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ พร้อมของกลางรถพ่วงลากจุง 6 คัน รถยนต์เก๋ง 2 คัน รถกระบะ 2 คัน โฉนดที่ดิน สมุดบัญชี อาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน

          พล.ต.ต.ธนรัชน์  สอนกล้า ผู้กำกับการกองกำกับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ภาค 2 เปิดเผยถึงการจับกุมครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 ได้จับกุมนายวัฒนา ศรีวิไล พร้อมของกลางยาบ้า 1,976,000 เม็ด ได้ที่ด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จว.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2565 จึงได้ทำการสืบสวนขยายผล โดยอาศัยข้อมูลจาก Big Data ทำให้ทราบว่ากลุ่มเครือข่ายนี้มีพฤติการณ์นำยาเสพติดจากภาคอีสานสู่ภาคใต้ โดยทำต่อเนื่องมาแล้วหลายครั้ง จากข้อมูลดังกล่าวสามารถออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน กระทั่งเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2565 จับกุมตัว น.ส.รวิวรรณ วรรณฟัก ได้ที่หน้าโรงเรียนอนุบาลเพ็ญจันทร์ ต.วานรนิวาส อ.วานรนิวาส จว.สกลนคร และจับกุมตัว นายจักรพงษ์ คำชนะ ได้ที่หน้าหอพักพลอยสุข อ.เมือง จว.นนทบุรี โดยมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าเป็นผู้ร่วมเครือข่ายที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านทางภาคอีสานสู่ภาคใต้ โดยมีการแฝงธุรกิจรับจ้างขนส่งสินค้าทั่วไประหว่างประเทศและในประเทศ โดยพบว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกจำนวนมาก จึงได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น จำนวน 30 เป้าหมาย ครอบคลุม 7 จังหวัดภาคอีสาน ระหว่างวันที่ 15 พ.ย. – 15 ธ.ค. 2565 โดยได้ตรวจยึด อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องเป็นจำนวนมาก รวมทั้งดำเนินการตามมาตรการตรวจสอบทรัพย์สินตามมูลค่าที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 84 ซึ่งหากสืบทราบว่าทรัพย์สินที่เกิดจากเงินที่เกี่ยวจ้องกับยาเสพติดนั้นตกไปเป็นของใครคนนั้นต้องเกี่ยวข้องด้วย รวม 2,480,195,000 บาท ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นำกฎหมายใหม่มาใช้จนสามารถจับกุมเครือข่ายและขยายผลตัวการรายใหญ่ได้ ทำให้ ปปส.สามารถตรวจสอบ สืบสวนและวิเคราะห์ผู้ร่วมขบวนการได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้สามารถยึดทรัพย์ผู้ต้องหาและเครือข่ายขบวนการนี้ได้เพียง 200 ล้านบาทเศษ ประกอบด้วย รถหัวลากและตัวพ่วง 16 คัน บ้าน 6 หลัง หุ้นบริษัทโลจิสติกส์ที่เปิดบังหน้า 2 บริษัท ที่ดิน 17 แปลง โรงไม้ประดู่1 แห่ง ซึ่งเมื่อเทียบกับมูลค่าของตรวจสอบได้จากการค้ายาเสพติดที่มีมูลค่า 2,400 ล้านบาทเศษ ซึ่งกฎหมายใหม่เปิดกว้างให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตรวจยึดทรัพย์ผู้ต้องหาและเครือข่ายได้ตลอด 10 ปี ซึ่งจะเป็นตัดวงจรผู้ค้ายาเสพติดได้ เบื้องต้น จากการสอบสวนพบว่าเส้นทางการเงินของขบวนการดังกล่าวเชื่อมโยงไปยังผู้เกี่ยวข้องทางภาคใต้ โดดยมีการรับยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านทางภาคอีสาน  มีเงินหมุนเวียนกว่า 550 ล้านบาท พบบัญชีม้า 14 บัญชี เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า  ,เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและเป้นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยต่อประชาชนทั่วไป และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน.

อกพงษ์ พุทธา จ.ขอนแก่น  087-9449990

แสดงความคิดเห็น