เปิดเวทีแชร์ไอเดีย วิจัยคนจนเมือง “The right to the city” เมืองยุติธรรมคือ อะไร?

เปิดเวทีแชร์ไอเดีย วิจัยคนจนเมือง “The right to the city”
“เมืองยุติธรรมคือ อะไร?”
          มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดประชุมเสวนาการพัฒนาแนวทางส่งเสริมให้คนจนเมืองเข้าถึงสิทธิที่จะมีส่วนในเมืองอย่างเหมาะสมในโครงการวิจัย “คนจนเมืองที่เปลี่ยนไปในสังคมเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลง : กรณีศึกษาชุมชนเมืองอีสาน” โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนพฤกษ์ ชามะรัตน์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย
          เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา คณะผู้วิจัยได้นำเสนอผลการศึกษาดังกล่าวและเปิดเวทีแลกเปลี่ยนกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยส่วนราชการ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ขอนแก่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น ผู้แทนเทศบาลนครขอนแก่น ภาคประชาสังคม โดยมูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้า ภาคธุรกิจ โดยผู้แทนบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง เครือข่ายองค์กรชุมชน และผู้นำชุมชน ที่ได้มีการเติมเต็มข้อมูลและให้ความเห็นจากแต่ละภาคส่วนให้แก่คณะผู้วิจัยที่จะได้มีการนำไปเรียบเรียง และจัดทำเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้
           โครงการวิจัยดังกล่าว เป็นการศึกษาเมืองจากมุมมองของคนที่อยู่เบื้องล่าง ในฐานะผู้ควรมี “สิทธิ” ในการกำหนดทิศทางชะตาชีวิตของเมืองเช่นเดียวกับสมาชิกเมืองอื่น ๆซึ่งคณะผู้วิจัยมีความต้องการที่จะเข้าใจความเปลี่ยนแปลงและความซับซ้อนของ “พื้นที่เมือง” เพื่อหาทางพัฒนาเมืองให้เอื้อกับคนจนเมือง และคนกลุ่มต่าง ๆเป็นพื้นที่แห่งโอกาสอย่างเท่าเทียม
           จากการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อคนในสังคมไทย ประการหนึ่ง คือ การเปลี่ยนแปลงต่อ “พื้นที่” ของคนในสังคม ซึ่งการศึกษาแบบเดิมนั้นมีข้อจำกัด กระแสการพัฒนาและพลังของโลกาภิวัตน์ ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงซ้อนทับกัน ในมิติการเมือง เศรษฐกิจ ตลอดจนสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งการไม่เท่าทันอาจจะทำให้เกิดปัญหาที่สะสมจนไม่อาจแก้ไขได้ นำไปสู่การบ่มเพาะปัญหาให้กลายเป็นสภาพจำยอม
           การสร้างวาทกรรมให้เกิดความหวังในการพัฒนาเจริญก้าวหน้าจากอำนาจของรัฐและทุน ในการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้กลายเป็น “เมืองน่าอยู่” (Healthy City) เมืองยั่งยืน (Sustainable City) และเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เหล่านี้ มักวางอยู่บน “มายาคติที่มีชนชั้นกลางเป็นแกนหลัก” ที่จะนำไปสู่การสะสมทุน เช่น ในรูปของการจัดตั้งบริษัทพัฒนาเมืองที่จังหวัดใหญ่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ รวมไปถึงเมืองใหญ่ในภาคอีสานอย่างขอนแก่น
           โดยวัตถุประสงค์ในการทำวิจัยนั้นแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ คุณลักษณะของชุมชนแออัดและคนจนเมืองที่เปลี่ยนไปเป็นอย่างไร? และ ทำอย่างไร ? จึงจะสามารถผลักดันให้คนจนเมืองมีสิทธิที่จะมีส่วนในเมืองเพื่อนำไปสู่เมืองที่ยุติธรรม (Just City) ในสังคมไทย
           การขับเคลื่อนสังคมด้วยการวิจัย โครงการวิจัยนี้มีแนวทางขับเคลื่อนให้ครอบคลุมถึงองค์ประกอบของเมืองยุติธรรมจากมุมมองเบื้องล่างคือ ส่งเสริมให้มีสิทธิ์รับรู้ข่าวสารหรือหลักการของการสื่อสารเพื่อประชาธิปไตย การเยียวยาเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรม และความสุขความปลอดภัยของ“คนใน”เมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการส่งเสริมสิทธิ์ที่จะมีส่วนในเมืองของคนจนเมือง ในที่ประชุมได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็น 3 ประเด็น ดังนี้ 1. สิทธิ์ที่จะมีส่วนในเมืองของคนจนเมือง 2. หากท่านมีส่วนในการมีส่วนร่วมส่งเสริม ท่านต้องการอะไร? และ 3. ร่วมเสนอแนวทางการมีส่วนของคนจนเมือง
           นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าจับตามองจากการเสนอของผู้ร่วมในประชุม อาทิ การผลักดันให้กลุ่มคนเปราะบางเข้าถึงบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อการระบุตัวตน การสร้างระบบดำรงธรรม Tracking การตัดตั้งเวทีประชุมให้กับชุมชนเพื่อเพื่อร้องถึงปัญหาที่ประสบ ซึ่งโดยภาพรวมของการประชุมนี้มีทิศทางที่จะผลักดันให้คนจนเมืองได้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐและผลักดันให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่จะสามารถตอบสนองข้อเรียกร้องได้หรือไม่
           ทว่า โครงการวิจัยนี้มีจุดประสงค์ที่จะผลักดันให้คนจนเมืองมีส่วนในเมืองนั้นไม่ใช่แค่การมีส่วนร่วม แต่คือ การให้คนจนเมืองเหล่านี้มีสิทธิ์ในการพัฒนาเมืองด้วย หากการขับเคลื่อนนี้ประสบความสำเร็จนับว่าเป็นกลไกขับเคลื่อนทางสังคมเพื่อกลุ่มคนเปราะบางได้อย่างดี
เนื่องจากการศึกษาเบื้องต้นของ ผศ.ดร.ธนพฤกษ์ ชามะรัตน์ หัวหน้าโครงการวิจัย พบว่า คนจนเมืองไม่ได้เพียงแต่ประสบปัญหาด้านที่อยู่อาศัยเพราะไม่มีสิทธิ์กำหนดที่อยู่อาศัยให้กับตนเอง ยังพบอีกว่า คนจนเมืองขาดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร อีกทั้งการเข้าถึงประโยชน์ในการพัฒนาเมือง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสิทธิ์ขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนพึงมี ในทางกลับกันบุคคลกลุ่มนี้กลับไม่ได้รับอย่างเท่าเทียม
           อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องสิทธิ์ของคนจนเมืองเหล่านี้เพียงแค่ต้องการความมั่นคงถาวรของที่อยู่อาศัยอย่างไร้ความกังวลว่า เมื่อไหร่พวกเขาจะได้รับคำสั่งย้ายที่อยู่ ถึงแม้ว่าจะห่างออกไปจากที่อยู่เดิมเพียง 1 กิโลเมตร โดยมีพื้นที่ 5X10 ตารางเมตร เท่าเดิมก็ตาม กลุ่มคนเหล่านี้ก็ยินดีให้ความร่วมมือที่จะย้ายเพื่อให้เกิดการพัฒนาเมือง
           เป็นบางส่วนของผลการศึกษาที่จะได้มีการสรุป รวบรวมเรียบเรียงให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายน 2564 นี้ เพื่อเป็นข้อมูลทางวิชาการเสริมความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในการเจรจาต่อรองกับภาครัฐซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายที่จะผลกระทบต่อชุมชน ในการพัฒนาเมืองแบบยุติธรรมแก่ทุกภาคส่วนในอนาคตต่อไป
น.ส.กอบทอง รัตนมณีรัศมี น.ส.ณิชาบูล นักศึกษาฝึกงาน คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (เรียบเรียง)
………………
แสดงความคิดเห็น