อ้างสายบุญนำร่างทรงเดินทางเข้าวัดน้ำตกเขาเต่า บ้านฟ้าประทาน ต.สังคม อ.สังคม จ.หนองคาย ก่อนตัดเศียรพระพุทธรูปทิ้ง ทุบหอระฆัง รื้อหลังคาคลุมพระพุทธรูปทิ้ง ร่างทรงบอกที่ตั้งพระพุทธรูปผิดหลักฮวงจุ้ยต้องเอาออก

อ้างสายบุญนำร่างทรงเดินทางเข้าวัดน้ำตกเขาเต่า บ้านฟ้าประทาน ต.สังคม อ.สังคม จ.หนองคาย ก่อนตัดเศียรพระพุทธรูปทิ้ง ทุบหอระฆัง รื้อหลังคาคลุมพระพุทธรูปทิ้ง ร่างทรงบอกที่ตั้งพระพุทธรูปผิดหลักฮวงจุ้ยต้องเอาออก สุดแสบทำผ้าป่าโดยใช้ชื่อวัดในรายชื่อมีนายพล นายพันเพียบ แต่ไม่มีชื่อผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน เงินที่ได้มอบให้วัดเพียง 1,500 บาท ไม่รวมเหล็กจากการรื้อสิ่งปลูกสร้างภายในวัดขายเงินไม่เข้าวัด ชาวบ้านทวงถามบ่ายเบี่ยงอ้างวัดอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนต้องมีโฉนดก่อนถึงจะดำเนินการให้ ชาวบ้านหวั่นเป็นมิจฉาชีพวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบด่วน เพราะผ่านไป 1 ปี ที่รับปากไว้ไม่ทำสักอย่าง


วันนี้ (22 ม.ค. 66) นายทองพูล การะภักดี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 บ้านฟ้าประทาน ต.สังคม อ.สังคม จ.หนองคาย พร้อมฝ่ายปกครองตำบลสังคม ได้นำชาวบ้านจำนวนหนึ่งเดินทางมาที่วัดน้ำตกเขาเต่า บ้านฟ้าประทาน ต.สังคม เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาภายในวัดทั้งเรื่องการตัดเศียรพระ การรื้อหอระฆัง รวมทั้งการจัดทำผ้าป่า พร้อมเชิญสื่อมวลชนมาร่วมรับฟังปัญหา
นางรัชดา โคตรสุวรรณ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 7 บ้านฟ้าประทาน ต.สังคม อ.สังคม ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า กลุ่มคนดังกล่าวนำโดยเจ๊นิดหรือคนในกลุ่มเรียกว่าเจ๊จงรักเข้ามาในวัดโดยอ้างเรื่องร่างทรง การมีพระพุทธรูปอยู่ภายในวัดเป็นสิ่งไม่ดี ต้องนำออกจากวัด โดยร่างทรงบอกว่ามันขวางทางไม่ถูกต้อง ต้องรื้อออกก่อนที่จะตัดเศียรพระทิ้ง โดยรับปากกับชาวบ้านว่าจะดำเนินการใน 3 วัน ซึ่งทั้งหมดเกิดช่วงเดือนเมษายน 2565 ชาวบ้านก็รอดูแต่ไม่เห็นว่ามีการดำเนินการใดๆ ซึ่งกลุ่มคนดังกล่าวอ้างว่ากำลังดำเนินการวิ่งเรื่องเอกสารเพื่อขอโฉนดที่ดินให้กับทางวัด โดยชาวบ้านได้แต่แปลกใจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติสามารถออกโฉนดได้ด้วยเหรอ แต่ก็รอดูเรื่อยมา จากนั้นกลุ่มคนดังกล่าวก็เข้ามารื้อหลังคาที่สร้างคลุมพระพุทธรูปอีกจุดที่อยู่ในวัดออก และรื้อทุบทำลายหอระฆังทิ้ง และได้ให้คนมารับซื้อเหล็กไป โดยเงินไม่ได้นำเข้าวัดแต่อย่างใด โดยเมื่อรื้อได้ให้เหตุผลกับชาวบ้านว่าต้องรื้ออกและจะสร้างให้ใหญ่โตอลังกาล โดยกลุ่มคนดังกล่าวก็ยังเทียวมาที่วัดอยู่เรื่อยๆ โดยที่ชาวบ้านได้แต่ตั้งข้อสงสัยแต่ไม่สามารถทำอะไรได้


นางรัชดา กล่าวต่อว่าจากนั้นกลุ่มคนดังกล่าวยังได้ทำการจัดทำผ้าป่าขึ้น โดยในซองผ้าป่าระบุว่าเชิญร่วมทำบุญเบิกเนตรพระนาคปรก และพิธีบวงสรวงเปิดภพภูมิสถานที่ พร้อมทอดผ้าป่าสามัคคี สมทบสร้างที่พักสงฆ์และห้องน้ำ โดยรายชื่อในใบทำบุญมีนายทหารระดับนายพล นายพัน แต่ไม่มีรายชื่อผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านในพื้นที่แต่อย่างใด และที่สำคัญเมื่อทำผ้าป่าแล้วเงินที่ได้ไม่มีการนำเข้าวัด มีเพียงถวายให้พระ 3 รูป รูปละ 500 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท โดยกลุ่มคนดังกล่าวบอกชาวบ้านว่า “เงินของฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉัน” ยิ่งทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจเพราะคิดว่ากลุ่มคนดังกล่าวน่าจะมีพฤติกรรมที่ไม่บริสุทธิ์ใจกับชาวบ้านและทางวัดแล้ว โดยเมื่อเวลาชาวบ้านสอบถามกลุ่มคนดังกล่าวจะบอกเพียงว่า รอให้วัดมีโฉนดก่อนจะดำเนินการให้ทุกอย่างเอง ซึ่งชาวบ้านได้แจ้งทางเจาคณะอำเภอ และนายอำเภอแล้ว เนื่องจากพฤติกรรมหลายอย่างไม่มีความโปร่งใส โดยเฉพาะการทำตราประทับวัดเองโดยที่วัดกับชาวบ้านไม่รู้เรื่อง


ด้าน พระเพลิง.โอภาโส รักษาการเจ้าอาวาสวัดน้ำตกเขาเต่า บอกว่ากลุ่มคนดังกล่าวเข้ามาที่วัดบอกว่าจะเข้ามาบูรณะสิ่งปลูกสร้างภายในวัด เช่น ตัดเศียรพระ รื้อหอระฆัง แต่เวลาผ่านไป 1 ปี แล้วก็ไม่ดำเนินการ รวมทั้งการทำผ้าป่าก็ไม่นำเงินเข้าวัด และกลุ่มคนดังกล่าวยังแกะเอาลูกแก้วตาพญานาคไปหลายลูก ที่สำคัญเรื่องตราประทับที่กลุ่มคนดังกล่าวทำขึ้นมาเองโดยที่ทางวัดไม่รู้เรื่องด้วย ซึ่งตอนนี้ที่อาตมากังวลใจคือเรื่องความปลอดภัย เพราะอยู่คนเดียว และวัดอยู่ในป่า
นายทองพูล การะภักดี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 บ้านฟ้าประทาน กล่าวว่าเพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายในวันนี้จึงได้นำชาวบ้านมารับฟังปัญหาเพื่อหาข้อเท็จจริงจะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป.

แสดงความคิดเห็น