หนุ่มเพี้ยนคลั่งคว้าปืนยิงลุง คิดว่าจะมาเอาทะเบียนรถผบ.เหมือนในเกมส์ที่ตนเองเล่น

วันที่ 30 มกราคม 2566  เวลา08.45 น. ร.ต.อ.อาทิตย์  คำหารพล รองสว.สอบสวน สภ.กู้แก้ว จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งว่า มีชายใช้อาวุธปืนไปยิงชาวบ้าน ที่มีบ้านใกล้กัน ก่อนเข้าไปหลบหนีเข้าไปในบ้านพักเลขที่ 13 บ้านซำป่าหัน ม.3 ต.กู่แก้ว อ.กู่แก้ว จากนั้นพร้อมด้วย พ.ต.อ.พีระวุฒิ สุวรรณประสิทธิ์ ผกก.สภ.กู่แก้ว นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้าไปปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าว ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายเชิดชมพร  พันธพรม หรืออั๋น อายุ 43ปี ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในบ้าน

ส่วนผู้บาดเจ็บคือ นายศิริวุฒิ บุราโส อายุ 59 ปี ตำแหน่งเป็นประธานกองทุนหมู่บ้าน บ้านซำปะหัน หมู่ 3  ขณะยืนกินกาแฟนอยู่ในบ้านพักเลขที่ 190 บ้านซำป่าหัน ม.3 ต.กู่แก้ว ข้างรั้วบ้าน โดยนายอั๋น ได้ขับรถยนต์ปปิกอัพ สีดำมาจอดข้างรั้ว ในตอนแรกนายอั๋น จะไปเอาข้าวเปลือกในยุ่งฉาง เพื่อเอาไปขาย แต่เห็นผู้บาดเจ็บซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง ยืนกินกาแฟอยู่นั้น จึงได้ไปเอาปืนในรถเอามาจ่อยิงข้างรั้ว ทำให้นายศิริวุฒิ ถูกยิงเข้าที่บริเวณชายโครงด้านซ้ายและแขนซ้าย เป็นลูกกระสุนของปืนแก๊ปจำนวนหลายนัด ญาติได้รีบนำส่งรพ.กู่แก้ว เพื่อทำการช่วยเหลือ

จากนั้นตำรวจได้นำญาติและลูกของนายอั๋น  มาเกลี้ยกล่อม ให้ออกมามอบตัว ใช้เวลานานกว่า2 ชั่วโมง  แต่ก็ไม่เป็นผลง ก่อนที่นายวิชัย พันธพรม อายุ 60ปี พี่ชายผู้ก่อเหตุ ตัดสินใจเข้าไปในบ้านหาน้องชาย  ให้ทำการมอบตัว พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์สั้นและยาวจำนวน 2 กระบอก  พรอ้มกับกระสุนลูกปลาย จำนวนหนึ่ง จึงควบคมตัวมาโรงพัก ทำการสอบปากคำแล้วนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

นายประยูง  ศรีสอนดี 56ปี ญาติผู้บาดเจ็บ   บอกว่า เมื่อวานนี้มีช่างจากไซต์งานของกองทุนเงินล้าน มาทำงานอยู่บริเวณใกล้เคียง ผู้ก่อเหตุได้ตะโกนด่ากลุ่มคนงาน คิดว่าคนก่อเหตุคงจะหูแว่ว คิดว่าคนงานตะโกนด่า เมื่อเช้านี้คนก่อเหตุไม่ได้มีปากมีเสียงอะไร คนก่อเหตุจะอยู่คนเดียวไม่สุงสิงกับใคร ตอนนั้นตนกำลังล้างหน้าไก่ชน และกำลังจะกินกาแฟ ไม่นานก็ได้ยิงเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ผู้บาดเจ็บถูกกระสุนเข้าที่หน้าท้องและแขนขวา ซึ่งทั้งสองคนก็รู้จักกันดี เพราะเคยทำงานปลูกอ้อยด้วยกัน ทั้งสองไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน สาเหตุที่ยิงกันตนก็ไม่รู้ แต่เคยเตือนกันไว้แล้วว่าให้ระวังตัวจากผู้ก่อเหตุ เพราะเขามีอาการทางประสาท ซึ่งนายอั๋นมีพฤคติกรรม เคยเสพยาบ้า เมื่อหลายปีก่อน

นายวิชัย พันธพรม  พี่ชายผู้ก่อเหตุ บอกว่า หากตนเองไม่ตัดใจเข้าไปหาน้องชายในบ้าน กลัวว่าน้องชายจะยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ อาจจะทำให้น้องชายได้รับบาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิต จึงได้บุกเข้าไปหาน้องชาย คิดว่าน้องชายคงไม่ฆ่าพี่ชาย เพราะรู้ว่านายอั๋น มีนิสัยเป็นเช่นไร เคยพาไปทำงานด้วย พอเข้าไปในบ้านเห็นน้องชาย ยืนถือปืนอยู่ จึงได้คว้าปืนจากมือน้องชายมา แล้วบอกเจ้าหน้า เข้ามาล็อกตัวน้องชาย เอาไว้ โดยน้องชายมีอาการประสาทหลอน เนื่องจากเคยเสพยาบ้า เคยพาไปรักษาหลายรอบ พอหลังจากดีขึ้นน้องชายชอบเล่นเกมส์ ในโทรศัพท์มือถือ แล้วพฤติกรรมก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่ทำงานหากิน จะเล่นเกมส์ในห้องคนเดียว ซึ่งเคยเห็นน้องชายเอาปืนที่ก่อเหตุไปหายิงหนูตามทุ่งนาสัปดาห์ที่ผ่านมา

จากนั้นเวลา16.30น. พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี  พ.ต.อ.พีระวุฒิ สุวรรณประสิทธิ์ ผกก.สภ.กู่แก้ว ทำการสอบปากคำ นายเชิดชมพร  พันธพรม หรืออั๋น ซึ่งมีนางติ๋ม รักษาเมือง 58ปี พี่สาวของนายอั๋น ร่วมด้วย โดยนายอั๋น ยังมีอาการเพี้ยน อ้างว่า ผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นลุง ต้องการทะเบียนรถของตนเอง คือทะเบียนรถ ผบ. หมายความว่า เป็นทะเบียนรถของผู้บัญชาการทหาร ในเกมส์ที่นายอั๋นเล่น ซึ่งเป็นเกมส์ทหารต่อสู้รบกับข้าศึกเกี่ยวกับอาวุธปืน  แต๋ก็ยอมรับว่าเคยเสพยาบ้า แต่เลิกเสพไปหลายปีแล้ว

เบื้องต้นตำรวจได้ทำการตรวจปัสสาวะ หาสารเสพติด แต่ไม่พบ จึงได้แจ้งข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น ,พกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุน โดยไม่ได้รับอนุญาติ ,มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาติ  แล้วนำตัวดำเนินการคดีจตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

แสดงความคิดเห็น