ปั้น!ขอนแก่น เมืองนวัตกรรมระบบราง มทร.ดีไซน์งบ 1.6 หมื่นล้าน

กลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธ์ จับมือร่วมปักธงสร้าง “Railway Innopolis” หรือ เมืองนวัตกรรมระบบราง หนุน มทร.อีสาน (ขอนแก่น) เป็นสถาบันพัฒนาระบบรางทั่วประเทศ เปิดแผน 5 ขั้นตอนสร้างอุตสาหกรรมครบวงจร จากต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำ โดยใช้งบบูรณาการจังหวัดจำนวน 16,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2563-2567
พึ่งการนำเข้าเทคโนโลยีระบบราง

นายปริญ นาชัยสิทธิ์ คณบดีคณะ วิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น เปิดเผยกับอีสานบิซว่า ตามที่ ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่นได้รวบรวมข้อเสนอการสร้างกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธ์ให้เป็นเมืองนวัตกรรมระบบรางของประเทศขึ้นเป็นแห่งแรก เมื่อวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเป็นประธานเปิดการประชุมระดมความคิดเห็นการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแบบบูรณาการ 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทลแอนด์คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จ.ขอนแก่น

ท่านผู้ว่าฯได้มอบหมายให้ผมและคณะทำการศึกษาจัดทำข้อเสนอความเป็นไปได้ และกำหนดทามไลน์เพื่อนำเสนอการสร้างเรียวเวย์อินโนโพลิสของกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธ์และลดภาระการนำเข้าเทคโนโลยีระบบรางและอุปกรณ์พ่วงต่อระบบราง” นายปริญกล่าวและว่า

ข้อมูลที่ตนศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังพึ่งพิงการนำเข้าเทคโนโลยีระบบรางทั้งหมด หากนับเป็นจำนวนเงินที่รัฐบาลต้องจ่ายหลายหมื่นล้านบาท ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงที่กำลังก่อสร้างเส้นกรุงเทพฯ – นครราชสีมา และโครงการรถไฟความเร็วสูงสายอื่นๆทั้งกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ กรุงเทพฯ – หัวหิน ที่กำลังจะดำเนินโครงการในเวลาอันใกล้นี้

เมื่อย้อนดูศักยภาพภายในประเทศเราพบว่า บุคลากรของเราเองไม่ได้ด้อยไปกว่าต่างชาติ เรามีบุคลากรทางด้านระบบรางอยู่มากแต่กระจัดกระจายอยู่ตามสถาบันต่างๆ ทั้งม.สุรนารี ม.ลาดกระบัง จุฬาฯ อีกทั้งยังไม่มีการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างจริงจัง จึงทำให้เราไม่ได้พัฒนาไปไหนมากนัก

 

วิจัยรองรับระบบราง
คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น กล่าวว่า มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ได้พัฒนาหลักสูตรและศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาระบบรางมาแล้วตั้งแต่ปี 2558 มีงานวิจัยเรื่องการนำยางพารามาเป็นส่วนผสมในการสร้างหมอนทางรถไฟ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้อนุมัติเครื่องทดสอบหมอนรางรถไฟและสปริงทดสอบรอยร้าวรางรถไฟพร้อมกับได้พัฒนาโบกี้ต้นแบบ มอเตอร์ลากจูงรถไฟ ระบบอาณัติสัญญาณ

“งานวิจัยที่เราทำขึ้นมาจะช่วยพัฒนาประเทศและช่วยลดรายจ่ายที่ต้องนำเข้าอุปกรณ์ระบบรางปีละหลายๆหมื่นล้านบาท โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงที่จะสร้างในระยะถัดไปทั้งเส้นโคราช – หนองคาย ที่คาดว่าจะต้องใช้หมอนรางทางรถไฟจำนวนมากกว่า 200,000 ท่อนรวมถึงเส้นอื่นๆในอนาคตทั่วประเทศด้วย” นายปริญกล่าวและว่า

ความต้องการพัฒนาระบบรางภายในประเทศ ตามแผนการยกระดับการคมนาคมของรัฐบาลพบว่า ประเทศไทยต้องการรถไฟจำนวน 339 ขบวน หัวรถจักร 314 ขบวน โบกี้ขนส่งสินค้าจำนวน 3,460 ตู้ รถไฟฟ้าความเร็วสูง 42 ขบวนต่อ 1 สาย

 

บันไดสู่ “Railway Innopolis”
นายปริญกล่าวว่า สำหรับขั้นตอนที่คณะทำงานได้วางแผนร่วมกันเพื่อสร้างกลุ่มร้อยแก่นสารสินธ์ให้เป็นศูนย์กลางระบบรางของภูมิภาคและของประเทศ จะดำเนินการควบคู่กันไปทั้งหมด 5 ขั้น ขั้นที่ 1.เริ่มต้นจากพัฒนาสถานศึกษา และ 2. สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมระบบราง เพื่อยกระดับองค์ความรู้เรื่องระบบรางภายในประเทศและระยะอันใกล้จะสามารถพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยระบบรางแห่งแรกได้

“เชื่อมโยงกับผู้นำเทคโนโลยีระบบรางทั้งในญี่ปุ่น จีนและเยอรมันฯและส่งนักศึกษาไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขณะนี้นักศึกษาและคณาจารย์ได้นำองค์ความรู้กลับมาสร้างต้นแบบโบกี้รถโดยสารซึ่งได้พัฒนาชิ้นส่วนประกอบอื่นๆที่สามารถใช้ยางพาราผสมช่วยเกษตรกรได้อีกช่องทางหนึ่ง”นายปริญกล่าวและว่า

นอกจากนี้ยังได้วางแผนไปถึงการสร้างสถาบันเพื่อการทดสอบมาตรฐานระบบรางครบวงจร มีศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพในสาขาที่เกี่ยวข้องกับระบบราง โดยไม่จำเป็นต้องเรียนเต็มเวลาดังเช่นในอดีต ทางสถาบันจะมีการจัดหลักสูตรระยะสั้นระยะยาวตามความยากง่ายและมอบใบรับรองแทน

ทั้งนี้โดยจะใช้พื้นที่ของ มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ขนาด 270 ไร่ ที่บ้านโคกสี แถบโรงเรียนกีฬาห่างออกไปทางทิศตะวันออกของจังหวัดขอนแก่นราว 10 ก.ม เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษาระบบรางของประเทศ

คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น กล่าวอีกว่า เมื่อได้องค์ความรู้พร้อมสำหรับลงมือทดลองโครงการเพื่อส่งต่อในขั้นที่ 3.การพัฒนา “ลิทเติ้ลแทรม” ให้เป็นห้องทดลองระบบรางขนาดเท่าของจริง ใช้ระบบอาณัติสัญญาณจริงโดยมีเส้นทางวิ่งรอบบึงแก่นนคร และขยายไปถึงช่วงวัดศรีนวล ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้ความอนุเคราะห์มอบตัวรถแทรมจากเมืองฮิโรชิม่าเพื่อใช้ในโครงการ ขณะนี้อยู่ในระหว่างทำเรื่องขนส่งมายังจังหวัดขอนแก่น

“โครงการลิทเติ้ลแทรมหรือ แทรมน้อยจะเป็นต้นแบบของรถรางเบาเส้นสำราญ – ท่าพระ (สายเหนือ – ใต้) เป็นห้องทดลองของหลักสูตรระบบรางทั่วประเทศ และจะพัฒนาควบคู่ไปกับโครงการรถไฟฟ้ารางเบาที่ทางบริษัท ขอนแก่นทรานซิทซิสเต็ม จำกัด ที่ก่อตั้งโดย 5 เทศบาล (เทศบาลตำบลท่าพระ เทศบาลตำบลเมืองเก่า เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลเมืองศิลา และเทศบาลตำบลสำราญ) ตามเส้นทางรถไฟฟ้ารางเบาวิ่งผ่าน”นายปริญ กล่าวและว่า

ขั้นตอนที่ 4. พัฒนานิคมอุตสาหกรรมระบบราง 4.0 เป็นขั้นตอนที่คณะทำงานคาดหวังว่าจะสร้างรายได้ให้กับทุกฝ่ายที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่ยางพาราที่สามารถปลูกได้ในภาคอีสานเพื่อมาทำชิ้นส่วนหมอนรองทางรถไฟเบาะรองนั่ง ที่รองพื้น ฯลฯ โดย มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่นได้พัฒนาขึ้นนำมาต่อยอด สร้างรายได้ให้กับคนทุกระดับ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำ

สำหรับอุตสาหกรรมกลางน้ำ เช่น ระบบความปลอดภัย ตัวรถ และอุปกรณ์ประกอบ งานวางรางและโยธา ระบบอาณัติสัญญาณและการสื่อสาร ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ฯลฯ ส่วนอุตสาหกรรมปลายน้ำคือพวก การบริการสถานี การเดินรถ และการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีหรือ TOD-Transit Oriented Development เป็นต้น

ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องตั้งนิคมบนพื้นที่เดียวกันทั้งหมด แต่ต้องมีการเชื่อมต่อขนส่งในบริเวณเดียวกันที่สะดวกอาจจะตั้งที่อ.เชียงยืนหรืออ.ยางตลาด จังหวัดกาฬสินธ์ ที่มีเอกชนสนใจลงทุนผลิตชิ้นส่วนอื่นๆในอุตสาหกรรมระบบราง โดยทาง มทร.อีสานวิทยาเขตขอนแก่น ซึ่งหากได้รับการพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยระบบรางแห่งแรกของประเทศก็จะมีโนว์ฮาวเพื่อพัฒนาศักยภาพของเอกชนร่วมด้วย

ขั้นตอนที่ 5. พัฒนาท่าเรือบก เพื่อส่งเสริมศักยภาพการขนส่งสินค้าเชื่อมโยงกลุ่มประเทศ CLMV-Cambodia Lao PDR Myanmar Vietnam ด้วยทำเลที่ตั้งของขอนแก่น และกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธ์เป็นไข่แดงของภูมิภาคเชื่อมแนวเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก – ตะวันตก และ ระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ช่วยกระจายสินค้า ส่งเสริมการส่งออก หลุดพ้นจากประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลาง

คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น กล่าวว่า สำหรับที่มาของงบประมาณโครงการมาจากงบบูรณาการจังหวัดจำนวน 16,000 บาท มีแผนการใช้งบประมาณระหว่างปี 2563 – 67 แบ่งเป็น สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมระบบราง จำนวน 7,710 ล้านบาท โครงการแทรมน้อย จำนวน 205 ล้านบาท นิคมอุตสาหกรรมระบบราง 4.0 จำนวน 5,000 ล้านบาท ท่าเรือบก จำนวน 2,000 ล้านบาท และมหาวิทยาลัยระบบราง 1,000 ล้าน โดยอีก 85 ล้านบาท จะเป็นงบบริหารจัดการโครงการ

Facebook Comments

โพสท์อื่นๆ ที่น่าสนใจ

เจาะสนามเลือกตั้งขอนแก่น 62 วัดฝีมือ เอกราช ช่างเหลา ภาพปก อิสานบิซ กุมภาพันธ์ 25, 2562 การเมืองขอนแก่น หลังกำหนดวันเลือกตั้ง ต้องยอมรับว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ภายใต้รัฐ...
อุทยานวิทยาศาสตร์ ขอนแก่น “นิคมวิจัยแห่งอีสาน”พื้นที่รับสตาร์ทอัพ-เอสเอ็มอี เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วย “ธุรกิจนวตกรรม”...          อุทยานวิทยาศาสตร์ ขอนแก่น "นิคมวิจัยแห่งอีสาน" พื้นที่ให้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ วิสาหกิจชุมชน SME โอทอป หรือ start up ร่วมทำวิจัยกับนักวิจัย ม....
5 แคนดพเดท ชิงอธิการฯ มข. ทุกคนล้วนมีความรู้ ความสามารถและศักยภาพ ในการก้าวเข้ามาเป็นผู้บริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้เหมือนกันแต่ในกระบวนการสรรหาฯนั้นมีปัจจัยที่กำหนดคุณ...
ตัวแทนบัณฑิตราชภัฏเลย ศูนย์ขอนแก่น “โวย” เรียนจบแต่ไม่ได้ใบประกอบวิชาชีพครู... ตัวแทนบัณฑิตราชภัฏเลย ศูนย์ขอนแก่น 85 คน “โวย” เรียนจบแต่ไม่ได้ใบประกอบวิชาชีพครู บางคนสอบบรรจุได้แต่ไม่ได้รับการบรรจุ เพราะหลักสูตรไม่ผ่านการประเมินจ...