เปิดตัว ฌ็อง-มีแชล อีฟว์ ดีดีเย แปรัว กงสุลฯ ฝรั่งเศสประจำขอนแก่น

รมต.ต่างประเทศ ลงนามประกาศแต่งตั้ง นายฌ็อง-มีแชล อีฟว์ ดีดีเย แปรัว เป็นกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ จังหวัดขอนแก่น

ในการประชุม คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดขอนแก่น (กรอ.จังหวัดขอนแก่น) เดือนมกราคม 2561 นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงความคืบหน้าในการเปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ จังหวัดขอนแก่น

สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 อนุมัติตามที่รัฐบาลฝรั่งเศสขอเปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ จังหวัดขอนแก่น นับเป็นสถานกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐฝรั่งเศสในประเทศไทยแห่งที่ 6 ต่อจาก สถานกงสุลฯ ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี เชียงราย และประจวบคีรีขันธ์

ล่าสุด นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ลงนามประกาศแต่งตั้งให้ นายฌ็อง-มีแชล อีฟว์ ดีดีเย แปรัว (Mr. Jean-Michel, Yves, Didier Perroy) ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ จังหวัดขอนแก่น โดยมีเขตกงสุลครอบคลุมจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งสถานกงสุลฝรั่งเศส นับเป็นสถานกงสุลฯ แห่งที่ 5 ของจังหวัดขอนแก่นต่อจากสถานกงสุลใหญ่ ลาว เวียดนาม จีน และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์เปรู นอกจากนี้ยังมีสถานกงสุลฯ ญี่ปุ่นและอเมริกาอยู่ระหว่างดำเนินการ

สำหรับนายฌ็อง-มีแชล อีฟว์ ดีดีเย แปรัว (Mr. Jean-Michel, Yves, Didier Perroy) อายุ 67 ปี เกิดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2493(ค.ศ.1950) จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านกฎหมายมหาชนจากมหาวิทยาลัยรูออง ปัจจุบันเกษียณอายุราชการ โดยมีประสบการณ์การทำงานเป็นผู้อำนวยการด้านบริการที่เมืองมารอม และผู้อำนวยการด้านสหภาพเพื่อความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจแห่งเมืองรูออง

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดูแลชาวฝรั่งเศสและนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสในจังหวัดขอนแก่นและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ได้รับการบริการด้านกงสุลที่สะดวกรวดเร็วขึ้น โดยจะตั้งอยู่ศูนย์ธุรกิจที่โรงแรมเจริญธานี เป็นที่ทำการสถานกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ จังหวัดขอนแก่น เลขที่ 260 ถนนศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000

ซึ่งปัจจุบันมีชาวฝรั่งเศสพำนักในจังหวัดขอนแก่นประมาณ 3,000 คน และคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสยังสนใจเดินทางท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้นเป็นลำดับ

Facebook Comments