สื่ออาเซียนกับการเลือกนายกรัฐมนตรีของไทย

การเลือกนายกรัฐมนตรีของไทย แม้ใครๆ จะเดาผลได้ล่วงหน้า แต่ก็เป็นเรื่องน่าสนใจ ว่าสื่ออาเซียนวิเคราะห์เรื่องนี้อย่างไร

        New Strait Times ของสิงคโปร์ ตั้งชื่อหัวข้อข่าวนี้ว่า “Uncle Tu is Back : ลุงตู่กลับมา” เนี้อหาสำคัญ เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงว่าการวางกฎหมายต่างๆ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามุ่งปูทางให้ลุงตู่กลับมา แต่การเปลี่ยนสถานะจากหัวหน้า คสช. มาเป็น    นายกฯ จากระบบการเลือกตั้งย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกลุ่มก้อน สส.ที่สนับลุง มาจาก 18 พรรคและมีเสียงเพียง 254 เสียงจากสภาผู้แทนราษฎร 500 ที่นั่ง หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ลุงจะไม่มีอาวุธเด็ดอย่าง ม. 44

      นักวิเคราะห์จาก Eurasia Group Peter Mumford มองว่า การที่ลุงได้นั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ จะให้ผลดีต่อนักลงทุนในมุมของความต่อเนื่อง แต่ความเสี่ยงจะมาจากการเมืองที่เป็นรัฐบาลผสม และความไม่แน่นอนว่ารัฐบาลใหม่จะมีอายุยืนยาวแค่ไหน NST ยังพูดถึงการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของพรรคอนาคตใหม่ และตบท้ายว่า ลุงอาจจะรักษาเก้าอี้และอำนาจไว้ได้ แต่ต่อไปจะต้องทำงานหนักเพื่อรักษามันเอาไว้

      Manila Time ของฟิลิปปินส์ ใช้รายงานข่าวของสำนักข่าว AP ซึ่งเริ่มต้นด้วยการกล่าวว่า รัฐสภาของไทยเลือกผู้นำการรัฐประหาร เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อรักษาอำนาจของทหารต่อการเมืองของไทยต่อไป และพูดถึงพรรคที่สนับสนุนลุงว่าได้คะแนนเป็นอันดับสอง แต่การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นการประชุมร่วมของสภาผู้แทนราษฎร 500 เสียง และวุฒิสภา 250 เสียงที่มาจากการแต่งตั้งโดย คสช. จึงทำให้ลุงชนะด้วยคะแนน 500 ต่อ 244 เสียง ซึ่งรัฐธรรมนูญใหม่ร่างในสมัย คศช. ไม่ได้กำหนดว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งที่ผ่านมา หลายฝ่ายมองว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่เป็นกลาง

     ผมได้ค้นหาข่าวจากสื่อเพื่อนบ้านอีกบางประเทศ เช่นอินโดนีเซีย ลาว และกัมพูชา ไม่มีการเสนอข่าวเรื่องนี้เลย ซึ่งอาจแสดงให้เห็นว่าเพื่อนบ้านอาเซียน ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงในบ้านเรามากนัก หรืออาจเป็นเพราะเขารู้ว่านายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ก็คือนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 อย่างแน่นอน

จับตาอาเซียนโดย: รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงส์ 

Facebook Comments